25481226

WAL-MART: The High Cost of Low Price



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ข้อมูลจาก WikiPedia
Wal-Mart Stores, Inc. (NYSE: WMT) was founded by Sam Walton in 1962. It is now a multinational corporation and is the largest retailer and second largest company in the world based on revenue. For the fiscal year ending January 31, 2005, Wal-Mart reported net income of US $10.3 billion on US $285 billion of sales revenue (3.6% profit margin). If Wal-Mart were its own economy, it would rank 20th in the world, with a GDP between those of Greece and Ukraine. It is the largest private employer in the United States, Mexico and Canada. It holds an 8.9 percent retail store market share, with $8.90 out of every $100 spent in U.S. retail stores being spent at Wal-Mart.
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ไปโหลดหนังมาดูอีกแล้วครับ คราวนี้เป็นสารคดี เห็นคนแชร์เยอะเลยลองโหลดมาดู เพิ่งจะโหลดเสร็จเมื่อวานนี้ วันนี้เลยเอามาลองเปิดดูซะหน่อย

ถึงกับอึ้งไปเลย...

เป็นสารคดีที่แรงมากๆทีเดียว โจมตี WAL-MART ตรงๆเลย ดูแล้วไม่อยากไปซื้อของที่นั่นอีกเลยทีเดียวครับ(และตั้งใจว่าจะไม่ไปแล้วด้วยหล่ะครับ)

เรื่องราวเป็นการเปิดเผยเบื้องหลังว่าทำไมที่นี่เค้าขายของได้ถูกกว่าที่อื่นเยอะมาก เรียกว่าตัดราคาขายกันเลยหล่ะ ผมก็สงสัยมานานแล้วว่าทำไมมันอยู่ได้วะ ขายถูกขนาดนี้
เพิ่งรู้เบื้่องลึกเบื้องหลังกันวันนี้เอง

ที่สินค้าต่างๆของ WAL-MART มีราคาที่ถูกกว่าที่อื่นนั้นมีหลายสาเหตุ หลักๆก็คือสินค้าของ WAL-MART สั่งทำในจีนซึ่งกดราคาค่าจ้างสุดๆ
ค่าจ้างประกอบของเล่น $0.18 ต่อชิ้นในโรงงานประเทศจีน ขายใน WAL-MART $14.96ไรงี้เลย
เค้ามีไปถ่ายที่เมืองจีน,บังกลาเทศ, ... ด้วย เห็นแล้วน่าสงสารมากๆ ทำงานตั้งแต่ ๗ โมงเช้า ยัน ๔ ทุ่ม ทุกวัน!!!
คิดไปถึงคนไทยในโรงงานเหมือนกันนะ เค้าจะเป็นแบบนี้ไหม?

แล้วยังมีเรื่องการโกงไอ้นู่นไอ้นี่สารพัดอย่าง ดูแล้วแทบไม่อยากเชื่อว่าจะทำลงไปได้.. เพื่อเงิน...

ในหนังจะมีการตัดภาพของ CEO มาเป็นระยะๆ พูดโน่นพูดนี่ดูดีเชียวหล่ะ (พูดคล้ายๆนายกฯบ้านเราเล้ย..) แต่ที่ไหนได้ สิ่งที่ทำมันตรงกันข้ามกับสิ่งที่พูด

มีพาไปดูบ้านของตระกูล Walton (ตระกูลเจ้าของ WAL-MART) แต่ละคน เอ้อเหอ.. มันวังนี่หว่า...

พอดูจบ . . . เลยพาลคิดไปเรื่อย คิดถึงระบบการค้าต่างๆ สินค้าต่่างๆที่เราเห็นว่ามันถูกนักหนา เบื้องหลังของมันจะเป็นอย่างไรกันนะ
(ผมเป็นคนชอบของถูกซะด้วย)

แล้วการทำธุรกิจอย่างอื่นเค้าจะทำกันแบบนี้ด้วยหรือเปล่า คิดไปถึงการประท้วงหยุดงานของพนักงานรถไฟใต้ดินที่ New York City เมื่อเร็วๆนี้
คิดต่อไปถึงชีวิตในสหรัฐอเมริกา ที่ทุกคนต่างเข้ามาเพื่อแสวงหาเงินทอง คงไม่ต่างกับคนต่างจังหวัดเข้ากรุงฯ

คิดมาถึงตัวเองที่ถ่อมาเรียนไกลอีกซีกโลกนึง มันคุ้มกันไหมนะ?

ชีวิตที่ต้องห่างครอบครัว ไม่มีโอกาสได้ดูแลพ่อแม่ยาย.. แล้วก็เงินอีกตั้งมากมายที่ต้องสูญเสียไปกับประเทศๆนี้ ค่าครองชีพแพง ผักผลไม้ อาหารต่างๆ ก็ล้วนปรุงแต่งให้ดูน่ากินผิดธรรมชาติ (เช่นผลไม้ไม่มีเมล็ด ที่นี่เยอะมาก ถ้าจะซื้อแบบธรรมชาติก็จะแพงขึ้นไปอีก?!?!)

จะมาก็ยากลำบาก ไม่ได้มาฟรีๆ กว่าจะได้มาเรียนก็เสียค่านู่นค่านี่อีกหลายตัง
แล้วชีวิตที่นี่ก็ไม่ได้สุขสบายเหมือนอยู่เมืองไทย

บ้านเมืองก็อันตราย คนก็น่ากลัว จี้ปล้นไม่เว้นแต่ละวัน

เลยรู้สึกว่าเราจะเอาชีวิตมาเสียเวลาที่นี่ทำไมกันนะ

มาเพื่อมาเอาความรู้? มาเพื่อมาหางานดีดี? หาเงินเยอะๆ?

คิดแล้วอยากกลับบ้านขึ้นมาทันทีเลยครับ มันรู้สึกเลยว่าไม่ได้การแล้วหล่ะ หากอยู่ที่นี่ต่อไปอาจจะตกเป็นทาสของวัตถุนิยม ตกเป็นทาสของเงิน ซึ่งล้วนเป็นสิ่งสมมติทั้งสิ้น...

รีบทำงานแล้วรีบกลับบ้านเราดีกว่าครับ!

แต่... คนไทยบ้านเราสมัยนี้ก็ตกเป็นทาสของของวัตถุนิยมกันไปหมดเหมือนๆกันนี่นะ... เฮ้อ...

++++++++++++++++++++
เว็บของหนังเรื่องนี้ครับ
http://www.walmartmovie.com/

25481214

Be with you ปาฏิหาริย์ 6 สัปดาห์ เปลี่ยนฉันให้รักเธอ...

เคยไปอ่านบล็อคที่พี่วุฒิเค้าเขียนเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้
อ่านแล้วก็อยากจะดูบ้าง เห็นพี่เค้าเขียนชมไว้เยอะ ผมก็คิดว่าคงจะซึ้งๆ ตามประสาหนังรักทั่วๆไปน่ะแหละ
ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้ดู แต่ดันโชคดีมีคนเค้าเอามาให้โหลด
ก็เลยไม่พลาดที่จะโหลดมาชมบ้าง เป็นพากย์ไทยซะด้วย

โหลดเสร็จหลายวันละ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ตั้งใจดูซักที มาวันนี้แหละ เกิดนึกครึ้มอยากเอามาดูขึ้นมา



เรื่องราวดำเนินเรียบๆง่ายๆ เหมือนๆชีวิตคนทั่วๆไป แต่ก็มีจุดที่ทำให้ชีวิตของพวกเขาไม่ธรรมดา(ไม่เล่าหล่ะ ไปหาดูกันเองดีกว่า)

หนังเรื่องนี้ทำผมร้องไห้.. ไม่ใช่ร้องธรรมดาด้วยสิ สะอึกสะอื้นเลยหล่ะ.. น้ำตาหยดแหมะๆๆ ไม่คิดเล้ยว่าหนังธรรมดาๆเรื่องนึงจะสร้างอารมณ์ร่วมให้กับผมได้ถึงเพียงนี้ T^T

ผมชอบเนื้อเรื่องและวิธีการเล่าเรื่องของเรื่องนี้มากๆ การมีเด็กอยู่ในเรื่องก็ทำให้เรื่องราวสดใสน่ารักดี
นางเอกน่ารักด้วยสิ ดูไปทั้งเรื่องไม่มีจุดที่จะเบื่อเลยนะ
ดนตรีประกอบก็มีส่วนอย่างมากในการดึงอารมณ์ให้คล้อยตามไปกับเนื้อเรื่อง มุขตลกเล็กๆน้อยๆ ก็ดูน่ารัก

ผมไม่ได้ร้องไห้กับหนังมานานพอสมควรแล้ว นับตั้งแต่ The Letter ที่ทำผมน้ำตาซึม แต่ไม่ขนาดร้องไห้โฮเท่าเรื่องนี้ (ดีที่ไม่ได้ไปดูโรง อายเค้าแย่..)

ใครที่มองผ่านหนังเรื่องนี้ไป ขอให้ลองกลับไปเช่าหรือซื้อมาดูซักหน่อยนะครับ ถ้าชอบหนังรัก ไม่ควรพลาดจริงๆ


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

- เว็บที่ไปเจอมาเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ มีตัวอย่างให้ดูด้วย
- เว็บรวมรูปของ Yuko Takeuchi นางเอกของเรื่องนี้

25481209

ลองแก้ theme กะเค้าดูมั่ง

ยากไม่ใช่เล่นเลยแฮะ.. แก้ตั้งนานได้แค่เนี๊ยะ..

พยายามจะทำให้มันเรียบง่ายที่สุด แต่มันกลับออกมาดูแล้วอ่านยากชะมัดเลย.. เฮ้อ..

แต่ว่า แอบทดลองอะไรไว้ด้วยนะ.. ลองกด Refresh สิครับ...

ปรับอีกนิดหน่อยครับ สำหรับชาว Firefox เท่านั้นถึงจะเห็น

25481206

CallThai.net Softphone

วันนี้ยังคงเป็นเรื่องของโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ตเหมือนเดิมครับ
เพราะพยายามจะหาทางที่ดีที่สุดที่จะโทรศัพท์กลับเมืองไทยโดยไม่ต้องใช้โทรศัพท์มือถือ หรือโทรศัพท์บ้าน

ก็มาลงเอยที่โทรผ่านอินเตอร์เน็ต จากที่ลองใช้ SkypeOut ได้พักนึง ก็รู้สึกว่าเรทค่าโทรของมันแพงกว่าการใช้การ์ดโทรศัพท์(ที่เคยใช้)อยู่เท่านึง และเสียงคุยเวลาโทรไปต่างจังหวัดก็ไม่ชัด ขาดๆหายๆ
ทีแรกกะว่าจะลองใช้ SkypeOut โทรเข้าไปเบอร์ 1800 ของการ์ดโทรศัพท์ที่ใช้ดู แต่ว่ามันค่อนข้างวุ่นวายอยู่สักหน่อย เพราะเราจะต้องโทรไปที่เบอร์ 1800-XXXXXXX แล้วยังต้องกดรหัสบัตรของเรา แล้วก็ถึงจะกดเบอร์โทรที่เมืองไทยอีกที ซึ่งไม่สะดวกเท่าไหร่

ก็เลยลองไปดูที่เว็บ Callthai.net ซึ่งเป็นเว็บที่ผมซื้อการ์ดโทรศัพท์กลับไทยเป็นประจำ ก็เลยไปเห็นว่าเค้ามีบริการใหม่ออกมา เป็นการใช้คอมพิวเตอร์โทรออกไปหาเบอร์ทั่วไป
ก็เลยลองเข้าไปดูว่าต้องทำอย่างไรบ้าง
แล้วก็ตัดสินใจลองซื้อบัตรของระบบนี้ดู เป็นราคา $20 ครับ (ได้ส่วนลดไป 5% สงสัยกำลังโปรโมท)

เราสามารถที่จะโทรออกได้สองทางคือ ผ่านโปรแกรม CallThai.net Softphone หรือผ่าน Windows Messenger 5.0 ( ไม่ใช่ MSN Messenger นะครับ ผมเพิ่งรู้ว่าสองโปรแกรมนี้แตกต่างกันหลายจุดเลย เพราะทีแรกผมกะจะใช้ MSN messenger แต่ปรากฏว่ามันใช้ไม่ได้ครับ)



ผมเลือกที่จะลงโปรแกรมของเค้า หน้าตาวุ่นวายดีเหมือนกัน หลังจากทำการเซ็ตอัพค่าต่างๆเรียบร้อยแล้ว ก็พร้อมที่จะใช้งานได้ครับ

การใช้งานก็ไม่ยากอะไรแค่กดเบอร์โทรปลายทาง ถ้าเป็นเบอร์เมืองไทย ก็ใส่ 01166 เข้าไปข้างหน้า เช่นโทรไปเบอร์ 0-2333-4444 เราก็ใส่เป็น 0116623334444 แล้วก็จะคุยได้ครับ

เสียงยังมีการ delay ค่อนข้างมากทีเดียว นี่ขนาดโทรกลับไปเบอร์บ้านที่กรุงเทพฯนะครับเนี่ย
เดี๋ยวจะลองโทรกลับไปเบอร์ต่างจังหวัดดูอีกทีว่าเป็นอย่างไร

แต่ที่ค่อนข้างชอบคือเรื่องของค่าโทรศัพท์จากระบบนี้ครับ ที่ค่อนข้างถูกมากๆ


: Result Calling rate
Country Code Area Code Country Name Rate/Min ($)
66 2 Thailand (Bangkok Happy Hour) 0.01
66 2 Thailand (Bangkok Normal Hour) 0.01
66
Thailand Mobile/Province (Happy Hour) 0.0299
66
Thailand Mobile / Province (Normal Hour) 0.049
* 15¢ surcharge on first minute

เวลาที่โทรกลับไทย พวกระบบการ์ดโทรศัพท์เค้าจะแจ้งยอดมาว่าเราจะคุยได้นานแค่ไหน ปกติก็จะบอกเป็นชั่วโมงมา แต่คราวนี้ที่ผมได้ยินคือ ๑ วัน !!!

นับว่าเป็นอีกทางเลือกนึงที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียวสำหรับคนที่ไม่มีโทรศัพท์บ้าน หรือโทรศัพท์มือถือที่มีโปรโมชั่นโทรฟรี

และข้อดีอีกข้อที่ผมชอบสำหรับการโทรผ่านอินเตอร์เน็ตก็คือ ถ้าสมมติว่าเราต้องเดินทางท่องเที่ยวไปที่ต่างๆ ประเทศอื่นๆ เช่นต้องไปแคนาดา ไปญี่ปุ่น ไปออสเตรเลีย
ถ้าเราอยากจะโทรศัพท์กลับไปที่ประเทศไทย หรือประเทศอื่นๆ (เราต้องพก Laptop หรือ PocketPC ที่ใช้ Wi-Fi ได้ ไปด้วยนะครับ) เราก็แค่หาจุดให้บริการ Wi-Fi ให้เจอ(หวังว่าสมัยนี้จะหาไม่ยากนะ) แล้วก็ใช้เจ้าโปรแกรมนี้ทำการโทรออกได้ทันที
ผมเองก็คิดว่าจะทดลองดูบ้างเหมือนกัน วางแผนไว้ว่าตอนที่บินกลับประเทศไทย จะไปแวะญี่ปุ่นซักพัก แล้วจะหา Wi-Fi ทดสอบการโทรกลับไทยดู

25481205

SkypeOut + USB Phone !

วันก่อนลองใช้ SkypeOut โทรคุยกับคนที่เมืองไทยแล้ว แต่ว่าใช้งานได้ไม่สะดวกเท่าที่ควร เพราะเกิดอาการ delay ถ้าโทรเข้าโทรศัพท์มือถือ หรือว่าอยู่ๆก็คุยไม่ได้บ้าง

เลยไปสั่งซื้อโทรศัพท์สำหรับเอามาใช้กับเจ้า Skype โดยเฉพาะมาเลยครับ
ทีแรกเข้าไปดูใน Store ของ Skype เอง ก็มีให้เลือกซื้อหลากรุ่นมากครับ แต่ขั้นต่ำก็ $39.99
คงไม่คุ้มที่จะเอามาใช้เท่าไหร่ ราคานี้เอาไปซื้อโทรศัพท์มือถือมือสองรุ่นพอใช้ได้ได้เลย

ก็เลยไปหาที่แหล่งของถูก eBay.com เจอเพียบเลยครับ ก็เลยลองซักอันนึงที่เห็นว่าน่าเชื่อถือ
เจ้าตัวนี้ที่ผมชอบเพราะมันไม่ต้องใช้ถ่าน มันดึงไฟจาก port USB ได้เลย แต่ที่เห็นดำๆนั่น อย่านึกว่าจะมีกราฟฟิคอะไรตอนกดนะครับ เค้าทำไว้หลอก...


