25481114

ซื้อของได้ถูกจริงหรือ?

คิดว่าหลายคนคงชอบของถูกของลดราคากัน ผมเองก็เป็นแถมอาการหนักซะด้วยสิ

ตอนอยู่เมืองไทย ผมจะชอบมาก เวลาที่ไปเดินห้างสรรพสินค้าแล้วเจอป้ายสินค้าลดราคา จะรีบปรี่เข้าไปดูก่อนเลยว่ามันมีอะไรลดบ้าง แทบจะทุกครั้งที่จะต้องได้อะไรกลับไป ไม่มากก็น้อยหล่ะ
ด้วยความที่เห็นว่ามันถูกก็ซื้อไว้ก่อน แม้ว่าจะไม่จำเป็นเลยก็ตาม
ฟังดูเหมือนผมจะรวยเนอะ ซื้อโน่นซื้อนี่ แต่จริงๆไม่เลยครับ แต่ว่ามันเหมือนเป็นโรคจิต ที่เห็นของถูกๆแล้วก็อยากจะซื้อไปซะทุกที

หลังจากที่มาอเมริกา ทีนี้ยิ่งเข้าทางครับ ผมไม่ค่อยไปห้างสรรพสินค้าเหมือนก่อนแล้ว แต่กลับซื้อของลดราคามากกว่าแต่ก่อนซะอีก ด้วยความสะดวกสบายของการ Shopping แบบ Online นั่นเองครับ

และแน่นอนเว็บไซต์สุดโปรดของผมก็หนีไม่พ้น eBay.com (เว็บประมูลสินค้าที่ใหญ่มากๆ มีสินค้าแทบทุกอย่าง)
ผมมักจะเข้าไป search หาของที่อยากได้อยู่บ่อยๆ แล้วที่นี่เค้าจะพยายามชักชวนให้เราเสียเงินได้ง่ายๆ ด้วยการสรรหาความสะดวกสบายมาให้กับผู้ที่ทำการประมูล
หลังจากที่เราสมัครสมาชิกแล้ว เราก็จะสามารถที่จะทำการเก็บรายการสินค้าที่เราสนใจได้ นี่ก็จะทำให้เราสามารถติดตามได้ว่า สินค้าตัวนั้นๆ ราคาไปถึงที่เท่าไหร่แล้ว
แล้วยิ่งกว่านั้น ทาง eBay ยังมีโปรแกรมเสริมให้เรามาลงที่ Windows PC ที่จะคอยบอกเราว่าของที่เราได้ดู หรือประมูลไปนั้น มีการเปลี่ยนแปลงไป หรือมีคนมาประมูลทับไปแล้วหรือยัง โดยจะขึ้นมาเตือนเราที่มุมขวาของจอภาพ
ทำให้เราไม่ต้องกดเข้าไปดูที่เว็บบ่อยๆ แถมยังมีการสั่งให้เตือนได้ด้วยว่า ถ้าหากใกล้จะปิดประมูลก่อนกี่นาที ให้เตือนขึ้นมานะ อันนี้นักประมูลตัวยงจะชอบมาก เพราะจะเข้าไปเพิ่มราคากันตอนๆจะใกล้ปิด เพื่อให้คนอื่นไม่สามารถมาประมูลทับได้

กลับมาเข้าเรื่อง เมื่อ eBay มันดีขนาดนี้ ผมก็เลยชอบไปหาของถูกๆที่นี่ ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้ามือสอง หรือสินค้าที่ตกรุ่นแล้ว
มีอยู่ครั้งนึงที่ผมอยากได้จอ Monitor ใหม่ เพราะจอที่แถมมากับเครื่อง PC มันโค้ง ทำให้ปวดตา
ผมเลยพยายามหาข้อมูลว่าจอรุ้นไหนน่าจะดี ตอนนั้นก็เล็งจอ Sony ไว้แล้วหล่ะ เพราะติดใจเรื่องของคุณภาพ
เพราะเคยใช้ตอนสมัยอยู่เมืองไทย ซึ่งปัจจุบันก็ยังใช้อยู่เลย

