25490512

ความเข้าใจ

รัก โลภ โกรธ หลง ล้วนทำให้เกิดทุกข์
ผมเลยมาคิดว่า ชีวิตคู่อาจจะไม่จำเป็นต้องมีความรักก็น่าจะได้ คืออยู่กันด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน
ถ้ารักมันอาจจะก่อให้เกิดความทุกข์ขึ้นมาได้ แต่ความเข้าใจ จะไม่ทำให้เกิดทุกข์ เพราะเราจะไม่ได้รู้สึกถึงการเป็นเจ้าของ
ผมรู้สึกว่าทุกๆครั้งที่ผมรู้สึกรักใครขึ้นมา สุดท้ายจะมีความทุกข์ตามมาด้วยทุกครั้ง ยิ่งรักมากยิ่งทุกข์มาก
ความรักทำให้ผมอยากจะครอบครอง เกิดการตั้งความหวังว่าเค้าจะเป็นอย่างงั้นอย่างงี้ สุดท้ายพอมันไม่เป็นอย่างหวังมันก็ทุกข์
แต่ถ้าเราอาศัยความเข้าใจ เราก็จะไม่เกิดทุกข์เมื่อเขาไม่เป็นอย่างที่เราคิดไว้ เราจะรับกับมันได้ด้วยความเข้าใจ

ได้ดู My Neighbors the Yamadas แล้วรู้สึกดีมากๆ ชอบเรื่องราวในชีวิตของครอบครัวแบบนั้น แต่ละคนไม่ได้มีใครสมบูรณ์แบบซักอย่าง แต่ก็มีความสุขอย่างที่บอกไม่ถูก
ผมชอบตอนที่พ่อลืมเอาร่มมาจากบ้าน แล้วโทรศัพท์กลับไปบอกที่บ้านให้เอาร่มมาให้หน่อย ที่บ้าน แม่ ลูก ยาย เถียงกัน ไม่มีใครยอมไป สุดท้ายพ่อเลยบอกเดี๋ยวไปซื้อร่มคันใหม่ แม่บอก งั้นซื้อหมูมาด้วย
พอพ่อไปซื้อร่ม ในใจก็คงงอนเล็กๆ แต่ก็ยังไม่วายหยิบหมูติดมือมาด้วย
พอซื้อของเสร็จออกมาข้างนอก ฝนก็ยังตกอยู่ พ่อกางร่มเดินกลับบ้าน แล้วก็เจอกับ แม่ และลูกๆทั้งสองคนเดินมารับ พ่อก็ยื่นหมูให้แม่ แล้วก็เดินกลับบ้านพร้อมกันทั้งครอบครัว
ผมดูแล้วน้ำตาแทบเล็ด อบอุ่นแบบบอกไม่ถูก มันเป็นชีวิตที่เรียบง่าย แต่มีความสุขดีจริงๆ

25490505

ลูกบุญธรรม

ดาราฮอลลีวูดรับเด็กต่างชาติเป็นบุตรบุญธรรมกันเยอะมาก ในทีวีก็มีโฆษณาบอกถึงหนทางในการที่จะรับเด็กมาเป็นลูกบุญธรรม
ผมรู้สึกว่ามันเจ๋งมากเลย เพราะผมเห็นคนอเมริกันกว่าจะแต่งงานมีลูกก็อายุมากกันแล้ว โอกาสเสี่ยงในการที่ลูกจะไม่สมบูรณ์ก็มีสูงมาก แล้วประเทศที่เด็กเกิดมาแล้วพ่อแม่ทิ้งนี่ก็เยอะ อย่างในไทยผมเห็นออกข่าวแทบทุกวัน คลอดแล้วเอาไปทิ้ง เลี้ยงไม่ไหวเอาไปทิ้งมั่ง ไหนจะมีเรื่องทำแท้งอีก
จะว่าพ่อแม่พวกนั้นก็ได้ แต่ส่วนหนึ่งผมว่ามันมาจากสภาพสังคม สื่อต่างๆที่ออกมายั่วยุกิเลส แฟชั่นนุ่งน้อยห่มน้อยทั้งหลาย มันล้วนสร้างโอกาสเสี่ยงขึ้นมาทั้งนั้น
พอพลาดพลั้งตั้งท้องขึ้นมาก็ไม่มีปัญญาจะเลี้ยง เพราะลำพังตัวพ่อแม่ที่เป็นแค่นักศึกษาก็ยังเอาตัวไม่รอด
การที่จะยกลูกให้กับคนอื่น แม้จะเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ แต่ผมว่ามันมีความสุขทุกฝ่าย
แล้วจุดที่ผมชอบอีกอย่างนึงคือโอกาสในการที่สร้างคนที่มีคุณภาพขึ้นมาในโลกนี้มันมีมากขึ้น ผมยังชอบโอกาสในความหลากหลายของเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่จะเกิดมากขึ้น เพราะผมเชื่อลึกๆว่ามนุษย์ทุกผิวพรรณเหมือนกัน และไม่สมควรที่จะถูกจัดเป็นตะวันออก-ตะวันตก, ขาว-ดำ-เหลือง, ผมหยิก-ผมตรง-ผมทอง-ผมดำ
ผมสังเกตดูแล้วลูกครึ่งมักจะหน้าตาดี นั่นมันคือความก้าวหน้าของเผ่าพันธุ์มนุษย์หรือเปล่า(แม้ความงามจะไม่ทำให้ชีวิตดีขึ้น แต่มันเหมือนกับการรวมแล้วมันดีขึ้น)