ผมรออยู่ ๔-๕ วัน ของก็มาครับ ไม่รอช้ารีบจัดการลง Software และ driver กันทันที (ใจร้อนจริ๊ง..)

การใช้งานก็ไม่ยุ่งยาก เพียงเปิดโปรแกรมที่เค้าให้มาเอาไว้ แล้วเปิดเจ้า Skype ซึ่งมันจะบอกว่ามีโปรแกรมนี้นะ จะขอมาใช้ระบบของมัน เราก็ตอบตกลงไป

หลังจากนั้น เราก็สามารถที่จะกดเบอร์โทรออกได้จากตัวโทรศัพท์เลยครับ
ทีแรกไม่รู้ว่าต้องไปเซ็ตใน Option ของเจ้า Skype ให้เลือกระบบเสียงไปใช้เจ้านี่ก่อน ก็งง เอ๊ ทำไมเสียงยังออกลำโพงเหมือนเดิมหล่ะเนี่ย

จนไปแก้ค่ามัน ถึงได้ใช้ได้สมบูรณ์

การทดสอบวันนี้ ผมก็ไม่รอช้าครับ ลองโทรไปหายายเหมือนเดิม เพราะรู้แน่ๆว่ายายอยู่บ้าน โทรไปยายก็รับ แล้วก็บอกว่าเสียงชัดเจนดีจัง ไม่มีเสียงรบกวนเหมือนคราวก่อนแล้ว เย้!

จากนั้นผมก็ลองโทรไปหาไอ้ต้นครับ เพื่อนที่ศิลปากร แต่มันไม่รับ หรืออาจจะยุ่งอยู่ ไม่เป็นไร
ผมเลยโทรไปหาเพื่อนอีกคน แจงแวงครับ แจงกำลังขับรถอยู่ ทีแรกมันก็ไม่รับเหมือนกัน เพราะนึกว่าพวกตามทวงหนี้... ( -_-')

พอโทรไปอีกรอบมันก็รับครับ ก็คุยกันตามประสาเพื่อน มันก็บอกว่าเสียงชัดเจนดี มี Delay นิดนึง แต่ก็โอเคเลยหล่ะผมว่า เพราะดีกว่าตอนที่ผมลองโทรผ่านไมโครโฟนมากๆ
ก็คุยกันยาวเลยครับ ๒๐ นาทีได้ ผมลองเช็คเงินดู ก็หมดไปราวๆ 2Euro ซึ่งนับว่าไม่แพงนัก ถ้าเทียบกับระยะทางและอาการ Delay แล้ว

ช่วงนี้ก็เลยรู้สึกดีมากๆเลยครับ ที่ตัดสินใจใช้เจ้า SkypeOut + USB Phone

แต่ไม่รู้ว่าเพราะความสะดวกของมันเนี่ย จะทำให้ผมใช้บริการมันบ่อยด้วยหรือเปล่า
แต่นี่ก็คงเป็นความต้องการของคนทำแหละนะ ... ฮี่ฮี่ (เสียงหัวเราะของเจ้าของ Skype)

25481201

เพิ่งจะมีโอกาสลอง VoIP กะเค้า



อยู่อเมริกามาก็นาน ไม่เคยได้มีโอกาสลอง VoIP (Voice over IP) กะเค้าซักที
เป็นเพราะปกติจะมีโทรศัพท์บ้านอยู่แล้ว ก็เลยใช้โทรศัพท์บ้านโทร แล้วใช้การ์ดโทรศัพท์เอา
ก็ประหยัดดี

ตอนนี้เพิ่งจะยกเลิกโทรศัพท์บ้านไป ก็เลยมีแต่มือถือ แต่ทีนี้มือถือจะเอาไปโทรก็เปลืองโคตรๆ นาทีละ ๑๐-๒๐ บาทแน่ะ(ผมใช้แบบ Prepaid) เลยกะว่าจะไปโทรเครื่องสาธารณะเอา เพราะถ้าโทรเบอร์พวก 1800 จะโทรฟรี แต่ถ้าจะโทรกลับไทยก็ต้องโทรดึกๆของที่นี่ คงจะลำบากน่าดู ถ้าจะออกไปโทรสาธารณะยามค่ำคืน

แล้วพอดีไปเจอข่าวที่ Blognone เรื่อง Skype เลยนึกได้ว่าเรามีทางเลือกอื่นนี่นา ก็เลยไปดาวน์โหลดเจ้า Skype มาลงที่เครื่อง แล้วเช็คดูอัตราค่าโทรกลับเมืองไทย ก็พบว่าไม่แพงนัก ก็เลยซื้อ credit เพื่อเอาไว้โทรกลับไทยดูซะหน่อย ต้องซื้อเป็นเงิน Euro ครับ ผมซื้อไป 10 Euro

หลังจากทำการซื้อ credit เสร็จ เจ้า Skype มันก็จะรู้ทันทีว่าเรามีเงินแล้วในระบบ สามารถที่จะโทรออกได้

จากนั้นผมก็ทำการเพิ่มเบอร์เข้าไป โดยจะเป็นลักษณะ + (รหัสประเทศ) (เบอร์ในประเทศไทย)

อย่างเบอร์ในไทยเป็น 0-2555-6666 ก็จะใส่เป็น +6625556666 อะไรแบบนี้

จากนั้นก็กดโทรออกได้เล้ย

วันนี้ลองโทรไปหายายดูครับ เสียงยายดังออกมาชัดเจนดีมาก ผมลองพูดใส่ไมค์กลับไป ยายก็บอกว่าฟังได้ชัดดี แล้วแถมไม่มีอาการ delay ของข้อมูลเลยซะด้วยสิ

รู้สึกประทับใจในระบบของมันมากๆครับ คิดว่าคงจะโทรแบบนี้มากกว่าใช้การ์ดโทรศัพท์แบบเก่าแล้วหล่ะ อิอิ

**** เพิ่มเติมครับ ****
เมื่อวานได้มีโอกาสทดสอบโทรไปต่างจังหวัดในเมืองไทย พบว่าเสียงที่ผมพูดจะขาดหายบ้าง แต่เสียงที่ผมได้ยินจากทางโน้น ชัดเจนดี

แล้วก็ลองโทรเข้าโทรศัพท์มือถือ อันนี้แย่เลยครับ เพราะว่าทางโน้นไม่ได้ยินเสียงผมเลย แต่ผมได้ยินที่เค้าพูดมา

+++++ เพิ่มอีกหน่อย +++++
เพิ่งไปเช็คดูราคาค่าโทรศัพท์ในอเมริกา พบว่า
USA-Toll Free $ 0.000 $ 0.000
โอ้ววว เยี่ยมเล้ย เพราะถ้าโทรจากมือถือ มันจะต้องเสียค่า Air time ...

25481123

ส่ง email หาตัวเองในอนาคต

เคยคิดที่จะเอาสิ่งของหรือเงินเก็บใส่กล่องแล้วปิดผนึกไว้ แล้วเขียนแปะว่าห้ามเปิดจนถึงวันนั้นวันนี้ในอนาคตไหมครับ?

หรือที่เค้าเรียกกันว่า Time Capsule นั่นเอง
ผมเคยเห็นในภาพยนตร์หลายๆเรื่อง ที่เค้าจะเอาพวกสิ่งของในวัยเด็กไปเก็บเอาไว้ในกล่อง เพื่อรอที่จะเปิดมันออกมาดูอีกครั้งเมื่อแก่

ผมว่ามันน่าสนุกดีเหมือนกันถ้าเราเปิดมาอ่านความคิดของเราตอนเด็กๆได้ ได้เห็นของที่มีค่าของเราในตอนนั้น ได้รับความรู้สึกของวัยเยาว์อีกครั้งหนึ่ง

วันนี้ผมก็ไปเจอเว็บๆนึงครับ เค้าก็มีให้บริการคล้ายๆกันนี้ เพียงแต่ว่ามันเป็นจดหมายอีเล็กทรอนิกส์
http://forbes.codefix.net/capsule/

เว็บนี้เค้าจะให้เรา email ถึงใครก็ได้ครับ โดยเราสามารถตั้งเวลาที่จะให้มันส่งไปถึงได้ ตั้งแต่ ๑ ปี, ๓ปี, ๕ปี, ๑๐ปี หรือ ๒๐ปี คือจนถึงปี พ.ศ. ๒๕๖๘ (ค.ศ. ๒๐๒๕) โน่นแน่ะครับ
ซึ่งไม่รู้ตอนนั้นเราจะเป็นอย่างไรแล้ว เราจะยังใช้ email address อันเดิมอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ก็น่าลองเล่นดูนะครับ

เดี๋ยวผมว่าจะลองเขียนไปหาตัวเองดูครับ ไปเขียนบอกตัวเองไว้หน่อยว่าตอนนี้ผมทำอะไรอยู่ที่ไหน :)

ป.ล. ช่วงนี้ผมพยายามเขียนเลขให้เป็นภาษาไทยครับ ไหนๆเราก็พิมพ์ภาษาไทยอยู่แล้ว ทำไมต้องใช้เลขฝรั่ง :p

อัพเดท : http://www.futureme.org/ เว็บนี้เค้าเปิดให้ส่งเมลหาตัวเองได้เช่นกันครับ ลองดู :)

25481117

..มองดูดวงจันทร์ ก็เหมือนกับจันทร์ที่บ้านเรา..










คิดถึงบ้าน
จรัล มโนเพ็ชร

มองดูดวงดาว ก็คงเป็นดาวดวงเดียวกัน

มองดูดวงจันทร์ ก็เหมือนกับจันทร์ที่บ้านเรา

ยามนี้ฉันเหงา คิดถึงบ้าน

มองดูท้องฟ้า ก็ยังเป็นฟ้า ผืนเดียวกัน

มองดวงตะวันก็ยังส่องแสงไปบ้านฉัน

ยามฟ้ามืดคล้ำ คิดถึงบ้าน

**อยู่ในเมืองกรุงก็คงวุ่นวายและวกวน

มีแต่ผู้คน ก็เหมือนดังคนไม่รู้จักกัน

ชีวิตผกผัน คิดถึงบ้าน

มองไปทางใดก็มีแต่ตึกสูงสวยงาม

แต่ใจคนไม่งามเหมือนกับคนที่บ้านเรา

ยามนี้ฉันเหงา คิดถึงบ้าน

**





ป.ล. ตอนแรกแค่จะเอาภาพที่ถ่ายมาลงเฉยๆครับ พอดีไปเจอในเครื่อง แต่มองแล้วคิดถึงเพลงนี้ขึ้นมา ฟังแล้ว คิดถึงบ้านเลย T^T

25481115

ถ้าทุกคนไม่มีความลับ โลกจะเป็นยังไงนะ

คิดเล่นๆน่ะครับ ว่าถ้าเกิดว่าทุกคนไม่มีความลับ ไม่มีสิ่งที่ต้องปิดบังซ่อนเร้น
เรื่องทุกเรื่องสามารถบอกกล่าวออกมาได้หมด แล้วมันจะเป็นยังไง?

ความลับก็คงจะเป็นสิ่งที่ไม่มีค่าขึ้นมา เพราะใครๆก็สามารถรู้ได้หมด เราก็ไม่ต้องมีอะไรมาปกปิดกัน มีอะไรก็ถามกันได้ บอกกันตรงๆ ชีวิตเราจะมีความสุขไหมนะ

หรือคนเราไม่ค่อยอยากจะยอมรับความจริงกันนะ

พอดีวันนี้ไปอ่านบทความเรื่องการป้องกันไม่ให้โดน SpyWare มาก่อกวนในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราน่ะครับ
เลยเกิดความสงสัยขึ้นมา เพราะพวก SpyWare พวกนี้ส่วนใหญ่ก็พยายามจ้องข้อมูล ดูการใช้งานของเรา แล้วส่งกลับไปให้เจ้าคนทำ เพราะว่าข้อมูลเหล่านี้มันจะไม่มีการเปิดเผยออกมา เค้าก็เลยต้องมาขโมยเอา(คิดเอาเองอีกแล้ว)

อยากเป็นคนไม่มีความลับเหมือนกัน จิตใจคงจะปลอดโปร่งน่าดู (แสดงว่าความลับเยอะหล่ะสิเนี่ย...)

25481114

ซื้อของได้ถูกจริงหรือ?

คิดว่าหลายคนคงชอบของถูกของลดราคากัน ผมเองก็เป็นแถมอาการหนักซะด้วยสิ

ตอนอยู่เมืองไทย ผมจะชอบมาก เวลาที่ไปเดินห้างสรรพสินค้าแล้วเจอป้ายสินค้าลดราคา จะรีบปรี่เข้าไปดูก่อนเลยว่ามันมีอะไรลดบ้าง แทบจะทุกครั้งที่จะต้องได้อะไรกลับไป ไม่มากก็น้อยหล่ะ
ด้วยความที่เห็นว่ามันถูกก็ซื้อไว้ก่อน แม้ว่าจะไม่จำเป็นเลยก็ตาม
ฟังดูเหมือนผมจะรวยเนอะ ซื้อโน่นซื้อนี่ แต่จริงๆไม่เลยครับ แต่ว่ามันเหมือนเป็นโรคจิต ที่เห็นของถูกๆแล้วก็อยากจะซื้อไปซะทุกที

หลังจากที่มาอเมริกา ทีนี้ยิ่งเข้าทางครับ ผมไม่ค่อยไปห้างสรรพสินค้าเหมือนก่อนแล้ว แต่กลับซื้อของลดราคามากกว่าแต่ก่อนซะอีก ด้วยความสะดวกสบายของการ Shopping แบบ Online นั่นเองครับ

และแน่นอนเว็บไซต์สุดโปรดของผมก็หนีไม่พ้น eBay.com (เว็บประมูลสินค้าที่ใหญ่มากๆ มีสินค้าแทบทุกอย่าง)
ผมมักจะเข้าไป search หาของที่อยากได้อยู่บ่อยๆ แล้วที่นี่เค้าจะพยายามชักชวนให้เราเสียเงินได้ง่ายๆ ด้วยการสรรหาความสะดวกสบายมาให้กับผู้ที่ทำการประมูล
หลังจากที่เราสมัครสมาชิกแล้ว เราก็จะสามารถที่จะทำการเก็บรายการสินค้าที่เราสนใจได้ นี่ก็จะทำให้เราสามารถติดตามได้ว่า สินค้าตัวนั้นๆ ราคาไปถึงที่เท่าไหร่แล้ว
แล้วยิ่งกว่านั้น ทาง eBay ยังมีโปรแกรมเสริมให้เรามาลงที่ Windows PC ที่จะคอยบอกเราว่าของที่เราได้ดู หรือประมูลไปนั้น มีการเปลี่ยนแปลงไป หรือมีคนมาประมูลทับไปแล้วหรือยัง โดยจะขึ้นมาเตือนเราที่มุมขวาของจอภาพ
ทำให้เราไม่ต้องกดเข้าไปดูที่เว็บบ่อยๆ แถมยังมีการสั่งให้เตือนได้ด้วยว่า ถ้าหากใกล้จะปิดประมูลก่อนกี่นาที ให้เตือนขึ้นมานะ อันนี้นักประมูลตัวยงจะชอบมาก เพราะจะเข้าไปเพิ่มราคากันตอนๆจะใกล้ปิด เพื่อให้คนอื่นไม่สามารถมาประมูลทับได้

กลับมาเข้าเรื่อง เมื่อ eBay มันดีขนาดนี้ ผมก็เลยชอบไปหาของถูกๆที่นี่ ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้ามือสอง หรือสินค้าที่ตกรุ่นแล้ว
มีอยู่ครั้งนึงที่ผมอยากได้จอ Monitor ใหม่ เพราะจอที่แถมมากับเครื่อง PC มันโค้ง ทำให้ปวดตา
ผมเลยพยายามหาข้อมูลว่าจอรุ้นไหนน่าจะดี ตอนนั้นก็เล็งจอ Sony ไว้แล้วหล่ะ เพราะติดใจเรื่องของคุณภาพ
เพราะเคยใช้ตอนสมัยอยู่เมืองไทย ซึ่งปัจจุบันก็ยังใช้อยู่เลย