หลังจากเช็คดูแล้วว่าจอ Sony CPD-G500 21" เป็นจอที่ใหญ่เหมาะกับการทำงานมาก(เหตุผลของตัวเองทั้งนั้น) ก็เริ่มหาใน eBay เลยครับ
จนในที่สุดก็ได้มาครอบครอง ตอนนั้นราคารวมค่าส่งแล้วตกที่ราวๆ $270 ซึ่งถือว่าถูกมากๆถ้าเทียบกับของใหม่
(รู้สึกจะ $800-$1,000)

แต่ด้วยความที่มันเป็นจอเก่าแล้ว ใช้ได้ไม่นานนักมันก็เริ่มที่จะออกอาการครับ อาการของมันคือสีจะเริ่มเพี้ยนๆไป
แล้วการปรับ contrast กับ brightness ก็จะทำได้ไม่ดีอีกด้วย แต่ก็ทนใช้ไปครับ เพราะยังไม่ถึงกับเปิดไม่ได้

จนในที่สุด วันตายของมันก็มาถึง(ทุกชีวิตหนีไม่พ้นจริงๆ แน่ะ มีพาเข้าเรืองธรรมะ) มันเปิดไม่ขึ้นแล้วหล่ะครับ ตายสนิทจริงๆ
จนผมเลยต้องมองหาจอตัวใหม่มาแทน คราวนี้เลยหนีไปใช้จอ LCD แทนครับ
ตามสูตรของผม ต้องหาของถูก
ผมไปได้ coupon code มาจากเว็บ deals2buy.com (เว็บโปรดของผมอีกเช่นกัน) เว็บนี้เค้าจะมีบอกว่าเว็บไหนมีของอะไรลดราคาบ้าง แล้วต้องทำอย่างไร
อย่างจอตัวที่ผมซื้อนี่เค้าจะมีเป็น coupon code ให้เราเอาไปใช้ลดราคาได้ เป็นจอของ Dell ครับ
เมื่อลดแล้วก็เหลือ $400 จากเดิม $699 ก็นับว่าคุ้มค่าดีทีเดียว

เมื่อได้จอใหม่มาใช้ สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจไม่ใช่เรื่องของความสวยงามของมัน แต่เป็นค่าไฟที่ลดลงไปจากเดิมมากๆ
แต่ก่อนสมัยที่ผมยังใช้จอ Sony ตัวเก่านั้น ค่าไฟเดือนๆนึงจะเสียราวๆ $50-$60 แต่พอเดือนที่แล้วผมเปลี่ยนไปใช้จอ LCD ค่าไฟผมลงไปที่ $35

ผมเลยมาลองคิดๆดูว่าค่าไฟที่ผมต้องจ่ายให้กับจอ Sony ราคาถูกนั้น รวมๆแล้วมันแพงกว่าซื้อจอ LCD ซะอีกนะเนี่ย
คือถ้าคิดเล่นๆ ค่าไฟแต่ละเดือนที่ต้องจ่ายให้กับจอ Sony ตัวนั้น ตีว่าเดือนละ $10 ละกัน ผมใช้มา 2 ปีครึ่ง ก็ 30 เดือน
30 x 10 = $300 ผมเสียค่าไฟไปตั้ง $300 แน่ะ ซึ่งถ้าใช้ไปอีกเรื่อยๆผมก็จะเสียเงินเพิ่มไปอีกมากทีเดียว

ช่วงหลังมานี่ผมเลยต้องมองให้ไกลกว่าเดิมเวลาจะซื้อของอะไร โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องใช้พลังงานเพื่อมาขับเคลื่อน

