ผมเป็นคนที่ชอบรถสปอร์ตรูปทรงเพรียวๆสวยๆ มาก ดังนั้นถ้ามีงานมอเตอร์โชว์เมื่อไหร่มักจะตะเกียกตะกายไปเดินชม
ผมจำได้ว่าผมไม่เคยพลาดงานบางกอกมอเตอร์โชว์เลยซักปี (แต่งานมอเตอร์เอ๊กซ์โปร์ที่จัดที่เซ็นทรัลลาดพร้าวมักจะไม่ค่อยได้ไป แต่พอย้ายไปจัด Impact เมืองทองนี่ไม่พลาด)ตั้งแต่จัดที่สวนอัมพร ก็ไปดูไม่เคยขาด
ไปแล้วก็ต้องเอากล้องไปเก็บภาพกลับมาเป็นที่ระลึกเสมอ ตั้งแต่สมัยกล้องฟิล์ม จนมาถึงกล้องดิจิตอล
แต่สิ่งที่ผมไม่ชอบเลยในการไปเดินงานมอเตอร์โชว์ที่เมืองไทยคือ คนเยอะมากกก แล้วมันไม่ได้เป็นงานที่เดินชมรถ ชมเทคโนโลยีใหม่ๆ แต่จุดหมายหลักน่าจะเป็นการเปิดให้จองรถในงานมากกว่า
จึงทำให้มีผู้คนมากมายหลั่งไหลเข้าไปดู เข้าไปสอบถามราคา แล้วก็จองรถกันในงานอย่างมากมาย เพราะมักจะมีโปรโมชั่นดีดีที่มีแค่ในวันจัดงานเท่านั้น
ความตั้งใจของผมที่อยากจะเก็บรูปสวยๆเลยไม่เคยสำเร็จซักที เพราะโอกาสที่จะหามุมเหมาะๆมันแทบจะเป็นไปไม่ได้
่สมัยนั้นแหล่งในการหาภาพรถสวยๆก็มีแต่ในหนังสือ นิตยสารรถต่างๆ เท่านั้น
แต่หลังจากที่มีอินเทอร์เน็ตภาพรถสวยๆที่ผมอยากจะได้เห็นมันก็มีให้เลือกชมแบบไม่หวัดไม่ไหวเลยทีเดียว
ช่วงหลังๆนี่ผมเลยรู้สึกว่าการไปงานมอเตอร์โชว์ที่ต้องฝ่ารถติด ผลาญน้ำมันเล่นอยู่บนถนน แล้วยังต้องมากังวลกับเรื่องที่จอดรถอีก
(สมัยนี้ดีหน่อยที่เค้ามีบริการรถรับส่งตามจุดต่างๆ) แล้วไหนต้องเข้าไปเบียดเสียดกับผู้คนมากมาย เพียงเพื่อให้ได้เห็นรถคันจริงๆ และเก็บภาพบางส่วนของรถ(เพราะคนมุงถ่ายทั้งคันไม่ได้) ผมว่าไม่คุ้มค่าเอาซะเลย
แล้วยิ่งสมัยนี้ที่กล้องบนโทรศัพท์มือถือพัฒนาไปอย่างมาก จนบางรุ่นถ่ายออกมาเหมือนเป็นกล้องดิจิตอลเลย
แล้วก็มีการเอารูปมาโพสต์ตามเว็บต่างๆกันมากมาย จนผมรู้สึกว่าการไปเดินเบียดคนมากมายนั้นไม่มีความจำเป็นเลยจริงๆ
ตอนอยู่ที่เมืองไทย ผมจะตื่นเต้นกับการได้เห็นรถสปอร์ตราคาหลายสิบล้านคันจริงตามที่ต่างๆ
แต่พอมาอยู่ที่อเมริกา เมืองเก่าๆ เล็กๆ กลับมีรถเหล่านั้นให้ผมได้เห็นอยู่เรื่อยๆ
ล่าสุดเพิ่งเห็น Ferrari F430 Spyder (รุ่นปี 2005)จอดอยู่ริมถนน คนแถวนั้นบอกว่า เค้าเห็นรุ่นอื่นอีกด้วยนะ
ผมเลยรู้สึกเหมือนได้ไปดูงานโชว์รถอย่างที่ตัวเองต้องการ ไม่ต้องไปเบียดเสียดยัดเยียดกับผู้คน ไม่ต้องเดินทางนานๆเพียงเพื่อไปดูรถคันงาม (หลังๆหลายคนไปดูพริตตี้ซะงั้น)
ผมว่าแบบนี้เพียงพอแล้วสำหรับผม
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น