หลังจากเช็คดูแล้วว่าจอ Sony CPD-G500 21" เป็นจอที่ใหญ่เหมาะกับการทำงานมาก(เหตุผลของตัวเองทั้งนั้น) ก็เริ่มหาใน eBay เลยครับ
จนในที่สุดก็ได้มาครอบครอง ตอนนั้นราคารวมค่าส่งแล้วตกที่ราวๆ $270 ซึ่งถือว่าถูกมากๆถ้าเทียบกับของใหม่
(รู้สึกจะ $800-$1,000)

แต่ด้วยความที่มันเป็นจอเก่าแล้ว ใช้ได้ไม่นานนักมันก็เริ่มที่จะออกอาการครับ อาการของมันคือสีจะเริ่มเพี้ยนๆไป
แล้วการปรับ contrast กับ brightness ก็จะทำได้ไม่ดีอีกด้วย แต่ก็ทนใช้ไปครับ เพราะยังไม่ถึงกับเปิดไม่ได้

จนในที่สุด วันตายของมันก็มาถึง(ทุกชีวิตหนีไม่พ้นจริงๆ แน่ะ มีพาเข้าเรืองธรรมะ) มันเปิดไม่ขึ้นแล้วหล่ะครับ ตายสนิทจริงๆ
จนผมเลยต้องมองหาจอตัวใหม่มาแทน คราวนี้เลยหนีไปใช้จอ LCD แทนครับ
ตามสูตรของผม ต้องหาของถูก
ผมไปได้ coupon code มาจากเว็บ deals2buy.com (เว็บโปรดของผมอีกเช่นกัน) เว็บนี้เค้าจะมีบอกว่าเว็บไหนมีของอะไรลดราคาบ้าง แล้วต้องทำอย่างไร
อย่างจอตัวที่ผมซื้อนี่เค้าจะมีเป็น coupon code ให้เราเอาไปใช้ลดราคาได้ เป็นจอของ Dell ครับ
เมื่อลดแล้วก็เหลือ $400 จากเดิม $699 ก็นับว่าคุ้มค่าดีทีเดียว

เมื่อได้จอใหม่มาใช้ สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจไม่ใช่เรื่องของความสวยงามของมัน แต่เป็นค่าไฟที่ลดลงไปจากเดิมมากๆ
แต่ก่อนสมัยที่ผมยังใช้จอ Sony ตัวเก่านั้น ค่าไฟเดือนๆนึงจะเสียราวๆ $50-$60 แต่พอเดือนที่แล้วผมเปลี่ยนไปใช้จอ LCD ค่าไฟผมลงไปที่ $35

ผมเลยมาลองคิดๆดูว่าค่าไฟที่ผมต้องจ่ายให้กับจอ Sony ราคาถูกนั้น รวมๆแล้วมันแพงกว่าซื้อจอ LCD ซะอีกนะเนี่ย
คือถ้าคิดเล่นๆ ค่าไฟแต่ละเดือนที่ต้องจ่ายให้กับจอ Sony ตัวนั้น ตีว่าเดือนละ $10 ละกัน ผมใช้มา 2 ปีครึ่ง ก็ 30 เดือน
30 x 10 = $300 ผมเสียค่าไฟไปตั้ง $300 แน่ะ ซึ่งถ้าใช้ไปอีกเรื่อยๆผมก็จะเสียเงินเพิ่มไปอีกมากทีเดียว

ช่วงหลังมานี่ผมเลยต้องมองให้ไกลกว่าเดิมเวลาจะซื้อของอะไร โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องใช้พลังงานเพื่อมาขับเคลื่อน

ล่าสุดนี่ผมเพิ่งสั่งซื้อไฟหน้ารถจักรยาน(ขี่มาตั้งน้าน เพิ่งจะซื้อ) ก็สั่งจาก eBay ตามสูตรครับ ส่งมาจาก Hong Kong กันเลย
ก็ถูกแน่นอน แต่ว่าใช้ได้ไม่นานถ่านที่ใส่ไปมันก็เริ่มอ่อนลงอย่างรวดเร็ว คือไฟที่เคยส่องสว่างในวันแรก หลังจากใช้ไปได้แค่อาทิตย์กว่าๆ ทั้งๆที่ก็ไม่ได้ขี่ไปไหนไกลๆเล้ย แค่บ้านไปห้องสมุดเอง
เลยเริ่มได้คิดว่า คราวหน้าคราวหลังเวลาจะคิดซื้อของถูกเมื่อไหร่ ต้องคิดไปให้ไกลๆ ว่าซื้อมาแล้วมันจะมาทำให้เราต้องเสียเงินมากๆในอนาคตหรือเปล่า

ป.ล. ใครที่คิดจะซื้อจอ Monitor ใหม่ ผมแนะนำให้มองจอ LCD ไว้เป็นตัวเลือกต้นๆดีกว่าครับ แม้จะแพงในตอนซื้อ แต่ระยะยาวแล้วคุ้มค่ากว่าจอ CRT ครับ ทั้งเรื่องของค่าไฟฟ้า, ความร้อน, พื้นที่บนโต๊ะทำงาน หรือแม้แต่เรื่องของการถนอมสายตาครับ

25481107

สัตว์รักชีวิตกันทุกตัวนะ

ไปอ่านข่าวเรื่องเอาแมวมาย่างกินกันอย่างเอิกเริก
http://www.manager.co.th/Indo...0153808

อ่านความเห็นแล้วอดไม่ได้ สงสารกันจังแมว,หมาเนี่ย เคยสงสารสัตว์อื่นกันบ้างไหม?
สัตว์ทุกตัวรักชีวิตของมัน เหมือนๆกับที่เรารักนั่นแหละ
จะมาบอกว่าคนเลี้ยงมาเพื่อเอามากิน พ่อแม่เลี้ยงเราแล้วตั้งใจจะจับเราเชือดกินตอนโต เอาไม๊? ยอมไม๊?

ผักผลไม้ มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นอาหารของมนุษย์โดยแท้ มันจะรู้สึกดีเลยหล่ะที่เราไปเอาผลของมันมากิน เพราะเราจะต้องคายเมล็ดทิ้ง แล้วนั่นแหละจะเป็นหนทางในการแพร่พันธุ์ของมัน
ที่ผลไม้มีสีสันสวยงามดึงดูดใจ ก็เพราะพวกมันอยากให้เราเอาไปกิน
หรือแม้กระทั่งผัก ถ้าเราไม่ไปตัดรากถอนโคนมัน เราคัดเอาแต่ใบมากิน มันก็ไม่ตาย มันงอกออกมาใหม่ได้เรื่อยๆ
สัตว์ทำได้อย่างนั้นไหม?

กินแต่ผักไม่ตายหรอกครับ

++++++++++++++++++++++++++++

เพิ่มเติมครับ
คือที่เขียนขึ้นมานี่ไม่ได้คิดว่าทุกคนจะต้องหันมากินผักนะครับ (ถ้าได้ก็จะดีมากๆครับ)
แต่ไม่อยากให้มองว่าสัตว์ที่ตัวเองไม่ได้กิน พอมีคนอื่นมากินแล้วก็ไปมองว่าไม่ดี ผิด กินเข้าไปได้ยังไง อะไรแบบนี้
คือถ้าเรากินไก่ แล้วคนชาติอื่นเค้าไม่กินกัน เค้ามาว่าเราว่ากินเข้าไปได้ยังไง ก็ไม่ควรไปเถียงเขา

แล้วถ้าชาติหน้าเราเกิดเป็นไก่ แล้วถูกคนเชือดกิน ก็อย่าไปว่าเค้าละกันครับ ...

25481026

อีกรูปแบบของการหลอกลวง

วันนี้จู่ๆก็ได้รับ email จาก Paypal ว่าเงินที่ส่งไปจ่ายค่า...เป็นจำนวน $292.50 นั้นคนขายได้รับเรียบร้อยแล้ว !!!!

เฮ้ยย! อะไรเนี่ย ไม่ได้ซื้อไรเลยนี่หว่า?? ... หลังตกใจอยู่แป๊บนึง สติก็กลับมา อ้อ มันมาอีกแล้ว...

คราวนี้ทำเนียนครับ พี่เค้าเล่น capture หน้าจอของการจ่ายเงินนั้นมาเลย แบบว่าไม่มีไม่เหมือนกันล่ะครับ

ก็เอามาเตือนกันอีกครับ เผื่อใครเป็นสมาชิกของ Paypal แต่ยังไม่เคยเจอกับการหลอกลวงประเภทนี้

The image “http://mail.ideon.pl/images/elux.gif” cannot be displayed, because it contains errors.
รูปนี้ไปเอาจากเว็บพี่ท่านมาเลย ดูรูปเต็มๆก็คลิกที่รูปเลยครับ

ขออย่าให้มีใครเชื่อมันเลยเท้อ...

ข้อคิดในวันนี้(มาจากโฆษณา ใช่ไหมหว่า?) " มีสติ ไม่เสียสตางค์ "



25481012

สร้างไฟล์เอกสาร Word แบบออนไลน์





วันนี้ไปอ่านเจอในนิตยสาร PC mag ว่ามีบริการให้เราเข้าไปพิมพ์เอกสาร Word, PowerPoint, Excel กันแบบออนไลน์ได้แล้ว ที่เว็บ http://www.thinkfree.com
สมัครสมาชิก(ฟรี) แล้วเค้าจะให้เนื้อที่เรามา 30 MB เพื่อเก็บไฟล์เอกสารของเราไว้บนเว็บ ที่นี้จะไปพิมพ์ที่ไหนก็ได้เลย

เค้าใช้ Java Applet ช่วยนั่นเอง แต่กว่าจะได้ใช้ก็รอกันนานเหมือนกันนะ เน็ตช้าๆนี่คงจะไม่ไหวแน่เลย
เรื่องภาษาไทย พิมพ์ลงไปได้ แต่ว่าสระมันกระโดด ผมยังไม่ได้ลองอะไรเท่าไหร่ เพราะปกติไม่ได้ใช้ function อะไรมาก ก็เลยไม่รู้จะทดสอบยังไง

อ้อ เค้ามีให้เลือกเซฟเป็น pdf file ได้ด้วยแฮะ

ใครเข้าไปใช้ไม่ได้ก็ลองลง J2SE กันก่อนนะ ไปโหลดได้ที่ http://www.java.com/en/download/index.jsp

แล้วที่ Google กับ Sun จับมือกัน จะออกมาแนวๆนี้หรือเปล่านะ?

25481005

Blender + YafRay

ตอนนี้ผมจะลองใช้ Notebook Pentium II 333MHz ram 128MB การ์ดจอแรม 2.5MB มาลองทำ 3D ดูครับ (อ้าว ไหนว่าเบื่อ 3D.. จริงๆคงจะเบื่อ Thesis ซะมากกว่า)
ก็ด้วยความที่พยายามจะทำอะไรหลายๆอย่างให้เหมือนกับที่ใช้เครื่อง Desktop (ตอนนี้จอของเครื่อง Desktop มันเสียครับ กำลังว่าจะซื้อจอใหม่แต่ยังไม่รู้จะซื้อแบบไหนดี)
เลยพยายามลองปรับโปรแกรมให้เป็นเวอร์ชั่นสำหรับเครื่องเก่าๆ เช่น

Adobe Photoshop CS -> Adobe Photoshop 5.5 (เวอร์ชั่นนี้สุดยอดสำหรับการใช้งานระดับผม)

ACDsee 7.0 -> ACDsee 5.0 (เหมาะมากกับเครื่องเก่าๆ)

Macromedia Flash MX -> Macromedia Flash 5 (จริงๆอยากได้ Flash 4 แต่หาไม่ได้ ใครมีขอหน่อยสิครับ)

Microsoft Word XP -> AbiWord (เจ๋งเลย ฟรีด้วย)

Alias Maya 6.0 -> Blender 2.37a (ความสามารถเหลือเชื่อ แถมฟรีอีกต่างหาก)

ทีแรกตั้งใจอยากให้เครื่องนี้เป็นเครื่องที่ใช้แต่โปรแกรมถูกกฎหมาย แต่ว่าดันเป็น WinXP Pro ซึ่งมันก็ไม่ใช่ของแท้ๆซะด้วย(อุ๊บส์.. ไว้อีกหน่อยจะเปลี่ยนไปเป็น Linux ครับ) แล้วจะหาโปรแกรมที่มาแทน Photoshop มันก็ยังไม่มีโปรแกรมไหนโดนใจเท่า (เค้าว่ากันว่า The Gimp ใช้แทน Photoshop ได้ แต่ผมไม่ค่อยถูกกับมันแฮะ..)

โปรแกรมดูรูปอีกตัวที่ยังหาแบบโดนใจอย่าง ACDsee ไม่ได้
เห็นมี IrfanView (ฟรี) ที่น่าสนใจครับ แต่ก็ไม่โดนใจ คงเป็นเำพราะติดรูปแบบการใช้งานของ ACDsee ไปแล้ว
ไอ้ที่โดนใจ แต่กิน resource เครื่องเยอะก็คง Picasa (ฟรี)
ไปเจอมาอีกตัวคือ XnView (ฟรี) โหลดมาลองใช้ดูแล้ว แต่ยังติดๆขัดๆ ด้วยความที่ไม่ชิน แต่เจ้าโปรแกรมนี้มีคนไทยแปลพวกเมนูต่างๆเอาไว้ด้วย เยี่ยมไปเลย

แต่ว่า AbiWord (ฟรี) นี่โอเคเลยนะ ใช้แทน Word ไปเลย เพราะปกติผมก็ไม่ได้ใช้ Word ทำอะไรมากมายอยู่แล้ว แค่พิมพ์ Thesis นิดหน่อยแค่นั้นแหละ
ส่วน Blender นี่ก็น่าสนใจมากๆครับ คิดว่าน่าจะลองเรียนรู้ดู เพราะความสามารถเท่าที่ดูแล้ว มันใช้งานได้ระดับนึงเลย (ถ้าใช้ได้คล่องๆนะ)

นี่เป็นภาพที่คุณLuisF เค้าทำ Tutorial เอาไว้ครับ ด้วย Blender+YafRay


ผมลองโหลดไฟล์ที่เว็บนี้มาลอง Render ดูด้วย Notebook ตัวเก่งของผม ก็สามารถ Render ออกมาได้แบบนี้เลยครับ แต่เสียเวลา Render ไปหลายชั่วโมงครับ แต่ผลงานออกมาน่าสนใจจริงๆ
ไม่ต้องง้อ 3D Studio Max หรือ Maya กันแล้ว...

dogdoy.com กลับมาอีกครั้ง

วันนี้ตัดสินใจเอา dogdoy.com กลับมาออนไลน์อีกครั้ง แต่คราวนี้ทุกอย่างเริ่มใหม่กันหมด ต่างจากทุกๆครั้ง
ซึ่งก็ดีเหมือนกัน เพราะเคยคิดอยู่เสมอว่าอยากจะเปลี่ยน dogdoy.com ไปสู่รูปแบบของระบบฐานข้อมูลโดยใช้ MySQL+PHP
เมื่อก่อนใช้ Text file+Perl ทำให้เวลาจะทำการย้ายบ้านไปไหนทีลำบากลำบนเหลือเกิน เพราะไฟล์มันเยอะมากๆ
นี่ก็กะจะให้ใช้รูปน้อยๆเหมือนเดิม เน้นกันที่ข้อมูล text กันเป็นส่วนใหญ่ จะได้โหลดเร็วและไม่กิน bandwidth มากๆด้วย
แต่นั่นคือแผนการณ์ในอนาคต ตอนนี้ยังไม่ทำครับ เล่นเว็บบอร์ดกันก่อนละกันโนะ

25480925

สูบเพลงไทยจากอินเตอร์เน็ต

วันก่อนเข้าไปที่เว็บบอร์ดของ Mrpalm.com ซึ่งเป็นเว็บที่ผมชอบเข้าไปหาความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์จำพวก PDA (Personal Digital Assistant) ซึ่งผมมีใช้กับเค้าอยู่อันนึง
มีกระทู้นึงเค้ามาสอนวิธีค้นหาเพลง mp3 ด้วยเว็บ google.com
ตามไปอ่านกันที่ --> เทคนิคการค้นหาใน google โดยคุณ zakarya