ล่าสุดนี่ผมเพิ่งสั่งซื้อไฟหน้ารถจักรยาน(ขี่มาตั้งน้าน เพิ่งจะซื้อ) ก็สั่งจาก eBay ตามสูตรครับ ส่งมาจาก Hong Kong กันเลย
ก็ถูกแน่นอน แต่ว่าใช้ได้ไม่นานถ่านที่ใส่ไปมันก็เริ่มอ่อนลงอย่างรวดเร็ว คือไฟที่เคยส่องสว่างในวันแรก หลังจากใช้ไปได้แค่อาทิตย์กว่าๆ ทั้งๆที่ก็ไม่ได้ขี่ไปไหนไกลๆเล้ย แค่บ้านไปห้องสมุดเอง
เลยเริ่มได้คิดว่า คราวหน้าคราวหลังเวลาจะคิดซื้อของถูกเมื่อไหร่ ต้องคิดไปให้ไกลๆ ว่าซื้อมาแล้วมันจะมาทำให้เราต้องเสียเงินมากๆในอนาคตหรือเปล่า

ป.ล. ใครที่คิดจะซื้อจอ Monitor ใหม่ ผมแนะนำให้มองจอ LCD ไว้เป็นตัวเลือกต้นๆดีกว่าครับ แม้จะแพงในตอนซื้อ แต่ระยะยาวแล้วคุ้มค่ากว่าจอ CRT ครับ ทั้งเรื่องของค่าไฟฟ้า, ความร้อน, พื้นที่บนโต๊ะทำงาน หรือแม้แต่เรื่องของการถนอมสายตาครับ

8 ความคิดเห็น:

v74 กล่าวว่า...

อ่านแล้วได้มุมมองที่พี่ไม่เคยมองดีนะ

พี่ใช้ G500 เหมือนกัน แต่จ่ายไป $800 ปลายๆเพราะซื้อของใหม่เอี่ยมมาใช้ . . . ตอนนั้นไม่กล้าลอง ebay
และไม่คิดถึงของ used เลยว่ะ . . .

ใช้ไป 2.5 ปี . . . เรียนจบและขายไปได้ $300
สรุปว่าจ่ายไป $500 กว่า . . . ก็ราวๆ 2 หมื่นกว่าบาท / 2.5 ปี
ไม่รู้คนอื่นคิดไง แต่พี่ว่าโครตคุ้มว่ะ ยุคพี่ LCD ยังแพงมากๆ ไม่ไหวจริงๆ

แล้วจอโค้งก็ปวดตา . . . ทุกวันนี้ไม่เคยเสียใจที่จ่ายไปเลย

อีกเรื่องคือค่าไฟ . . . โชคดีที่อยู่ Drayton จริงๆ
พี่เลยมองข้ามเรื่องนี้ไปเลย . . . อยู่มา 2.5 ปี ปิด comp ไปไม่เกิน 3 เดือนนอกนั้น . . . G500 ก็ไม่เคยได้พักผ่อนกัน

ปัจจุบันมาใช้ LCD เหมือนกันก็พบว่า ข้อเสียรุนแรงคือเรื่องของ Respond time นั่นเองที่มีผลต่อ animation มาก
แต่ก็แลกมาซึ่งความปลอดภัยต่อสายตา (Cinema Display 23")
ก็ไม่เสียใจที่จ่ายหนักไปอีกเหมือนกันนะ

ก็เพราะดวงตาของเรานี่ . . . เท่าไหร่ก็จ่ายไม่พอจริงๆ
เอาไงเอากันวะ . . . ยอมจ่าย

dogdoy กล่าวว่า...