ช่วยจระเข้

เจอข่าวจระเข้เข้าไปติดในท่อแล้วออกไม่ได้ คนเลยต้องหาทางช่วยกันออกมายกใหญ่

ดูแล้วคิดสงสัยบางอย่างขึ้นมา ทำไมไม่ฆ่าจระเข้ซะหล่ะ แล้วดึงมันหรือหั่นมันออกมาเป็นชิ้นๆ แล้วดึงออกมาทีละชิ้นๆ

ดูแล้วผมซาดิสใช่ไหม ผมแค่สงสัยน่ะครับ เพราะทีหมู วัว ไก่ ปลา ยังฆ่ากันได้เยอะแยะ แล้วทำไมจระเข้ไม่ฆ่าหล่ะ ?

หรือเพราะเราไม่กินเนื้อมัน?
หรือเพราะมันดูน่าสงสาร?
หรือมันเป็นสัตว์ป่าธรรมชาติ ไม่ใช่สัตว์ที่เราเลี้ยงไว้ฆ่ากิน?

วันหยุด

วันหยุดในอเมริกา แตกต่างกับของไทยพอสมควร ในเรื่องของการกำหนดวัน เมืองไทยมักจะระบุวันที่ที่แน่นอนในแต่ละปีก็จะเป็นวันที่เท่านั้นเท่านี้ แต่ก็ต้องมาลุ้นกันทุกทีว่าเป็นวันอะไรของสัปดาห์ จะมีโอกาสลายาวๆได้แค่ไหน ถ้าไปตรงกับวันหยุดก็ต้องมีหยุดชดเชยขึ้นมาให้
แต่ที่อเมริกาเค้ามักจะระบุแค่ว่าเป็นวันจันทร์ของสัปดาห์ไหนของเดือนอะไร นั่นทำให้ไม่ต้องมาจำว่าจะเป็นวันที่เท่าไหร่ ไม่ต้องมาลุ้นกันทุกๆปี (ที่เมืองไทยผมจะเป็นบ่อยมากเรื่องไม่รู้ว่าวันหยุดเป็นวันอะไร)
ผมว่ามันดีนะแบบนี้ ที่วันหยุดมันคือวันหยุดจริงๆ มีเพื่อให้หยุดทำงานกัน
แต่ในเมืองไทยจริงๆแล้วผมว่าวันหยุดต่างๆคงไม่ได้ตั้งใจให้เป็นวันหยุดทำงาน แต่เป็นวันที่มีความสำคัญทางด้านใดด้านหนึ่งมากกว่า แต่พอระบบการทำงานแบบตะวันตกแพร่เข้ามา วันหยุดของไทยเลยปรับเปลี่ยนไปเป็นแบบวันหยุดของต่างประเทศบ้าง
ซึ่งจริงๆเมืองไทยนี่ผมว่าวันหยุดเยอะมากเลยนะ แล้วไหนเราจะรับวันหยุดของต่างชาติเข้ามาด้วย ทั้งฝรั่ง ทั้งจีน เราเอาหมดเลย