?intitle:index.of? mp3 "นิโคล"

ซ ึ่งผลที่ได้ออกมาสุดยอดจริงๆครับ เพราะมันค้นเจอเว็บที่เค้าเก็บไฟล์ .mp3 เอาไว้ แล้วเปิดเป็น index ให้เข้าไปดูได้ ผมไม่รอช้าก็โหลดมาจนหมดครับ ด้วยโปรแกรมสุดโปรดของผมคือ Teleport Pro

เท่าที่ผมลองๆหาดู ผมได้เพลงมาจาก 3 เว็บไซต์ด้วยกัน รวมๆแล้วก็ราวๆ 2GB เป็น .mp3 ครับ เยี่ยมจริงๆ

เอาล่ะ ทีนี้จะมาแนะนำการสูบเพลงจากเว็บ Sanook กันบ้าง
ที่เว็บ radio.sanook.com เค้าจะมีบริการให้เราไปเลือกเพลงมาฟังได้ เช่นเดียวกับเว็บ gmember.com ของ GMM grammy แต่ของ gmember นี่เราโหลดมาได้ แต่ฟังไม่ได้ เพราะจะมีระบบป้องกันที่ดีกว่าของ sanook มาก

ท ีนี้เพลงที่ sanook เราจะโหลดมาอย่างไร วิธีการมันก็คือการเข้าไปหา URL ของไฟล์เพลงนั้นๆออกมาให้ได้ ซึ่งก็ทำได้โดยการ View Source Code ของหน้าเว็บนั้นๆออกมา แต่ไม่ง่ายนัก ซึ่งจะเป็นดังนี้

mms://203.155.33.4/home/music_sound/wma/17187.wma

ซึ่งเพลงนี้จะเป็นเพลง ยอม ของ ทาทา ยัง ครับ
แต่เราจะไม่สามารถทำการ save ลงเครื่องเราได้เลย ต้องมีผู้ช่วยครับ
ผมใช้ FlashGet คู่หูอีกคน เป็นคนช่วยโหลดไฟล์เหล่านี้มาเก็บที่เครื่อง
แ ต่ถ้าเราสังเกตให้ดี เราจะเห็นว่าเพลงของ Sanook จะเก็บเป็นตัวเลข ซึ่งนั่นเป็นข้อดีในความง่ายของการจัดการเพลงของทาง sanook เค้า และก็เป็นข้อที่ทำให้เพลงเหล่านี้จะถูกสูบมาเก็บที่เครื่องเราได้หล่ะครับ

*** แนะนำให้ใช้อินเตอร์เน็ตที่มีความเร็วสูงซักหน่อยครับ ***
วิธีการสูบเพลงจาก sanook ก็เพียงแค่ เข้าไปที่ FlashGet แล้วเลือก
งาน > เพิ่มการดาวน์โหลดเป็นชุด..
แล้วใส่ URL: ไปว่า mms://203.155.33.4/home/music_sound/wma/(*).wma
จาก 0 ถึง 18000

แล้วก็กด ตกลง

แล้วมันก็จะมีหน้าต่างมาถามเราว่าเราจะเก็บไฟล์ที่ไหนก็เลือกเอาตามสะดวก แล้วก็เริ่มเมื่อไหร่ ก็ตามใจครับ
จากนั้นเพลงก็จะค่อยๆถูกดูดมาเข้าเครื่องเรา

เพลงส่วนใหญ่เป็นของ RS ครับ แต่จะมีเพลงฝรั่งอยู่ด้วยเยอะเหมือนกัน คุณภาพพอฟังได้
ผมลองโหลดลงมา ขนาดของไฟล์ทั้งหมดอยู่ที่ 6GB กว่าๆครับ เตรียมเนื้อที่เอาไว้ให้ดีๆครับ

ผมลองโหลดทั้งหมดใช้เวลาร่วมอาทิตย์ครับ

(ไม่รู้ว่าการมาโพสต์บอกแบบนี้จะเหมาะสมหรือเปล่านะครับเนี่ย แหะๆ)

25480908

ธรรมชาติไม่มีเส้นตรง?

พยายามมองหาเส้นตรงที่สร้างขึ้นโดยธรรมชาติ แต่ยังหาไม่เจอ
เส้นขอบฟ้าที่เหมือนจะตรง จริงๆมันก็โค้ง ขนสัตว์มันก็ไม่ตรงซะทีเดียว ต้นหญ้าก็ไม่ตรง
กิ่งไม้ก็ไม่ตรง รอยแตกของหินก็ไม่ตรง
มีอะไรที่ธรรมชาติสร้างให้มันตรงบ้างไหมนะ?

25480815

ดูคนญี่ปุ่นเค้าทำสิครับ

ผ่านไปเจอจากเว็บ
http://www.akihabaranews.com/en/news_10031.html
แล้วก็ลิ้งค์ต่อไปที่เว็บ
http://www.dannychoo.com/....s+roaming+Japan/
จนไปจบเอาที่เว็บ
http://monkeyfarm.cocolog-nifty.com/....ex.html



อ ่านไม่ออกหรอกครับ แต่เค้าลงรูปเอาไว้ให้ดูขั้นตอนต่างๆที่เค้าทำ เห็นแล้วอดชื่นชมในความพยายามไม่ได้ แล้วทำออกมาได้สวยถูกสัดส่วนเหมือนในการ์ตูนเป๊ะเลย แต่รู้สึกแหล่งข่าวแรกจะไม่ได้บอกชื่อหุ่นตัวนี้
รู้สึกจะเป็นรุ่น ScopeDog มาจากชื่อเรื่อง Votoms นี่แหละครับ ผมไม่เคยได้อ่านหรือดูเรื่องนี้แบบเต็มๆ เคยเห็นในหนังสือแค่บางตอน ซึ่งก็จำเนื้อเรื่องอะไรไม่ได้ แต่รู้ว่าหุ่นมันออกแบบได้แปลกแหวกแนวจากเรื่องอื่น
ค่อนข้างจะอิงความเป็นจริงมากที่สุดแล้วหล่ะมั๊ง

The image “http://www.marcsmodels.com/images/Votoms/Details/Brutishdog-Details.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.
นี่โมเดลจำลองของมัน แต่รู้สึกจะคนละตัว แต่คล้ายๆกัน

เ ห็นแล้วก็เกิดพลังดีครับ เมื่อก่อนผมก็เคยทำกันดั้มจากกระดาษค่อยๆสร้างทีละชิ้นๆมาต่อๆกัน สร้างยานแม่ให้มันด้วย ใส่กันดั้มไว้ข้างใน สุดท้ายวางไว้หลังตู้ ยายเห็น นึกว่าขยะ(เพราะสภาพมันก็คล้ายๆ) ก็เลยจับใส่ยานแม่ที่มารับขยะตอนเช้ามืดให้ แต่ก็ดีครับที่ทิ้งไป เสียดายที่ยังไม่เคยได้มีรูปถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึกเท่านั้นเอง

นี่เลยเกิดอารมณ์อยากจะสร้างอะไรขึ้นมาอีกละ แหะๆ
เ พราะตอนเรียน Stop-Motion Animation เคยสร้างหุ่นไว้ตัวนึงเหมือนกัน เพื่อเอามาใช้อนิเมท สร้างจากเศษวัสดุเหลือใช้(บางอย่างเลือกมาใช้) ดูแล้วก็ได้อารมณ์เก่าๆตอนที่พยายามสร้างมันขึ้นมาดีเหมือนกัน


แต่จริงๆโปรเจคที่ว่าจะทำคือ ทำโมเดลรถ Shelby GR-1 นี่นา..
อ๊ะ แล้ว Thesis ล่ะ ไปทำต่อดีก่า... :28:

25480802

เบื่อ 3-D animation กันบ้างไหมครับ

ช่วงนี้ผมว่าผมเบื่อมันหล่ะ
ผมรู้สึกว่า 3-D animation มันกลายเป็นกระแสอย่างนึงไปแล้ว
อะไรๆก็ 3-D animation เห็นเยอะๆเข้าชักเริ่มเบื่อ
จนตอนนี้งานที่ทำค้างไว้ชักจะไม่อยากทำต่อ เพราะว่าถ้างานมันทำออกมา มันก็จะมาเป็น 3-D animation อีกหนึ่งเรื่อง ซึ่งก็มีเกลื่อนไปหมด ยิ่งสมัยนี้เทคโนโลยีพัฒนาไปมากจนทำอะไรๆก็เหมือนหรือใกล้ของจริงเข้าไปทุกข ณะ (จริงๆแล้วเพราะผมทำได้ไม่ดีเท่าเค้าอ่ะแหละ เลยต้องฉีกแนว อิอิ)
เห็นเค้าพยายามจะหนีความเป็น 3D ด้วยการเอาการ render แบบการ์ตูนมาใช้ แต่มันก็ยังดูแข็งอยู่ดีนะ
ผมว่ามันดูสมบูรณ์แบบเกินไป

แล้วกระแสของหนังฮอลลีวู้ดมันก็เป็นกระแสหลักของวงการหนังไปแล้ว ทุกคนดำเนินรอยตามกันไปหมด ด้วยความเชื่อว่าทำแบบนั้นแล้วจะเจ๋ง
ผมก็ไม่เถียงนะว่ามันเจ๋ง ก็ชอบดู ตื่นตาตื่นใจจริงๆ เทคนิคอลังการ เนี๊ยบ เหมือนจริงสุดยอด แต่มันดีจริงหรือ? เหมาะสมแล้วจริงหรือ?

ที่เกิดความรู้สึกนี้ขึ้นมาก็เพราะไปอ่านบทสัมภาษณ์ของผู้กำกับหนังเรื่อง ฟ้าทะลายโจร และ หมานคร วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง

มีเด็ดๆที่อ่านแล้วได้คิดก็เช่น

" ...เคยมีคำถามว่า ศิลปโมเดิร์นแบบไทย หน้าตาเป็นอย่างไร เพราะทุกวันนี้เวลาที่เราจะทำงานศิลปะให้ดูทันสมัย ไม่ว่าภาพยนตร์หรือดนตรี มักจะต้องพยายามทำให้ออกมาดูเป็นตะวันตกมากที่สุด จนแทบจะจำกัดความได้ว่า ความเป็นไทย คือ เชย และความเป็นตะวันตก คือ ทันสมัย

...ภาพยนตร์เรื่อง หมานคร ( Citizen dog ) เป็นความพยายามในการทดลองว่า ความทันสมัยแบบไทย แบบที่มาจากรากเหง้าของเราเอง ควรจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร เมื่อไหร่เราถึงจะมีสไตล์เป็นของตัวเราเองโดยไม่ต้องพึ่งพารูปแบบของตะวันตก เมื่อไหร่เราถึงจะภูมิใจในความเป็นไทยได้โดยไม่อายใคร เวลาที่เราไปยืนบนแผนที่โลกของภาพยนตร์ด้วยหน้าตาของเราเอง ไม่ต้องมีหน้าตาเหมือนภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดแบบทุกวันนี้

...เราอาจจะไม่สามารถทำสำเร็จได้ด้วยภาพยนตร์เรื่องเดียว แต่อย่างน้อยเราก็ได้เริ่มต้นทดลอง เริ่มต้นที่จะคิดค้นหารูปแบบ มันอาจจะไม่สำเร็จภายในระยะเวลาอันใกล้ แต่ถ้าคนไทยทุกคนช่วยกันคิดค้นโดยเฉพาะคนที่ทำงานด้านศิลปะ ผมเชื่อว่าเราจะสามารถสร้างสไตล์ของเราขึ้นมาเองได้ เหมือนที่ญี่ปุ่นทำสำเร็จมาแล้ว ทุกวันนี้ญี่ปุ่นมีสไตล์โมเดิร์นที่เป็นของตัวเอง และกำลังแผ่อิทธิพลไปสู่ตะวันตกอย่างน่าภาคภูมิใจ

...ผมเชื่อว่าคนไทยทำได้ ถ้าทุกคนช่วยกันคิด และเอาจริงกับมัน "

ผมว่าโดนมากคือ ถ้าเราเดินตามสูตรสำเร็จแบบฮอลลีวู้ดเราก็เป็นแค่ผู้ตาม แล้วเราก็จะถูกวัฒนธรรมแบบตะวันตกกลืนเอาความเป็นตัวเราเข้าไป สุดท้ายอะไรไทยๆมันก็หายไป

อ่านวิจารณ์หนังเรื่อง เฉิ่ม โดยคุณยัติภังค์

"เฉิ่ม... ผลงานกำกับเรื่องที่สองของ คงเดช จาตุรันต์รัศมี ก็ชวนให้นึกถึงตัวเอกใน Taxi Driver เพียงแต่มาในอีกบุคลิก สมบัติ ดีพร้อม(เพชรทาย วงศ์คำเหลา - หม่ำ จ๊กมก) ตัวเอกในเรื่องนี้เป็นคนขับแท๊กซี่ที่ยังพิสมัยในบทเพลงลูกกรุงของสุนทราภรณ ์ จากรายการวิทยุสถานี เอ.เอ็ม. และฟังละครวิทยุ อย่างไม่สนใจต่อความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย อีกทั้งยังฟังต่อในห้องพักด้วยวิทยุทรานซิสเตอร์ รวมถึงนิยมข้าวของเครื่องใช้ที่พ้นความนิยมไปแล้ว "

ผมรู้สึกว่าเราไม่เห็นจะต้องไปบ้าตามพว กตะวันตก บ้าเทคโนโลยีบ้าๆบอๆ ที่มันเกิดขึ้นบนโลกนี้ทุกวันๆก็มีชีวิตอยู่ได้นี่ เพียงแต่เรารู้จักที่จะหยิบรู้จักเลือกมาใช้ให้เข้ากับชีวิตความเป็นอยู่ของ เรามันก็พอแล้ว
การจะไปบ้าตามเทคโนโลยีใหม่ๆ โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ ที่มีความสามารถล้านเจ็ดอย่าง แต่ใช้แค่โทรออกกับรับสาย ดูเหมือนเราถูกกระแสสังคมยุคเศรษฐกิจเข้าครอบงำจนไม่สามารถที่จะกลับมามองคว ามเป็นจริงได้ซะแล้ว

อยากให้ลองไปฟังการสนทนาธรรมที่ลิ้งค์นี้ด้วยครับ
'หลวงปู่พุทธะอิสระ' ชี้ชาวพุทธงมงายคือสัญญาณหายนะของสังคมปัญญา

ได้ข้อคิดหลายๆอย่างที่น่าสนใจ เมื่อก่อนผมก็คิดนะว่าพระเนี่ย จะไหวหรือศึกษาแต่คำสอนของพระพุทธเจ้า
แล้วจะฉลาดได้อย่างไร แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนความคิดละ เพราะมันเป็นเหมือนการศึกษาของพระจะเป็นเรื่องที่จำเป็นกับชีวิตเสียมากกว่า ความรู้ที่เราร่ำเรียนกันมาหลายเท่านัก
เรียนสูงแค่ไหนถ้าไม่รู้จักหลักธรรมะที่จะเอามาควบคุมจิตใจ ก็คงไม่สามารถมีความสุขที่แท้จริงได้แน่



ตอนนี้เลยอยากหาอะไรใหม่ๆที่ไม่ใช่ที่เคยเห็นจากสูตรสำเร็จต่างๆ ความงาม ความเจ๋งที่เคยเห็นจนชินตา
มองหาอะไรเก่าๆ แต่ไม่ใช่ลายไทยแน่ๆ ผมว่ามันเป็นอะไรที่ไทยนะ แต่ง่ายเกินไปถ้าจะเอามาใช้ตรงๆ
ตอนนี้อยากทำงานเป็น 2D ซะแล้วหล่ะ ว่าแต่ มันจะกินเวลานานแค่ไหนฟระ.. ว่าแล้วเริ่มลุยเลยดีก่า

ความงาม ความเจ๋ง ไม่ได้มีกฏตายตัวนี่นา...เนอะ

25480708

ประโยคเจ๋งๆจาก Fortune cookie

" Keep your face to the sun and you will never see the shadows. "

" หันหน้าไปหาพระอาทิตย์เข้าไว้ แล้วคุณจะไม่ต้องเห็นเงา(ความมืดมิด) "

ความหมายตามที่เข้าใจประมาณว่า มองไปทางแสงสว่างเข้าไว้ แล้วเราจะไม่เห็นความมืด
คืออย่าไปมองถึงปัญหา ให้มองหาทางแก้ปัญหา

ได้มาจากกระดาษใน fortune cookie ที่ไปกินที่ร้านจีนมา แล้วเป็นเรื่องแปลกอีกอย่างนึงคือ fortune cookie จะมีในทุกๆร้านจีนในอเมริกา หลายคนอาจจะคิดว่าไปเมืองจีนคงได้เจอแบบนี้เหมือนกัน แต่เปล่าเลย มันมีแค่ในอเมริกานี่แหละ เอิ๊กๆ.. ตลกดี

อ้อ สำหรับคนที่สงสัยว่า fortune cookie คืออะไร
มันคือคุ้กกี้ที่ร้านอาหารจีนในอเมริกาเค้าจะแจกให้กับลูกค้าหลังจากที่จ่ายเงินแล้ว แล้วในคุ้กกี้นั้น
มันจะมีกระดาษแผ่นเล็กๆซ่อนอยู่ จะมีประโยคดีดี หรือประโยคที่ทำนายดวงชะตาของคุณ
บางอันก็จะมีสอนภาษาจีนด้วย แล้วก็มักจะมีเลขเด็ดๆ(มั่วๆ)มาให้คนที่เปิดออกมาเอาไปซื้อลอตโต้ เสี่ยงดวง

อยากเข้าไปลุ้นประโยค(ขำๆ)ใน fortune cookie เข้าไปที่
http://www.new-year.co.uk/chinese/cookie.cfm

มีรูปฮาๆเกี่ยวกับ fortune cookie มาฝาก

25480701

ความสุขของชีวิตอยู่ที่ไหน





ความสุขของชีวิตอยู่ที่ไหน?

เคยตั้งคำถามแบบนี้กับตัวเองไหมครับ

ผมเองถามตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่าเราเกิดมาเพื่อทำอะไร? ผมเองก็ยังหาคำตอบให้กับคำถามนี้ไม่ได้

ผมรู้แต่ว่าอยากให้ตัวเองมีความสุข อยากสบาย แล้วความสุขของชีวิตอยู่ที่ไหนกันนะ?

รวย? มีบ้านหลังใหญ่? มีรถคันแพงนับสิบ? มีข้าทาสบริวาร?

ได้ฟังการสัมภาษณ์ของคุณ ฐิตินาถ ณ พัทลุง ในรายการเจาะใจ ตอนนึง ใจความว่า
ค ุณอ้อย(ชื่อเล่นคุณฐิตินาถ)เคยซื้อรถเบนซ์ได้ตอนอายุ 22 ปี ด้วยเงินของตัวเอง มันเป็นรถที่คุณอ้อยอยากได้มาก แต่พอคุณอ้อยเค้าซื้อมันแล้ว ความอยากได้มันหายไปเลย เค้าบอกว่ามันหมดลงตรงนั้นทันที

นั่นแสดงให้เห็นว่า ความรวยของเราคงไม่ได้ทำให้เรามีความสุข

ผ มกลับมามองตัวเองบ้าง ผมอยากได้ อยากมี เยอะมาก อยากจะมีรถโมเดลสวยๆ อยากจะมีคอมพิวเตอร์ อยากจะมีของเล่นต่างๆ แต่หลังจากที่ผมซื้อมันมาได้แล้ว มันจบ คือความสวยงามของมันพอมาถึงมือผมจริงๆแล้ว เพียงชั่วเวลาหนึ่งความรู้สึกปลาบปลื้มอยากจะได้ อยากจะมี มันหมดลงไป
ปัจจุบันมันก็ถูกเก็บอยู่แต่ในกล่อง รอวันที่จะเอามาหยิบขึ้นมาดู มาชม ซึ่งก็นานน้าน ทีนึง

ความสุขของผมเพียงชั่ววูบที่ได้ครอบครองมันก็คงเป็นความสุขที่ไม่แท้อย่างงั้นน่ะสิ

ผ มเริ่มมองสิ่งต่างๆรอบตัว แล้ววิเคราะห์ไปทีละอย่าง พบว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมพยายามหาซื้อมันมาเพียงเพื่อความสุขชั่วครู่ที่ไม ่ถาวรเท่านั้นเอง

ตอนนี้ผมคิดที่จะขายของที่ผมสู้อุตส่าห์เฝ้ารอคอยเพื่อที่จะให้ได้มันมาครอบครองออกไปละครับ
ผมรู้สึกว่า การที่มีมันไว้ในครอบครองมากๆอย่างนี้ ทำให้ผมเกิดความทุกข์

ผ มจะต้องขนย้ายมันกลับเมืองไทยน่ะครับ มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆที่จะขนรถเหล็กพร้อมกล่องขนาด 1:18 จำนวนมากกว่า 20 คัน กลับไทย มันต้องใช้กล่องที่ใหญ่มากครับ และหลายกล่องด้วยสิ

ผมอาจจะเก็บมันไว้่บางคัน แต่คงไม่ทั้งหมด

ผ มนึกย้อนกลับไปถึงวันที่ผมอยู่ในวัยเรียน ตอนนั้นผมไม่มีรายได้อะไร(ยังกะตอนนี้มีงั้นน่ะ) ผมไปที่ห้างเซ็นทรัลทุกครั้ง ผมต้องไปยืนดูรถเหล็กที่เค้าจัดโชว์เอาไว้สวยงามทุกครั้ง และครั้งละนานๆ
ผ มมีความสุขมากๆที่ได้ทำแบบนั้น แต่หลังจากที่ผมสามารถซื้อพวกมันมาเก็บเอาไว้ที่บ้าน เป็นสมบัติส่วนตัวได้แล้ว มันกลับไม่ได้ความสุขแบบนั้นอีก แล้วผมยังจะต้องหาที่เก็บพวกมันเพื่อไม่ให้มันมีฝุ่นมาจับ จะโชว์ก็ไม่กล้าเอาจากกล่องกลัวมันจะบุบ กลัวมันจะเสีย มันทุกข์ไปซะทุกอย่าง
แบบนี้ผมน่าจะเก็บมันเอาไว้ไหมนะ?

ยังมีอีก หลายประเด็นที่คุณอ้อยเค้าพูดเอาไว้ในเว็บนั้นครับ เป็นประเด็นที่น่าสนใจ และเข้าใจได้ง่ายด้วยการยกตัวอย่างจากสิ่งที่คุณอ้อยเรียนรู้และพบเห็นมา

ผมอยากให้ทุกคนได้ฟังครับ และอยากให้ทุกคนลองพิจารณาดูด้วยว่า สิ่งที่คุณอ้อยพูดนั้นเป็นจริงอย่างที่คุณอ้อยว่าหรือเปล่า

ต ัวผมคงจะไม่ได้มุ่งศึกษาทางธรรมแบบคุณอ้อย เพราะผมยังคงติดกับทางโลกมากกว่า ยังมีหลายอย่างในทางโลกที่ผมอยากจะรู้ ซึ่งปลายทางทั้งหมดมันอาจจะไปจบที่ทางธรรมก็ได้

แต่ผมอยากขอบคุณคุณอ้อยครับ ที่ได้บอกกล่าวสิ่งดีดี ช่วยเตือนสติผม ให้คิด ให้มอง ทุกอย่างอย่างมีสติ
ใช้ปัญญาในการตัดสินปัญหา

อ้อ ต้องขอบคุณ joob ด้วยครับ คนสำคัญที่แนะนำเว็บดีดีมาให้ผมได้ฟัง



ข้อคิดดีดีบางส่วนที่ได้จากบทสนทนาในรายการเจาะใจครับ
(ที่มา http://www.jsl.co.th/index.php?dmu=society&d=4&d2=5)

" ทุกวันนี้ เราจะใช้ชีวิต เหมือนกับเหลือเวลาของชีวิตเพียง 7 วัน "

" ตอนนี้ทุกอย่าง มันเป็นของสำเร็จรูปไปหมด แต่ชีวิตมันไม่สำเร็จรูป มันต้องปรุงแต่งเอง "

" ชีวิตต้องประณีต ถ้าเราทำแบบคร่าวๆ มันก็ได้ชีวิตแค่คร่าวๆไม่จีรัง "

" สิ่งที่ทำให้เรามีทุกข์คือ ความคิดของเรา และถ้าต้นตอของความทุกข์คือความคิด ดังนั้นเราต้องรู้ทันความคิดเราก่อน "

" คนเรา ถ้าหัวใจเปลี่ยน ทัศนะคติ มุมมอง วิถีชีวิตเปลี่ยนหมด "

" ที่บ้านนอก เวลาจะจับลิง จะเอามะพร้าวมาเจาะรูแล้วใส่ถั่วเข้าไป พอลิงได้กลิ่น ก็เข้ามาหยิบ ถ้ากำไว้ดึงมือออกจากมะพร้าว ก็ติด คนเห็นก็จะบอกว่า ลิงมันโง่จริงๆ ทำไมไม่ปล่อยมือออก ก็เป็นอิสระแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ที่เราทุกข์กับมัน เพราะเรากำลังกำบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ "


25480630

นึกว่าเม้าส์มันเอ๋อ ที่ไหนได้เป็นเพราะแผ่นรองเม้าส์

ซื้อเม้าส์ของ Microsoft มาใช้ จาก eBay เป็นเม้าส์มือสองสภาพดีทีเดียว เป็น Optical Wireless
( แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยชอบเม้าส์แบบ Wireless เลย มันหนักเพราะต้องมีแบตเตอรี่ เคยเห็นเค้าบอกว่ามีเม้าส์ไรสายแบบไม่มีแบตแล้วนะ แต่มันยังแพงอยู่มาก แต่มันต้องใช้กับตัว pad ของมัน)
ตอนที่ซื้อมาใช้ เอามาใช้บนที่รองเม้าส์ที่มันมีที่รองข้อมือด้วย เพราะว่าเป็นคนที่ใช้งานเม้าส์นานๆ แล้วชอบมีปัญหาเจ็บข้อมือ ไอ้เจ้านี่ช่วยได้เยอะมาก ใครใช้นานๆหามาลองก็ดีครับ


แต่ว่าพอใช้ๆไป เม้าส์มันเอ๋อๆครับ คือพอยกเม้าส์ขึ้นนิดนึง ลูกศรมันก็จะเด้งไปมุมซ้ายบนทันทีเลย เป็นบ่อยมาก แล้วยิ่งเวลารีบๆมันก็จะเป็นบ่อยเชียว ทำให้เสียอารมณ์ได้เลย ทนใช้มันมานานมากครับ หลายเดือนเลยหล่ะ เพราะคิดว่ามันเป็นที่เม้าส์มือสอง มันคงจะเอ๋อๆ
วันก่อนไปสั่งซื้อที่รองเม้าส์แบบนี้มาอีกครับ จะเอามาใช้กับเครื่อง notebook อีกเครื่อง ซึ่งก็เป็นของยี่ห้อเดียวกันเลยครับ แต่คนละสี เอามาลองใช้กับ Optical mouse เช่นกัน ปรากฏว่าเป็นเหมือนกันเลย ทั้งๆที่เป็นเม้าส์คนละตัวกัน อ้าววว ! ไหงงั้นล่ะ เม้าส์ห่วยอีกแล้วรึ?

เลยลองเอาเม้าส์ไปวางบนโต๊ะเพรียวๆ อ้าว วิ่งลื่นเชียว ไม่มีกระโดดเลย งั้นไหนไปลองกับตัวเก่าซิ
อ้าวววววว ลื่นเลยทีนี้ ไม่มีกระโดดให้เห็น เวงกัม... โง่นี่...

แต่ว่าไอ้ครั้นจะไม่รองข้อมือมันก็ไม่ได้ เพราะถ้าแนบกับโต๊ะตรงๆนี่มีปวดข้อมือแน่ๆ ก็เลยตัดสินใจทำการตัดตรงส่วนที่รองรับข้อมือออกจากตัว mouse pad เลยครับ เพราะว่าอันนี้มันเก่ามากแล้ว ตัว pad ก็เริ่มๆจะหลุดๆ
ตอนนี้ก็วางเม้าส์บนโต๊ะ แล้วก็มีที่รองข้อมือด้วย เย้ perfect!

http://discountofficeitems.zoovy.com/
เว็บที่ผมไปซื้อที่รองเม้าส์ครับ ที่นี่ของถูกๆเต็มเลย ถ้าไม่คิดมากเรื่องยี่ห้อนะ

25480622

คำสั่งที่ใช้บ่อยบน Linux ของผม (จดไว้กันลืม)

ls
เอาไว้ดูข้อมูลใน directory นั้น
เหมือน dir ใน DOS เลย

cd
เอาไว้เข้า directory
พิมพ์
cd root
แต่ถ้าจะออกมาหนึ่งขั้น พิมพ์
cd ..

fdisk

ใช้สร้าง partition
m แสดง option
p แสดง partition ที่มีอยู่
d ลบ partition
n สร้าง partition ใหม่
t ใช้เปลี่ยน file format (linux 83, SWAP 82, Fat b)
w เขียนข้อมูลของ partition ใหม่ลงไป

cfdisk
สร้าง partition เหมือนกัน แต่ interface สวยกว่าหน่อย
(มันต่างกับ fdisk ยังไงก็ไม่รู้)

mkswap
เอาไว้สร้าง swap สั่งแบบนี้ แต่ต้องสร้าง partition สำหรับ swap ไว้แล้วนะ
mkswap /dev/hda5 128000

swapon
เอาไว้ทำให้ swap ใช้งานได้ สั่งแบบนี้
swapon /dev/hda5

mount
เอาไว้ต่อพวกอุปกรณ์เก็บข้อมูลต่างๆ
เขียนแบบนี้

mkdir /mnt/flash
(ต้องสร้าง directory ที่จะ mount ขึ้นมาก่อน)

mount /dev/sda1 /mnt/flash -t vfat

umount
เอาไว้ทำตรงข้ามกับ mount คือยกเลิกการเชื่อมต่อ
พิมพ์แบบนี้
umount /mnt/flash

startx
เอาไว้เข้า X window

poweroff
เอาไว้ปิดเครื่อง

(ไว้จะมาเพิ่มเติมอีก ถ้ารู้มากกว่านี้ ตรงไหนที่ผิดแย้งด้วยนะครับ)

25480621

'You've got to find what you love,' by Steve Jobs

" คุณต้องค้นหาสิ่งที่คุณรักให้พบ "

"ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้าย ผมอยากทำอะไร และวันนี้ผมจะทำอะไร?"

"จงใฝ่รู้อยู่เสมอ จงทำตัวโง่อยู่เสมอ (Stay Hungry. Stay Foolish.)"

ได้เข้าไปอ่านบล็อคของน้องคนนึง เห็นเค้ามาเม้นต์เอาไว้ในหัวข้อก่อน เลยตามไปอ่านบล็อค เลยได้เจอกับบทความดีดีเยอะเลย อันนึงที่น่าสนใจก็คือ สุนทรพจน์ของสตีฟ จ็อปส์
(ที่มาอีกที)
อ่านแล้วได้แนวความคิดที่น่าสนใจ ที่น่าจะเอามาปรับใช้กับชีวิตของตัวเองบ้าง

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา บางทีมันอาจจะถูกกำหนดเอาไว้แบบนั้นแล้วก็ได้นะ
เรื่องร้ายๆบางเรื่อง อาจจะมีประโยชน์กับเราในอนาคตอย่างคาดไม่ถึง แต่เชื่อไว้อย่างนึงว่าทำดีต้องได้ดี
มันคงไม่ส่งผลอย่างรวดเร็วนัก แต่เชื่อเถอะว่าวันนึงผลของการทำดีจะต้องตอบกลับมา มันอาจจะไม่ได้มาด้วยรูปของสิ่งของ เงินทอง

อยากให้ลองเข้าไปอ่านกันดูครับ เป็นเรื่องดีดี ที่อาจทำให้ชีวิตของคุณเจอสิ่งที่คุณตามหาอยู่ก็เป็นได้

25480619

พังซะแล้ว MicroDrive ฉานนนน

จริงๆมันคงพังมาได้ซักพักแล้วหล่ะ แต่เพิ่งจะมารู้ เพราะวันที่มันพังน่ะ จะลองเอาหนัง Shutter ไปใส่ดูแล้วจะเล่นดูว่าพอเล่นได้หรือเปล่า แต่ระหว่างที่ทำการโอนย้ายจากอีกเครื่องผ่านทาง Wireless ก็เกิดเน็ตเวิร์คมันตัดซะนี่ ทีนี้เจ้าเครื่องนี้มันเลยค้างเลย เราก็ไม่รู้จะทำไง ก็ปิดมันดื้อๆ และด้วยความที่มันเป็น WindowsME (More Error) ม ันก็เลยทำให้เจ้า MicroDrive เกิดอาการค้างไปเลย ตั้งแต่วันนั้นเราก็ไม่ได้ไปยุ่งอะไรกะมันอีก จนมาวันนี้จะลองเปิดเช็คดู แต่ววว เปิดไม่ได้ละครับ
เอาไปใส่ Card Reader ก็อ่านๆหยุดๆ อ่านๆหยุดๆ อยู่น่านแหละ จนเครื่องแฮงค์ไปเลย
เอาไปใส่ให้เจ้า puppy linux มันอ่านดู มันก็อ่านไม่ได้ซะแล้ว เสร็จเลยครับงานนี้ เซ็งจริงๆ เฮ้อ....