Deal or No Deal

เกมโชว์ที่เป็นที่กล่าวขวัญถึงมากๆ ด้วยรูปแบบการเล่นที่ง่ายมาก คือจะมีกระเป๋าใส่เงินเอาไว้อยู่ ๒๖ ใบ ตั้งแต่ ๑ ล้านเหรียญ ไปจนถึง ๑ เซนต์
โดยที่ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกกระเป๋ามาไว้หนึ่งใบ จากนั้นจะต้องเลือกเปิดกระเป๋าออก ๕ ใบ โดยจะต้องพยายามไม่ให้เปิดกระเป๋าที่มีเงินมากๆในนั้น พอเปิดครบ ๕ ใบ จะมีนายธนาคารที่อยู่ด้านบน จะโทรศัพท์มาที่พิธีกร ว่าจะขอซื้อกระเป๋าใบที่ผู้เข้าแข่งขันได้เลือกไว้คืน ด้วยจำนวนเงินที่น่าจะเป็นจำนวนที่อยู่ในกระเป๋านั้น คือถ้ากระเป๋า ๕ ใบ ที่ถูกเปิดไปแล้ว มีแต่จำนวนเงินน้อยๆ โอกาสที่กระเป๋าของผู้เข้าแข่งขันเลือกไว้จะเป็น ๑ ล้านเหรียญก็จะมีมาก เมื่อนายธนาคารเสนอราคามา ก็เป็นหน้าที่ของผู้เข้าแข่งขันที่จะยอมรับข้อตกลงหรือไม่
ถ้าไม่เกมก็จะดำเนินต่อไปโดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกอีก ๕ ใบ แล้วทางนายธนาคารก็จะเสนอราคามาอีก ถ้าไม่ตกลงอีก ก็เปิด ๔ ใบ แล้วก็ ๓ ใบ ๒ ใบ ถ้ายังไม่ตกลงอีก ก็เปิดไล่ไปทีละใบ
ซึ่งเกมสนุกตรงที่ผู้เข้าแข่งขันจะต้องลุ้นว่าใบที่ตัวเองเลือกออกนั้นเป็นใบที่เงินน้อยๆ เพื่อให้โอกาสที่ใบที่เลือกไว้จะเป็นใบที่เงินมาก
พอเหลือน้อยใบลง ทางพิธีกรจะเชิญญาติๆหรือเพื่อนๆมาช่วยตัดสินใจ ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความตื่นเต้น เพราะบางคนจะบอกให้ยอมรับข้อตกลงไปเถอะ เพราะกลัวว่าใบที่เลือกมันจะเป็นใบที่มีเงินน้อย

เกมเล่นง่าย เข้าใจง่ายมาก มุ่งประเด็นไปที่เงินอย่างเดียวเลย ไม่มีการให้ความรู้ใดๆ นอกจากความตื่นเต้น
ดูแล้วมันเป็นอะไรที่เข้ากับยุคนี้มากๆที่เงินมันเป็นสิ่งสำคัญมากๆในชีวิต จนถึงขั้นเอามาสร้างเป็นเกมโชว์แบบนี้ได้
ดูแล้วก็ตื่นเต้นไปด้วยทุกที แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าจะมีรายการเกมโชว์ที่เล่นกับกิเลส ความโลภ โดยที่ไม่ต้องใช้ความรู้อะไรเลยอีกหรือเปล่า

25490502

มีความลับแล้วมีทุกข์

มาลองคิดถึงเรื่องของความลับอีกแล้ว เพราะรู้สึกมันคือตัวสร้างปัญหาที่สำคัญในชีวิตทีเดียว
เพราะพอบอกว่ามันเป็นความลับ คนที่ได้ฟังจะรู้สึกอยากรู้ขึ้นมาทันที เหมือนกับว่าการที่ได้ล่วงรู้ความลับของคนอื่นแล้วจะดี
ความลับเกิดขึ้นจากการที่เราต้องการจะปกปิดอะไรเอาไว้จากคนอื่น เป็นสิ่งที่สำคัญ ใครรู้เข้าอาจจะกลายเป็นเรื่องขึ้นมาได้
ผมรู้สึกว่าการที่เราต้องมีอะไรที่ต้องปกปิดนั้นมันเหมือนเราพยายามซ่อนสิ่งที่เราทำผิดเอาไว้ ยิ่งมีความผิดพลาดมากๆก็ยิ่งไม่อยากให้ใครรู้เลยเกิดเป็นความลับขึ้นมา ยิ่งเก็บไว้นานวันความสำคัญของมันในการปกปิดก็มากขึ้น ก็ยิ่งทำให้เกิดความทุกข์เพราะว่าต้องพยายามซ่อนมันเอาไว้ ต้องไม่ให้ใครรู้เป็นอันขาด ไม่งั้นสิ่งที่เราทำมาทั้งหมด ภาพลักษณ์ต่างๆของเราอาจจะสูญสลายไปในทันที
เหมือนกับว่าความลับเกิดจากการยึดติดในรูปลักษณ์ภายนอก สิ่งของ ทรัพย์สินเงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ วงศ์ตระกูล
เช่นถ้าเราเป็นคนสะดือไม่สวย แล้วเรารู้สึกว่าเราสะดือสวยสู้คนอื่นไม่ได้ เราไม่อยากให้ใครเห็น เราก็พยายามปิดบังซ่อนเร้น ไม่ให้ใครรู้ใครเห็น ต้องสูญเสียโอกาสในความสนุกสนานต่างๆมากมาย
แต่ในความเป็นจริงแล้วสะดือเราเลือกไม่ได้ มันเกิดมาเป็นแบบนี้ และสะดือสวยก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้น ใจของเราเองต่างหากที่จะสุขหรือจะทุกข์
สิ่งของเงินทอง ยศถาบรรดาศักดิ์ ชื่อเสียง ล้วนเป็นสิ่งที่จิตเราไปปรุงแต่งมันขึ้นมา ถูกภาพที่สังคมสร้างขึ้นทำให้เชื่อว่าสิ่งเหล่านั้นมันสำคัญกับชีวิต
จนคนเราต้องสร้างเกราะขึ้นมาป้องกัน นั่นคือหน้ากากเพื่อมาปกปิดสิ่งที่แตกต่างไปจากภาพของชีวิตที่สมบูรณ์แบบดังที่กระแสสังคมสร้างขึ้นมา
แล้วเราก็ต้องพยายามลบล้างข้อแตกต่างเหล่านั้นออกไป ด้วยวิธีการต่างๆที่ต้องแลกมาด้วยเงินทองอันมากมาย เพื่อให้ได้มาซึ่งมโนภาพที่เราอยากจะเป็น อยากจะมี
แล้วมันก็เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยซะด้วย ไม่มีทางที่เราจะไปตามมันได้ตลอดชีวิต