สาเหตุที่คาดเดาไว้ น่าจะเป็นเรื่องของการเขียนไฟล์ขนาดใหญ่ลงบน MicroDrive นี่แหละครับ ขนาดมัน 700MB ได้ มันยังเขียนไม่เสร็จก็โดนตัดการทำงานซะก่อน และคิดว่ามันคงไม่มีระบบตัดการทำงานที่ดีพอ หัวอ่านมันเลยค้าง แล้วทีนี้มันก็เลยไม่สามารถจะทำงานได้ตามปกติ

ตอนนี้ก็คงได้แต่ทำใจไปพลางๆระหว่างหาทางแก้....
แต่ที่แน่ๆ ไม่ลงแล้ว Windows MoreError .... ไม่เคยใช้เลยนะเนี่ย พอใช้ก็ทำของเค้าเสียเลย เฮ้ยยย เซ็ง...

25480611

ลง WindowsXP บน Microdrive 4GB จาก iPOD อีกที ก็ยังไม่ได้

หลังจากลงไม่สำเร็จในคราวที่แล้ว แต่ลง Linux สำเร็จ
ก็เลยกลับมาลองพยายามด้วยวิธีอื่นดูบ้าง

เริ่มด้วยการเอา Windows2000 มาลง แต่มันก็ลงไม่ได้ครับ จอฟ้ากันไปเลย...
เอ้า ลองด้วย WindowsME ดูซิ ไม่สำเร็จเช่นกันครับ มันไม่รู้จัก external CD-ROM drive ของผม
Windows98 ก็เช่นกันครับ

เอาไงดีหล่ะเนี่ย คิดขึ้นมาได้ ว่าผมมี Sony restore CD ของเจ้า N505VX อยู่ มันเป็น Windows98SE ครับ
แล้วแน่นอน มันใช้กับ external CD-ROM drive ได้แน่นอน

ไม่รอช้า ไปเอามาลองกันซิ.. อ่ะ เปิดได้จริงๆด้วย ก็ทำตามที่มันบอกไปเรื่อยๆครับ อ่ะเวิร์ค
มันมีให้ลงถึงสองแผ่นแน่ะ ก็ลงไปเรื่อยๆตามที่มันบอก รอเกือบชั่วโมงก็เสร็จ อ่ะลองเปิดซิ

ป๊าบบบ มาแล้ววว Splash screen ของ Windows98SE วู้วววววว !

เข้าไปก็ใช้งานได้ปกติเลยครับ เย้ ใช้ได้ละ

จากนั้นก็เอาแผ่น XP มาทำการอัพเกรดครับ แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิด...

ปัญหาแรกที่เจอคือ มันจะแจ้ง Error ขึ้นมาครับ ว่าไม่สามารถ setup ได้ ให้ทำการปิดโปรแกรม anti-virus ซะก่อน อันนี้แก้ไม่ยาก ก็แค่ไปปิดแล้วรัน setup อีกรอบ

ปัญหาที่สองคือ setup จะบอกว่าเนื้อที่ไม่พอ.. เพราะว่าผมทำการ restore ทุกอย่างกลับมาไงครับ มันเลยมีโปรแกรมต่างๆของ Sony มาเพียบ แล้วผมก็ดันเซ็ตเนื้อที่ไว้กะจะลง Linux ด้วยเลยเหลือที่แค่ 900MB ซึ่งเหลือไม่พอที่ setup ครับ มันบอกอย่างน้อยต้อง 936MB (ขาดไปนิดนึง) ก็ไปทำการ uninstall โปรแกรมที่ไม่ใช้ออกไปครับ แล้วก็ restart กลับมา แล้วก็มา setup กันต่อได้ละ

หลังจากรอลงอย่างยาวนานมาก ผมว่าราวๆสองเท่าของการลงปกตินะเนี่ย คงเพราะความช้าของ CPU และก็แรมน้อย แล้วก็ความช้าของ MicroDrive ด้วยส่วนนึง แล้วมันก็มาค้างตรง Installing Devices
ตรงนี้มันขึ้น Error มาเลยครับ ว่า Virtual Memory too low มันจะทำการเพิ่มให้ แล้วมันก็ restart ตัวเอง
กลับเข้ามา setup อีกครั้ง มันก็มาตรง installing devices อีกรอบครับ แล้วก็ขึ้น Error เหมือนเดิมเลย แล้วก็ restart อีก กลับเข้ามาอีก เป็นอยู่สามรอบ จนผมหมดความอดทนละ เพราะว่ามันไม่ผ่านซักที ก็ไม่เป็นไร เลิก ไปลองเอา Windows2000 มาลอง upgrade กันดูละกัน

ก็เอาแผ่น Windows2000 มาใส่ แล้วก็ setup มันก็เช็คๆๆ แล้วก็ restart กลับเข้ามา setup แล้วซักพักก็ขึ้นจอฟ้า.... เซ็งเลย ทำไงหล่ะเนี่ย หมดกัน ต้องใช้ Windows98 ไปเรอะเนี่ย ที่ไม่อยากใช้ Windows98 ไม่ใช่อะไร เพราะมันไม่ detect พวก USB ต่างๆอ่ะ มันไม่รู้จักเหมือนกับ XP

เลยลองไป search หาดูผ่าน google เจ้าเก่า ก็มีคนทำสำเร็จแฮะ แต่เครื่องเค้าน่าจะแรงกว่าของผม
แต่เค้าก็บอกว่ามันยังไม่ดี เพราะว่ามันจะลง software อย่าง office ลงไปตอนหลังไม่ได้ เพราะว่ามันเช็คได้ว่า drive C: เป็น removable นี่ก็เลยทำให้ต้องเอา Norton Ghost มาช่วย โดยเอา XP ไปลงไว้ใหม่เลยที่ HDD อีกตัว แล้วทำการลงโปรแกรมที่อยากจะลงให้หมด แล้วจากนั้นใช้ Norton Ghost ทำการ copy ทั้งยวงไปลงบน MicroDrive แบบนี้จะใช้ได้

อ่านที่นี่
และที่นี่

ตอนนี้ก็เลยมาคิดว่าจะเอายังไงดี จะใช้ Linux ไปเลย หรือว่าจะพยายามใช้ XP ดีนะ
แต่คงจะลองใช้ Norton Ghost ดูดีกว่า เพราะยังไม่เคยลองใช้เลย อยากรู้ว่ามันจะเป็นยังไง

25480610

ลง Linux บน MicroDrive 4GB จาก iPod ได้ครับ

วันก่อนเพิ่งทดลองลง WindowsXP บน MicroDrive แล้วล้มเหลว วันนี้มาทดลองลง SLAX Linux 5.0.5 KillBill edition กันบ้าง

ขั้นตอนก็เหมือนเดิมครับ แต่คราวนี้ผมจะทำการสร้าง Partition ซะใหม่ ด้วย fdisk บน Puppy Linux
โดยผมแบ่ง 4GB ออกเป็น
/dev/hda1 | FAT32 | 3GB
/dev/hda2 | extended| 1GB
/dev/hda5 | swap| 300MB
/dev/hda6 | swap| 300MB
/dev/hda7 | swap| 400MB

แล้ว reboot

แล้วก็ใช้คำสั่ง
mkswap /dev/hda5 128000
mkswap /dev/hda6 256000
mkswap /dev/hda7 384000

swapon /dev/hda5
swapon /dev/hda6
swapon /dev/hda7

(ขั้นตอนที่สร้างนี้อาจารย์ Supat สอนมา จากลิ้งค์นี้ แต่ผมมั่วอยู่เหมือนกันนะ)

แล้วจากนั้นก็เอา MicroDrive ที่ได้ไปทำการลง SLAX ผ่านโปรแกรม MySLAX บน Windows ครับ
แล้วก็เอา MicroDrive ที่ลง SLAX เสร็จแล้วไปติดตั้งลงบนเครื่อง Notebook

แล้วก็เปิดเครื่อง รอลุ้น .... โอ้วว มัน Boot ได้แล้วครับ แต่กว่าจะเข้าไปใน X window ได้นี่เล่นเอาเกือบแย่
คือช้ามากๆ ขนาดมี SWAP ให้เยอะแล้วนะเนี่ย

เลยไปลองเอา SLAX popcorn edition มาลองใช้แทนดู ปรากฏว่าเร็วขึ้น แต่ก็ยังช้าเกินใช้งาน

ตอนนี้ก็เลยลองเอาเจ้า Puppy Linux 1.0.3 มาลงแทน ก็ใช้งานได้เหมือนกันครับ ตอนนี้ก็ทดสอบเปิดเพลง mp3 แบบต่อเนื่อง เพื่อเช็คว่าแบตเตอรี่จะอยู่ได้นานแค่ไหน

เปิดแล้วจับเวลาดู ก็พบว่าใช้งานได้ต่อเนื่อง 1.17 ชั่วโมง ซึ่งค่าอาจจะผิดพลาดเพราะแบตมันเริ่มตอน 93%
จริงๆอาจจะได้ถึง 1.25 ชั่วโมงก็เป็นได้นะเนี่ย

ตอนนี้ก็คาดว่าคงจะลงตัวกับเจ้า Puppy Linux ตัวนี้ละครับ
แล้วก็คงพยายามศึกษาเจ้าลูกหมาน้อยตัวนี้กันต่อไป

หลังจากที่ลองลงทั้ง WindowsXP และ Linux ทั้งสองตัวดูแล้ว ทำให้รู้สึกเลยว่า Linux มันเจ๋งกว่า Windows อยู่หลายๆจุดเหมือนกันนะ

ค่อยโล่งอกหน่อยที่เจ้า MicroDrive 4GB ราคาประหยัด(กว่าปกติ)ตัวนี้มันได้เอามาใช้ตามจุดประสงค์

25480609

ลง WindowsXP บน Microdrive 4GB จาก iPOD ไม่ได้

เศร้า....
โครงการพังทลาย หลังจากลง Linux บน Compact Flash ได้สำเร็จไปแล้ว ก็เลยคิดอยากจะลง Windows บ้าง
เ พราะมัน support อุปกรณ์ต่างๆได้ดีกว่า ก็เลยลองหา Compact Flash ที่มีความจุที่พอจะลง WindowsXP ลงไปได้ แต่ด้วยขนาดของ WindowsXP ที่ต้องการพื้นที่อย่างต่ำขนาด 1.5GB ทำให้ขนาดที่เล็กที่สุดของ Compact Flash ที่จะใช้ได้ก็คือ 2GB แต่ราคาของมันก็แพงมาก จนไม่สามารถที่จะซื้อมาเล่นๆได้
ก็เลยไปมองที่ MicroDrive ซึ่งเป็น Hard disk ขนาดเล็ก ที่ทำออกมาให้มีขนาดเล็กเท่าๆกับ Compact Flash แต่จะหนากว่าหน่อย ซึ่งมีราคาถูกกว่า Compact Flash อยู่พอสมควร คือในระดับ 4GB ราคาตาม eBay ก็จะราวๆ $150-$190 เท่านั้นเอง(เรอะ!) ก็เลยลองหาๆดู จนไปพบกับ MicroDrive 4GB ที่เค้าถอดออกมาจาก Apple iPod ที่มันเสียแล้ว แยกชิ้นออกมาขาย ก็เลยลองตามประมูลดู
ในที่สุดก็ชนะมาด้วยราคา $76 (รวมค่าส่งแล้ว) ซึ่งถูกกว่าทั่วๆไปที่เจอ
วันนี้ของมาถึงแล้ว ก็ไม่รอช้าจัดการเอาเข้าเช็คบน Card Reader กันเสียก่อนว่า มันใช้ได้หรือไม่
ก็ปรากฏว่ามองเห็น และอ่านได้ ซึ่งในนั้นยังมีเพลงที่เจ้าของเก่าเค้าเอาใส่ไว้อยู่ตั้งเกือบ 1GB ก็เลยได้เพลงมาฟังฟรีๆ เป็นของแถม
ห ลังจากโหลดเพลงลงเครื่องเสร็จเรียบร้อยก็ถึงเวลาที่จะเอามันมา Format ซะ เพื่อจะเอาไปลง Windows กัน ก็จับ Format เป็น FAT32 ก็ได้พื้นที่มา 3.8GB แล้วก็เอาไปใส่เครื่องที่เราจะลงผ่านเจ้า CF to IDE adapter

เอาแผ่น WindowsXP ใส่ใน drive CD-ROM แล้วก็เปิดเครื่อง มันก็ทำการอ่านแผ่นตามปกติ แล้วก็เข้าสู่หน้าจอ Setup แล้วกรรมวิธีก็มาถึงขั้นตอนที่มันจะต้องทำการ Reboot เพื่อลง Windows อีกทีนึง พอมันเปิดเครื่องกลับเข้ามา มันก็ฟ้องขึ้นมาเลยว่า Disk Error! อ้าว ยังไงหล่ะเนี่ย เกิดอาการสับสนงุนงงเล็กน้อย
แต่ไม่ยอมแพ้ เปิด Puppy Linux บน Compact Flash เพื่อทำการเช็ค partition บน MicroDrive
ใช้คำสั่ง cfdisk เพื่อเช็คและแก้ไข partition มันก็แสดงให้เห็นว่า partition ของมันแปลกๆ
คือ มี เนื้อที่ว่างๆ อยู่ด้านบน และด้านล่างของ partition FAT32 ขนาดอันบน 71MB อันล่าง 7MB
ก็เลยคิดว่าเป็นที่ตรงนี้หรือเปล่าที่ทำให้มันเจ๊ง ก็เลยจัดการลบทั้งหมดแล้วสร้างใหม่ ให้เป็นอันเดียวกัน
แล้วก็เอามาลง Windows XP อีกรอบ คราวนี้ลองสั่งให้มัน Format Partition ให้ใหม่เลย เป็น NTFS ซะ
หลังจากรอมัน Format นานมากๆ จน 99% มันก็ขึ้น Error มาว่า ไม่สามารถที่จะ format ได้ครับ
กดปุ่ม F3 เพื่อยกเลิกการติดตั้ง......

แป่ว.... ไงหล่ะเนี่ย....

เ ลยมาลองถาม Google ดูเกี่ยวกับการเอา MicroDrive บน iPod มาใช้ ก็เจอหลายๆเว็บเพจ ที่บอกว่าไม่สามารถจะเอามาใช้กับกล้องดิจิตอลได้(คิดว่าคงจะเป็นปัญหาเดียวก ับการเอามาใช้เป็น boot disk ไม่ได้เช่นกัน)

ตอนนี้ก็เลยงง พยายามจะลองหาวิธีอื่นๆต่อไป ไม่รู้ว่าจะมีทางแก้ไขได้หรือเปล่า
แต่ยังไงก็ยังใช้มันเป็นตัวเก็บข้อมูลได้อยู่ดี แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ซื้อมันมา...

25480605

แงะกล้องดิจิตอลเล่นไฟดูดเลย

The image “http://www.dpreview.com/news/0307/minoltax20-specs.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.


วันนี้เอาเจ้า Minolta Dimage X20 มาแงะเล่น เหตุเพราะว่ามันเสีย อาการของมันคืออาการที่ส่วนของ CCD มันเอ๋อ(หล่ะมั๊ง)
พ ยายามลองหลายหนทางแล้วมันก็เหมือนเดิม คืออาการมันหนักกว่าเจ้า Fuji Finepix F50i ที่เสียซะอีก เพราะนั่นยังพอถ่ายได้บ้าง บางครั้ง แต่นี่มันถ่ายออกมาแล้วขมุกขมัวดูไม่รู้เรื่อง สีก็เพี้ยน เลยถึงเวลาต้องชำแหละ

ก็เอาไขควงอันเล็กๆมาถอดน้อตออกทีละตัวๆ รอบๆตัวกล้องเลย แล้วก็ค่อยๆบรรจงแงะฝาหลังออก มันต้องมีทริกนิดนึงด้วยน่ะ ต้องดึงมันออกตรงๆ ถ้าไปง้างมันด้านล่างมันจะแกะไม่ออก ต้องค่อยๆกดที่ด้านบนแล้วดึงออกมา
เปิดเข้ามาก็เจอลำโพง แผงวงจร จอ LCD ก็ค่อยๆแงะเอาลำโพงออกก่อน แล้วก็เอาจอ LCD ออก เห็นแล้วอยากเอาไปทำอะไรเล่น แต่ก็คงลำบากเพราะมันต้องยุ่งเกี่ยวกับแผงวงจรภายในมันด้วย
ก็ถอดน้อตด้า นในออกทีละอันๆ แล้วก็ค่อยๆแยกแผงวงจรออกจากเลนส์ เลนส์ของเจ้าตัวนี้เค้าจะแปลกหน่อย เพราะมันทำแบบพิเศษอาศัยปริซึ่มในการชิ่งภาพมาเข้าเลนส์อีกทีนึง มันเลยเป็นคนละแนวกับกล้องทั่วไป
แล้วจังหวะนั้นเองครับ ไม่รู้อีกท่าไหน นิ้วโป้งผมก็โดนช้อตเข้าไปเต็มๆ ถึงกับเขวี้ยงกล้องทิ้งเลย เพราะตกใจมาก แบบว่าไม่คิดว่ามันจะมีไฟเหลือในวงจรมันแล้วอ่ะ

แล้วก็นิ่งไปซักพั ก พยายามยกขาไม่ให้ติดพื้นคิดว่าคงแก้ได้ ก็แงะต่อไป แล้วก็ถอดเลนส์ออก เหลือตัวระบบ ก็เอาจอ LCD มาเสียบ เอาแบตใส่ อ่ะจ๊ากกก ช้อตอีกแล้ว! คราวนี้เห็นแสงแว่บขึ้นมาเลย คราวนี้โดนนิ้วชี้ อูยย มันจะอะไรกันนักกันหนาวะ
ก็เลยไปเอารองเท้าแตะมาใส่ แล้วก็ค่อยๆเอาถ่านออกแล้วก็เอามันประกอบกลับคืน

น้อตเกือบเหลือ ดีทีเห็นก่อนนะ ...

หลังจากประกอบกลับไปเหมือนเดิมแล้วก็เปิดดู ก็เหมือนเดิมครับ เอ๋อ...

ฮึ่ม! คราวหน้าเสร็จชั้นแน่.... คราวนี้ขอไปเลียแผลไฟช้อตก่อน

การเล่นครั้งนี้ทำให้ได้ข้อคิดว่า
ถึงแม้ว่าเราจะถอดแบตเตอร์รี่ออกจากกล้องดิจิตอลแล้ว มันก็ยังมีไฟในตัวมันอยู่นะครับ ดังนั้นระวังให้มากๆจงดี

คอมพิวเตอร์โน้ตบุ้คกินไฟมากไหมครับ?

เป็นคำถามที่ผมไปโพสต์ถามไว้ที่ Pantip.com ครับ และคาดว่าอีกไม่นานมันก็จะหายไป ผมเลยอยากจะเก็บคำตอบจากกระทู้นั้นมาไว้ในนี้ดูจะยั่งยืนกว่า

ที่มา http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X3504154/X3504154.html







    คอมพิวเตอร์ notebook กินไฟมากไหมครับ

    ถ้าเราเปิด notebook เอาไว้ทั้งวันโดยเสียบไฟบ้าน มันจะกินไฟเยอะไหมครับ
    เห็นมันเขียนที่ adapter ว่า output 16V 2.5A แบบนี้จะคำนวณค่าไฟได้ยังไงครับ

    ขอบคุณครับ

    จากคุณ : dogdoy - [ 27 พ.ค. 48 10:09:30 ]












        ความคิดเห็นที่ 1

        p=iv=16x2.5=40w=0.04kW
        ใช้ T ชั่วโมง = 0.04T (kWh)ยูนิต
        ยูนิตละ B บาท =0.04TB บาท


        จากคุณ : XComSCV - [ 27 พ.ค. 48 16:53:44 ]


        ความคิดเห็นที่ 2

        ถ้ากินเยอะแบตก็หมดเร็วสิ ยังไม่ทันได้ใช้งานเลย

        จากคุณ : Shinemon คุง - [ 27 พ.ค. 48 20:42:02 ]


        ความคิดเห็นที่ 3

        ถ้าเป็น intel centrino จะกินไฟน้อยกว่า ของ พวก amd นะ

        จากคุณ : n-OO//bit-a - [ 27 พ.ค. 48 20:47:50 ]


        ความคิดเห็นที่ 4

        ข ึ้นอยู่กับอุปกรณ์ในโน๊ตบุคตัวนั้นๆด้วย อย่างสมมุติ ถ้าเป็นเพนเทียม m ก็จะกินไฟน้อยกว่ารุ่นที่ไม่ใช่ และ ถ้าคุณเปิดใช้งาน wireless ก็จะกินไฟมากขึ้น

        ผมเคยลองชาร์ทแบตเต็ม ปรกติจะเปิดโน๊ตบุคได้ 3 ชม. แต่พอใช้ wireless ไปด้วย เหลือแค่ประมาณชั่วโมงกว่าๆไฟก็หมดแล้ว

        แต่ที่แน่ๆกินไฟน้อยกว่า pc ที่ไม่ใช้จอ LCD ครับ

        สงสัยอย่างนึง โน๊ตบุคเปิดทั้งวันไม่พังหรอครับ


        จากคุณ : Dequardo - [ 27 พ.ค. 48 21:52:14 ]


        ความคิดเห็นที่ 5

        ไม่พังครับ ผมเปิดประจำ โหลดหนัง......เหอะๆ

        จากคุณ : sunzilla - [ 27 พ.ค. 48 22:37:47 ]


        ความคิดเห็นที่ 6

        โอ้วว ขอบคุณครับ

        ผมเปิดทั้งวันเลยอ่ะครับ มันก็ทำงานได้ดีนะครับ ร้อนบ้างเวลาที่มันทำงานหนักๆอ่ะครับ แต่พอไม่ได้ทำงานอะไรมันก็ไม่ร้อนเท่าไหร่ครับ


        จากคุณ : dogdoy - [ 28 พ.ค. 48 00:39:35 ]


        ความคิดเห็นที่ 7

        IBM R51 uses 12-15 Watts when I'm working.
        (Pentium M 1.6G but runs at 600 MHz most of the time.)


        จากคุณ : ควายอ้วน - [ 28 พ.ค. 48 00:52:59 A:61.90.12.91 X: TicketID:091448 ]


        ความคิดเห็นที่ 8

        แผ่นกระดาษสีดำที่ไว้ใช้รองkeyboardกับหน้าจอ เวลาเก็บเครื่อง ใครยังใช้อยู่บ้าง หรือทิ้งไปแล้วครับ

        ความคิดเห็นนี้ได้แตกไปยังกระทู้ X3507375

        จากคุณ : Parn-aE - [ 28 พ.ค. 48 21:58:26 ]






25480604

Puppy Linux บน Compact Flash 128MB

มาอีกแล้วครับท่าน เรื่องเกี่ยวกับ Linux และ Compact Flash

วันนี้ขอเสนอตอนต่อจากคราวที่แล้วครับ
เป็นการทดลองเอา Puppy Linux ที่โอ้เอ้เค้าแนะนำไว้ มาจับยัดลงไปใน Compact Flash ขนาด 128MB
โดยใช้มันแทน Hard disk กันเลยครับ

เมื่อวันก่อนทดลองทำแล้วสองสามครั้งแต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ มาวันนี้ก็เลยลองค้นหาผ่าน google ดู
ก ็ไปเจอกับ link ไปยังเว็บบอร์ดของ Puppy Linux เองครับ แต่ก็ยังไม่ใช่คำตอบ เลยย้อนกลับไปหาอ่านในหัวข้ออื่นๆในเว็บบอร์ด จนเจอกรณีเดียวกันครับ คือเอา Compact Flash ขนาด 128MB มาลง Puppy Linux
แล้วใช้มันแทน Hard Disk กันเลย
กระทู้นี้เลยครับ คลิกที่นี่

หลังจากที่พอทราบหลักการเบื้องต้นแล้วก็ไม่รอช้าสิครับ เล่นกันเลย

วิธีการทำที่ได้ผลของผมเป็นดังนี้ครับ

อุปกรณ์ที่ต้องมี
- เครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะเอาไว้ลง Puppy linux 1 เครื่องหรือมากกว่านั้น ที่ทำงานได้แต่อาจจะไม่มี HD ก็ได้ แต่ต้องมี drive CD-ROM
- Compact Flash ขนาดอย่างน้อย 128MB
- ตัวแปลงจากหัวต่อ Compact Flash เป็น IDE ไว้ต่อเข้ากับ Mainboard
- เครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่อง เพื่อ format Compact Flash + Compact Flash Card Reader
- อินเตอร์เน็ตคอนเน็คชั่น เพื่อดาวน์โหลดเอาเจ้า Puppy Linux มาจากเน็ต
- แผ่น CD เปล่า 1 แผ่น
- CD-Burner (ติดอยู่ที่เครื่องหลัก เอาไว้เบิร์นแผ่น Puppy LiveCD)

ขั้นตอนการทำ
- เอา Compact Flash ไป Format ซะก่อนครับ บน Windows นี่แหละ ผ่านเจ้า Compact Flash Card Reader ให้เป็นรูปแบบไฟล์ FAT ครับ เสร็จแล้วพักไว้
- เข้าเว็บ http://www.goosee.com/puppy/download/downpage.htm
เพื่อดาวน์โหลดเอา Puppy Linux version ล่าสุดมาครับ จะเป็นไฟล์ .iso ขนาดราวๆ 60-70MB
- แล้วเอาเจ้าไฟล์ที่ได้นี้ ไป burn Image ลง CD ครับ ไม่ใช่การเบิร์นแบบข้อมูลธรรมดานะครับ ต้องเบิร์นให้มันเอาไปเป็น LiveCD ได้ด้วย
- แล้วเอาเจ้า CD ที่ได้ ไปเปิดที่เครื่องที่เราจะลง Puppy Linux ครับ มันจะทำการเปิดตัวมันเองขึ้นมาเลยครับ ก็ทำตามขั้นตอนไปเรื่อย (ตอนนี้ที่เครื่องนี้จะไม่มี HDD ติดตั้งอยู่นะครับ) เริ่มใจชื้นได้ละครับ ถ้าเปิดเจ้า Puppy ขึ้นมาได้
- จากนั้นเอา Compact Flash Card Reader + Compact Flash มาเสียบที่ช่อง USB ของเครื่องที่จะลงครับ
- ไปที่ Start > Setup > Install Puppy USB card (ในเจ้า Puppy นะครับ ไม่ใช่ Windows)
- แล้วเค้าก็จะให้เลือกครับ ก็กด Enter ไป ถามอะไร ถ้าไม่รู้ก็กด Enter ไปครับ
- จนมาถึงขั้นที่ให้เลือกว่าจะลงแบบไหน มี 1 กับ 2 ครับ ก็ให้เลือก 2 ครับ
- แล้วก็ enter มาเรื่อยๆ จนมาถึงเค้าจะถามว่าจะให้เราแก้ไขไฟล์ syslinux.cfg ครับ ให้เรากด e เพื่อแก้ไข
แล้วไปแก้ตรงที่ว่า

sda1 เป็น hda1 ครับ มันคือการเปลี่ยนตำแหน่งของตัว boot จาก USB drive เป็น Hard disk ครับ

เสร็จแล้วมันก็จะทำการ write ไฟล์นี้ครับ แล้วก็จะเสร็จ

- แล้วเราก็ปิดระบบออกมาครับ ปิดเครื่อง ถอดปลั๊กซะให้เรียบร้อย แล้วทำการเปิดเครื่องออกมาเลยครับ
- เอาเจ้า Compact Flash ที่ได้นี้ ไปใส่เข้ากับตัวแปลงครับ เพื่อต่อ Compact Flash เข้ากับ Mainboard
- แล้วก็ปิดเครื่องให้เรียบร้อยครับ แล้วก็เสียบปลั๊ก เปิดเครื่องได้

เสร็จแล้ว เย้!

ตอนนี้เครื่องของผมก็มี Spec ดังนี้ครับ
- CPU Pentium II 333MHz
- RAM 64MB
- Compact Flash 128MB !!!

ข้อดีของการเปลี่ยนมาใช้ Compact Flash แทน HDD ก็เพื่อที่จะทำให้กินไฟน้อยลงครับ และเสียงไม่ดัง
แถมยังเล็กและเบากว่า HDD มากครับ

ติดขัดตรงไหนเมล์มาสอบถามได้ครับที่ mail2doy(at)yahoo.com

สุดท้ายนี้ขอได้รับความขอบคุณจาก
- โอ้เอ้ แห่งเว็บ f0nt.com ในห้องแตกฟอง ผู้แนะนำ Puppy Linux ให้ได้รู้จัก
- อาจารย์ Supat ที่ให้คำปรึกษาใน linux.thai.net
- และที่ขาดไม่ได้ ผู้สร้างสรรค์ Puppy Linux ครับ


เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
- Puppy Linux
- Slackware Presentation โดยอาจารย์ Supat (อันนี้แนะนำครับ สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะรู้เรื่องของ Linux ตระกูล Slackware พ่อของเจ้า SLAX นั่นเอง)
- กระทู้ตอบคำถามเรื่องการลง Puppy Linux บน compact flash 128MB
- เว็บบอร์ดของ Linux.thai.net


****
(เพิ่มเติม)
อ๊ะ เพิ่งจะเจอ ว่าเค้าเขียนวิธีทำง่ายๆเอาไว้บนเว็บด้วยนี่นา
http://www.goosee.com/puppy/flash-puppy.htm
ง่ายกว่าที่เราทำเยอะเลยนะเนี่ย อ่ะโด่ โง่นี่......
ใครอ่านมาถึงตรงนี้ก็นะ ... ร่วมกันโง่ละกัน

ล่าสุดทดสอบการทำงาน ด้วยการลองเปิด VCD ดูครับ ใช้ได้เลยหล่ะ แต่กินแบตมากไปหน่อย เพราะเป็น external CD-ROM มันดึงไฟจาก PCMCIA ไปเยอะเลย
และทดลองเปิดเพลง mp3 เพื่อทดสอบความอึดของการเปิดใช้งานด้วยแบตเตอรี่ล้วนๆ
ปรากฏว่าจากเดิมที่เคยเปิดบน WindowsXP บน HDD 30GB ทำเวลาไว้ได้ 1.02 ชั่วโมง
แต่พอเปลี่ยนเป็น Puppy Linux บน Compact Flash 128MB ทำเวลาได้ 1.32 ชั่วโมงครับ
(จริงๆอาจจะคลาดเคลื่อนเพราะตอนเล่นบน Windows ต่อ Wireless adapter ไปด้วยเพื่อดึงเพลงจากเน็ต)

นับว่าน่าสนใจดีทีเดียวครับ และข้อดีอีกข้อนึงคือ ปัญหาเรื่องความร้อนของ HDD ก็หายไปเลยครับ เย็นแล้วก็เงียบดีมาก
****

โปรเจคต่อไป
ลง WindowsXP และ SLAX linux บน MicroDrive 4GB

25480603

เล่น Linux ไม่ต้องมี Hard disk ก็ได้นะ

เมื่อวานลองเอาเจ้า Puppy Linux ที่โอ้เอ้แนะนำไว้ที่เว็บบอร์ดของ Linux.thai.net
ก็จากที่อยากจะลองลง Linux บนเครื่องเก่าที่แรมแค่ 64MB น่ะหล่ะครับ
แต่เห็นเจ้า SLAX มันสวยกว่าเลยไปลองเจ้า SLAX ซะก่อน(ความงามนี่มีผลมากจริงๆ) แต่ก็เล่นไม่เวิร์ค เพราะมันควรจะมีแรมและเนื้อที่บน HDD มากกว่านั้น