หนังเพื่อผ่อนคลาย

เคยได้ยินหลายคนชอบดูหนังเพื่อผ่อนคลายอารมณ์จากการทำงาน
แต่ผมลองมานึกๆดูประเภทของหนังส่วนใหญ่มันไม่ได้ทำให้ผ่อนคลายซักเท่าไหร่

หนังผี, หนังฆาตกรรม, หนังวิทยาศาสตร์, หนังบู๊, หนังสงคราม
อาจจะเป็นพวกหนังตลกที่อาจจะทำให้ผ่อนคลายได้บ้าง แต่ผมว่าบางทีความตลกก็ไม่ได้ทำให้ผ่อนคลายได้ซะทีเดียว บางทีตลกฝืดๆก็ทำให้เครียดได้เหมือนกัน

หนังรักนี่ก็ทำให้เสียน้ำตาได้ ยิ่งเศร้าไปกันใหญ่

ผมเลยคิดว่าน่าจะมีหนังที่ผ่อนคลายจริงๆ บ้าง
เช่นเป็นเรื่องของการเดินทางไปเที่ยวในที่ต่างๆ ให้เห็นบรรยากาศอันสวยงาม ธรรมชาติรอบๆตัว มีเสียงเพลงเพราะๆ คลอไปทั้งเรื่อง ไม่มีต้องมาตกอกตกใจอะไร ไม่มีเนื้อเรื่องที่ต้องมาคิดว่าคนไหนทำอะไร เรื่องราวเรียบง่ายชัดเจน ซึ่งพอดูจบแล้วก็จะรู้สึกเหมือนไปเที่ยวผ่อนคลายกับตัวละครในเรื่อง มีความสุขกลับบ้านอะไรแบบนี้

ครบรอบ ๑ ปีที่(พยายาม)เลิกกินเนื้อสัตว์

เริ่มต้นหยุดกินเนื้อสัตว์ไปตอนพฤษภาคมปีที่แล้ว จริงๆก็ไม่ใช่ว่าเคร่งห้ามกินเนื้อสัตว์ซะเลยหรอกครับ เพราะยังมีบางมื้อที่กิน และต้องกินบ้าง
ที่เลิกกินไปเพราะรู้สึกว่ามนุษย์(โดยเฉพาะผม)ไม่น่าจะเป็นสัตว์กินเนื้อ แล้วเวลาเห็นสัตว์ถูกฆ่าทีไรมันสงสารครับ ถ้าผมจะเป็นคนคนนึงที่จะช่วยลดการฆ่าสัตว์ลงได้บ้างผมว่าคงจะดีไม่น้อย เลยตัดสินใจเลิกเลยครับ

มีช่วงเดือนแรกๆที่เคร่งเอาการกินได้แต่ไข่กับนมเท่านั้น จากนั้นก็มากินกุ้งบ้าง ปลาบ้าง ตอนนี้มาจบลงที่กินปลากับนมและไข่ เพราะรู้สึกว่าชีวิตจะอยู่ในสังคมได้ลำบากเกินไปถ้าไม่กินเนื้อสัตว์อะไรเลย (บางทีไปงานปาร์ตี้อะไรแบบนี้มันก็เลือกมากไม่ได้ครับ)