ก็เลยลองเอาเจ้า Puppy linux มาลอง burn ลง CD แล้วไปเปิดดู โอ้โฮเฮะ! เร็วแฮะ! เปิดไม่นานมันก็เข้าระบบแบบหน้าตาคล้ายๆ Windows98 แล้วครับ ก็เลยลองใช้งานดู ก็ปรากฏว่ารวดเร็วมากๆ คือเหมือนไม่มีการติดขัดอะไรเลยอ่ะครับ ใช้ได้ดีจริงๆ แต่ติดตรงหน้าตานี่แหละที่มันออกจะเก่าไปหน่อย แต่ก็ทำงานได้ดี ลองเปิดโปรแกรมคล้ายๆ word ก็ใช้งานได้ดีครับ นั่งเล่นเกมของมันตั้งนานแน่ะ แบบว่าเพลินดี
แล้วก็เข้าไปค้นๆดู ในพวก setup ของมัน มันมีให้ install ลง HDD หรือ USB ได้ด้วยหล่ะครับ
ก็เลยลองลงดู แต่พอเอามาเปิดแล้วมันกลับขึ้น boot failed อ่ะครับ ไม่รู้ว่าเป็นที่ผมใช้ Compact Flash ไปลง แทนที่จะเป็น USB stick จริงๆหรือเปล่าก็ไม่รู้ ก็เลยอดเล่นเลย

(อ้อ ลืมบอกไปว่า ที่ผมรันเจ้า Puppy Linux เนี่ย ผ่านการ boot จาก CD เพรียวๆเลยนะครับ ในเครื่องไม่ได้ต่อ HDD อะไรเอาไว้เลย แต่ตอนเปิดมันจะบ่นๆหน่อยว่า มันจะต้องเอาทุกอย่างเก็บใน CD นะ เซฟอะไรไม่ได้นะเอ้อ ก็กด ok ไปน่ะครับ มันก็ทำงานได้ละ เหลือเชื่อจริงๆ
ผมว่าถ้ามันทำให้เล่นเน็ตโดยใช้ Wireless Adapter ของผมได้เมื่อไหร่นะ สบายเลย เพราะพอไม่มี HDD แล้ว ผมว่ามันคงจะกินไฟน้อยลง แล้วเครื่องก็เบา แต่.. มันก็ต้องมี CD นี่หว่า ลืม...
เอาเป็นว่าเอามันใส่ compact flash ได้ก็คงดี)

ไม่เป็นไรครับ เพราะตะกี้เพิ่งจะชนะประมูล MicroDrive 4GB มาหมาดๆ กะว่าจะเอามันนี่แหละมาใช้แทน HDD จริงๆจังๆเลย เพราะเนื้อที่ขนาด 4GB เนี่ย ลง WindowsXP ได้เชียวนา แล้วก็ยังมีที่เหลือให้ไปลงเจ้า SLAX และทำ SWAP ให้มันได้อีกด้วย ไว้ได้มาแล้วเดี๋ยวต้องลองกันหน่อย หึหึ

ว่าแล้วไปทำงานต่อดีก่า หาตังมาซื้อของเล่น อิอิ...

เว็บไซต์เกี่ยวข้อง
- Puppy Linux
- กระทู้ถามที่ linux.thai.net
- SLAX linux

25480602

Notebook ไม่มี HDD ก็ลง Linux ได้

วันนี้ของที่สั่งไปเค้ามาส่งครับ มันคือตัวแปลงจาก Compact Flash Card ให้มาเป็น 2.5นิ้ว HDD
คือเอา Compact Flash มาใช้แทน HDD ว่างั้น
ตัวนี้สั่งจาก eBay ครับ ราคารวมค่าส่งแล้วก็ $15 ราวๆ 600 บาท


ภาพจาก eBay.com

หลังจากได้มาก็ไม่รอช้าเอามาเสียบเข้ากับ CF ขนาด 256MB ยี่ห้อ PNY ที่เคยซื้อไว้นานแล้ว แต่ไม่ได้ใช้เลย
แล้วก็เอามาเสียบเข้าไปกับ 2.5" HDD case เพื่อเสียบเข้าไปกับ DesktopPC เพื่อเช็คว่า มันจะมองเห็นหรือเปล่า
อ้อ เห็นแฮะ แต่มันดันเจอเป็น Removable Disk ไปซะนี่ แบบนี้มันจะใช้แทน HDD ได้ไหมเนี่ย

อ่ะ ไม่เป็นไร ไว้ก่อน ลองค้นๆดูในบอร์ดของ SLAX linux
เจ้า SLAX มันคือ Linux distribution นึงครับ มันตัวเล็กมาก รู้จักมัน จากการแนะนำของคุณ supat, zxc ในบอร์ด linux.thai.net ครับ
วันนั้นผมเข้าไปถามเรื่องอยากจะลอง Linux ที่รันผ่าน LiveCD บนเครื่องเก่าๆของผม เพราะว่าเจ้า XP มันอืดๆน่ะครับ

แต่ตอนนั้นที่อ่านคำตอบ ยังนึกแค่ว่า SLAX มันเป็นแค่เพียงโปรแกรมตัวนึงที่ช่วยให้รันได้เร็วขึ้น

จนไปค้นจาก google จนได้รู้ว่ามันเจ๋งมากๆ

แ ล้วหลังจากที่ผมลองเอาเจ้า SLAX ไป burn ใส่ CD แล้วมาลองเปิดบนเครื่อง notebook ตัวนั้น มัน boot ไม่สำเร็จครับ เห็นว่า เจ้า SLAX ยังไม่ support PCMCIA CD-ROM
ก็เลยหยุดไปเลย เพราะ CD เปล่าผมหมดด้วยเลยไม่รู้ลองยังไง
วันนี้ CD-RW ที่สั่งไปก็มาพอดีเช่นกัน เลยได้ลองทั้งสองอย่างเลย

หลังจากที่ลองใส่ CD แต่ boot ไม่ได้ไปแล้ว ผมก็เลยอยากจะเอามันใส่ CF แล้วใช้ CF boot ซะเลย
แบบไม่มีต้องมี HDD กันให้หนัก

ข้อดีของการนำ CF card มาใช้แทน HDD ที่ผมพอจะทราบนะครับ
- เสียงไม่ดัีง เพราะ CF ไม่มีมอเตอร์ มันเป็นแค่หน่วยความจำ คล้ายๆแรมอ่ะครับ เลยไม่มีเสียง
- ทนทานกว่า เนื่องจากมันไม่ต้องมีการอ่านแบบ HDD ที่เป็นจานแม่เหล็ก ที่หมุนๆแล้วอ่านข้อมูล มันเลยทนมากๆ คือหล่นก็ไม่เป็นไร
- กินไฟน้อย เพราะมันไม่มีมอเตอร์ไงครับ
- ไม่ร้อน ก็เพราะไม่มีมอเตอร์อีกแหละ
- เล็ก ขนาดของมันเล็กกว่า HDD ขนาด 2.5" เยอะเหมือนกันนะครับ

ข้อเสีย
- แพง ถ้าเทียบกันด้วยราคาต่อหน่วยความจำที่ได้ (แต่ผมว่าในอนาคตมันจะถูกลง แล้วมันจะมาแทน HDD)
- เขียนข้อมูลได้ช้า อันนี้ไม่ทราบหลักการครับ แต่มันเป็นอย่างงั้น
- มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนครั้งในการเขียน (อันนี้ไม่ทราบเหมือนกันว่าจำกัดยังไง เค้าว่ามา)

ท ี่จริงแล้วผมเคยเจอเรื่องการ boot Windows โดย USB flash drive มานานละ แต่ด้วยเครื่องผมมันไม่อำนวยให้ทำอย่างงั้น ก็เลยต้องหาทางอื่นแทน
ก็มาอ่านเจอเรื่องที่เค้าพยายามจะเอา WindowsXP มาลงใน CF card ซึ่งมันก็สำเร็จซะด้วยสิครับ
ที่เค้าทำกันก็เพื่อเอา WindowsXP ไปใส่ไว้ในรถน่ะครับ เพราะรถมันสะเทือนมาก ถ้าใช้ HDD มีหวังพังเร็ว

แ ต่การจะเอา WindowXP ไปลงใน CF ได้นั้นน่ะ เครื่องมันจะต้องเร็วพอสมควรเลย แล้วแรมอย่างน้อยๆก็ต้อง 512MB แต่ของผม 64MB แถมเครื่องช้าอีกเลยเลิกหวัง หันหน้าเข้าหา Linux ทันที

มาเล่าต่อครับ อ้อมโลกไปนาน
หลังจากที ่ผมได้ CF ที่ต่อเข้ากับ Notebook ได้แล้วมาใช้งาน แต่ว่าผมจะทำยังไงให้มัน boot ได้หล่ะ เพราะการที่เราจะ format ให้ drive นั้นๆสามารถ boot ได้เนี่ย มันจะต้องเป็น Hard Disk drive หรือไม่ก็ Floppy disk บน Windows เท่าั้นั้น
ผมเลยไปลองอ่านเว็บบอร์ดของ SLAX ดูครับ เห็นหลายคนมีปัญหาเรื่องการ boot ด้วย USB stick แล้วก็มีคนมาตอบว่าเค้าทำยังไงกันบ้าง ผมเห็นเค้าใช้ MySLAX creator เป็นตัวช่วย ไม่รอช้าครับ ค้นด้วย google กันเลย จนเจอเว็บครับ
แล้วก็โหลดมาลองกันเลยครับ
ใ ช้งานง่ายๆ ไม่ยุ่งยากอะไร แต่เจ๋งมาก เพราะมันจะช่วยให้เราสามารถเพิ่มเติม module ที่เราต้องการลงไปในตัว SLAX ได้เองเลยครับ แถมยังมีตัวช่วยในการ copy Files ลงไปบน USB stick แล้วทำให้มัน boot ได้ด้วย !

ไม่รอช้าครับ ผมก็เอา ISO ของ SLAX 5.05 KillBill มาลองกันเลย จับเอาเจ้า CF 256MB มายัดเจ้า Killbill ลงไปครับ รอซักพักมันก็เสร็จเรียบร้อย ผมก็ถอด CF ไปต่อกับเจ้า Notebook แล้วทำการลอง boot ระบบทันทีครับ

..... ติดครับ! โอ้ววว Linux! ผ่านทุกอย่างมาได้ครับ เข้ามาถึง command line ของ linux กันเลย แต่ว่า พอเข้า Xwindow แล้วช้ามากๆครับ ที่ผมเขียนอยู่ตอนนี้มันยังเข้าไม่เสร็จเลย
แ ต่ก็ได้เห็น Wallpaper กับ mouse ครับ นั่นก็พอจะยืนยันได้แล้วว่า มันผ่านเข้ามาได้แล้ว แต่ที่มันช้ามากนี่ผมคงต้องหาทางแก้ไขต่อไปอีกที

ผมเดาอยู่สองอย่างคือ พื้นที่บน CF ของผมเหลือน้อยมากเกินไป คือเหลือแค่ราวๆ 40MB เท่านั้นเอง
ห รือไม่ก็ แรมของผมมันน้อยเกินไป (64MB) แต่ถ้าจะเอาให้ง่ายก็คือซื้อ CF ซัก 512MB หรือ 1GB มาลองใช้ดู หรือจะลงทุนซื้อแรมขนาด 64MB มาเสียบลงไปดีนะเนี่ย

ชักอยากได้แรมมากกว่านะเนี่ย เพราะถ้าได้แรมก็เอามาใช้กับ XP ได้สบายเลย อิอิ
...... ... .. .


เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
- Linux.thai.net
- SLAX linux
- MySLAX creator
- eBay.com
- mp3car.com

25480601

ลดกระหน่ำของจริง

วันก่อนเป็นวันหยุดของอเมริกา คือวัน Memorial day (30 พฤษภาคม) บริษัท ร้านค้าต่างๆจะปิดกันเยอะมาก
แต่พวกห้างจะเปิดและก็จะมีการลดราคากันกระหน่ำเลย

ผมได้มีโอกาสออกไปช้อปปิ้งหลังจากอุดอู้อยู่แต่ในบ้านมาเป็นเวลานาน เพราะพี่เอโปรเค้ามางานวันรับปริญญาที่ Savannah แล้วก็เลยจะออกไปช้อปปิ้งกันที่ Outlet ก็เลยชวนผมไปด้วย ผมก็ไม่รอช้าครับ ขอออกไปจับจ่ายซื้อของซะหน่อย จริงๆไม่ได้กะจะซื้่ออะไรเท่าไหร่ แต่อยากไปดูพวกของเล่น

พวกเราต้องขับกันไปอีกรัฐนึงครับ เพราะว่าที่ Savannah ไม่มี Outlet ! ก ็เลยขับไป South Carolina ฟังดูเหมือนไกลนะครับ ขับข้ามรัฐ แต่จริงๆก็ราวๆชั่วโมงเดียวเองครับ ไปที่เมือง Hilton Head ที่นี่มีแหล่งช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกครับ นั่นก็คือ Outlet (ที่เมืองไทยมีระหว่างทางไปพัทยา)
พวกเราไปกัน 5 คนครับ มี พี่เอ,พัท,แป้น,ซิน และก็ผมครับ พี่เอขับ ไปถึงที่ outlet พวกเราก็เดินเข้าร้านเสื้อผ้าต่างๆ ตั้งแต่ Banana Republic, Polo, Gaps,Nike ... ผมก็เข้าไปเดินดูครับ ทีแรกก็ไม่กะจะซื้อเลยนะ แต่แบบว่าราคามันไม่แพงจนเกินไป ก็เลยซื้อครับ ผมได้กางเกง Boxer แบบที่ฝรั่งเค้าใส่แทนกางเกงใน หรือใส่นอนกันน่ะครับ ผมเคยซื้อมาลองสองตัวแล้วมันใส่สบายดี เลยชอบเอามาใส่นอน พอดีที่ Banana มันลด จากตัวละ $9.99 เหลือ 4 ตัว $20 ก็ลดไปราวๆ 50% ผมก็เห็นลายมันน่ารักดีก็เลยเลือกมาซะ 4 ตัว

จากนั้นไปเดินที่ Polo ร้านนี้แำพงมากๆ ราคา $70-$80 ทั้งนั้นเลย เสื้อยืดธรรมดาๆ ก็ $20-$30 เห็นแล้วก็ซื้อไม่ลง แต่ว่าผมดันไปเจอกับราวสินค้าลดราคาเข้าครับ กางเกงขายาวแบบกระเป๋าเยอะๆ อย่างที่ผมชอบใส่ มันมีในนั้นด้วย ราคาเดิมมัน $89.50 แพงระยับ แต่ว่ามันลดครับ เหลือ $9.49 !!! เกือบ 90% เลยนะเนี่ย
ผมลองดูเอวกับความยาวแล้วมันพอดีๆกับผมเลยคือ เอว 33 กับความยาว 31 จริงๆความยาว 30 จะเหมาะกับผมมากกว่า แต่ราคานี้โอเคเลย ก็เลยหยิบมาเลยครับ เป็นสีออกดำๆซึ่งผมไม่มีสีนี้ด้วย ก็เลยยิ่งทำให้น่าซื้อขึ้นไปอีก

แล้วไปที่ Nike shop ทีแรกก็ไม่กะว่าจะซื้ออะไร เห็นพี่เอโปรเค้าเอา Wrist band ของ Nike LiveStrong มาอวด ราคาแค่ $1 เอง ที่เมืองไทยเห็นเค้าฮิตๆกันจัง ที่นี่ไม่เห็นมีใครใส่ซักกะคน ผมก็เลยไปเอามั่ง เอามา 5 อันเลย กะเอามาเป็นของฝาก แล้วก็เลยได้ที่สูบลมลูกบอลมาอีกอันของ Nike อันเล็กๆน่ารักมากๆ ราคา $7.99 ลดจาก $10

วันนี้ก็เลยหมดตังไปหลายแต่ของที่ได้มาก็นับว่าคุ้มค่าสุดๆละครับ

แบบนี้สิ ลดกระหน่ำ!