แต่ในรอบปีนี้ก็ไม่ได้กินเนื้อวัวเลยสักครั้งครับ(ปกติผมชอบเนื้อวัวมาก) เนื้อหมูกินไปประมาณสามมื้อเห็นจะได้ เนื้อไก่ไม่น่าเกินสองมื้อ

ร่างกายก็ไม่เปลี่ยนอะไรนะครับ เคยได้ยินเค้าบอกว่ากว่าร่างกายที่เคยกินเนื้อสัตว์มาจะสะอาดได้ต้องเลิกกินเนื้อสัตว์เป็นเวลา ๗ ปี (เอ้อเหอ)
ผมคงจะไม่หยุดการไม่กินเนื้อสัตว์(บก)ครับ เพราะตอนนี้ก็ไม่เห็นถึงความผิดปกติใดๆ ยังแข็งแรงดี โรคภัยไข้เจ็บต่างๆก็ไม่มี
คงต้องวัดผลกันทุกๆปี

แผนการขั้นต่อไปคือเลิกกินน้ำตาลครับ เพราะผมเป็นคนติดหวานมาก อะไรๆก็ต้องเติมน้ำตาล แล้วมาเจอพี่ปลื้ม แกเลิกเติมน้ำตาลในกาแฟ เพราะว่าแกก็เคยเติมน้ำตาลเยอะมาก จนแกมารู้สึกว่า มันไม่ดี เลยหยุด
ผมว่าผมเองก็น่าจะลองดูบ้างเหมือนกัน
(จริงๆพี่ปลื้มแกมีแนวคิดอะไรดีดีเยอะนะครับเนี่ย น่าไปศึกษาจากแกเพิ่มเติม)

งั้นก็เริ่มกันตั้งแต่วันนี้เลยละกันครับ! อีกหนึ่งปีมาอ่านผลการทดลองนี้กัน :D

ภาษาอังกฤษกับหนังฮอลลีวูด

มาลองคิดถึงจังหวะจะโคนในการพูดในแบบของภาษาอังกฤษดู ที่เวลาพูดเค้าจะมีการเน้นเสียงในจุดต่างๆของประโยค หรือแม้แต่คำๆนึงก็มีจุดในการเน้นเสียงต่างๆกันไป
เลยทำให้นึกถึงหนังสไตล์ฮอลลีวูดขึ้นมา ที่มักจะมีจุดที่เป็นส่วนสำคัญในเรื่อง อาจจะเป็นส่วนที่เฉลยเรื่องราวที่เป็นปมมาตั้งแต่ตอนต้น หรือเป็นฉากที่พระเอกจะปราบตัวร้ายและช่วยเหลือนางเอกได้อะไรแบบนี้
คือหนังจะต้องมีจุดนั้นเสมอ คนดูจะรู้เลยว่า เฮ้ย! ฉากนี้ต้องเป็นฉากสุดท้ายแน่เลย เพราะทุกอย่างมันใกล้มาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว

จริงๆเรื่องเพลงหรือดนตรีผมว่าก็มีเหมือนกัน คือจะต้องมีท่อนสร้อยที่จะไปเน้นย้ำๆอีกทีตอนใกล้จะจบเพื่อคลี่คลายเรื่องราวและอารมณ์ลง
ซึ่งเพลงไทยและหนังไทยก็น่าจะได้รับอิทธิพลเหล่านี้เข้ามาด้วยเช่นกัน
ถ้ามานึกถึงภาษาไทยเราที่ไม่มีการเน้นเสียงในจุดใดจุดหนึ่งในประโยค ไม่มีการเน้นเสียงขึ้นๆลงๆ
เพลงไทยเก่าๆของเราจึงเป็นเพลงที่เรียบง่ายฟังสบายๆ ไม่ค่อยมีจังหวะให้ต้องเปลี่ยนอารมณ์
นี่อาจจะเป็นผลมาจากเรื่องของศาสนาและการใช้ชีวิตด้วย ที่คนไทยเราจะไม่ชอบการต่อสู้ เราจะรักสงบซะมากกว่า ไม่มีการออกล่าอาณานิคมอย่างชาติตะวันตก
ศาสนาพุทธของเราก็สอนแต่เรื่องของการทำใจให้สงบมากกว่าที่จะต้องไปต่อสู้รบรากับใคร
การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตในศาสนาพุทธถือเป็นเรื่องที่ผิด แต่ในศาสนาคริสต์รู้สึกว่าจะไม่ผิด