ตอนก่อนผมจะเปลี่ยนมาใช้จอ LCD ก็ชั่งใจอยู่นานเหมือนกันครับ
ชอบ CRT ตรงที่มันปรับได้หลาย resolution แล้วมันก็ดูหนังไม่เกิดเงาๆภาพซ้อนแบบจอ LCD

จอ Sony นี่ผมก็ว่าใช้คุ้มจริงๆครับ จอผมก็คล้ายๆพี่คือเปิดตลอดเวลาเช่นกัน
แต่เรื่องความใหญ่และหนักของมันนี่สิ พอได้มาใช้จอ LCD ถึงได้รู้ว่าพื้นที่บนโต๊ะทำงานเรามันก็เยอะนี่หว่า

แต่ตอนนี้เอาจอ Sony ลงมาวางที่พื้น ยังคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงกับมันดีเลยครับ

แล้วจอ Apple ของพี่มัน response time เท่าไหร่เหรอครับ Dell ของผมมัน 16ms ผมว่ายังมากไปสำหรับการเคลื่อนที่ของวัตถุบนจอที่มันเร็วๆ

v74 กล่าวว่า...

16ms เท่ากัน
Brightness 270 cd/m2
Contrast ratio 400:1
Pixel pitch 0.258 mm

สำหรับจอ 23" นี่ก็ถือว่า spec ดีที่สุดตอนนี้แล้ว
ส่วน 19" นี่เห็นว่า View Sonic เขาทำ 12ms มาแล้ว

คงจะเนียนน่าดู . . .

dogdoy กล่าวว่า...

spec ของ Dell 24" wide ก็ใช่ย่อยครับ

12 ms response time
Dot Pitch: 0.270 mm (Pixel Pitch)
Image Brightness: 500 cd/m²(typical)
Image Contrast Ratio: 1000:1 (typical)
Max Resolution: 1920x1200 (WUXGA)

แำ้พ้ apple ตรง Dot Pitch อย่างเดียวเอง อ้อ ราคาก็แพ้ มันสูงไม่เท่า apple

ผมเคยเจอจอ LCD 19" response time ที่ 4ms ด้วยพี่ แต่ไม่รู้ยี่ห้ออะไร
samsung รุ่นใหม่ๆนี่ก็ 8ms กันทั้งนั้นเลยครับ เห็นที่ newegg มีคนชมมากเลยว่าเหมาะกับการเล่นเกม
ทีแรกก็จะซื้อแล้ว แต่เจอ dell มันลดราคาเลยเอาซะเลย

v74 กล่าวว่า...

4ms !!!!

โอว.......คงไม่มีเหลื่อมแล้วล่ะงั้น.....พี่ไม่ได้ตามข่าวเลย
คิดว่า 12ms นี่คือน้อยสุด

แต่เอาเข้าจริงๆ Spec พวกนี้ก็ยังเชื่อ ตาตัวเองไม่ได้อยู่ดีนะ
ของ Samsung นี่ Spec ดีๆแต่วางเทียบกันแล้ว Apple คมกว่านะ

Dell 24" นี่ได้รับคำชมเยอะแฮะ

dogdoy กล่าวว่า...

นี่เลยพี่
Samsung 4ms
ViewSonic 3ms
และ
View Sonic 2ms !!!

แต่ถ้าเรื่องสีสันนี่เค้ายกให้จอของ apple กันทั้งนั้นเลยนิ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ค่าไฟมันต่างกันขนาดนั้นเลยเหรอคับ แค่จอ LCD แทน CRT ... เป็นผลมาจากอย่างอื่นด้วยหรือเปล่าครับ ที่เมกาเพิ่งขึ้นค่าไฟ 50% ด้วยนี่ครับ เดือนที่ผ่านมา

dogdoy กล่าวว่า...

ที่ค่าไฟลดลงไปมากอาจจะมีส่วนมาจากการที่ผมเปลี่ยนจากเปิดเครื่อง Desktop ทิ้งไว้ มาเป็นเป็นเครื่อง laptop ทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืนแทนด้วยมั๊งครับ(โหลด Bit)

แต่จอ CRT ของผมมันกินไฟจุจริงๆนะครับ 145 watts
แต่เจ้า Dell 2005FPW นี่กินแค่ 75 watts เองครับ
เกือบครึ่งนึงเลย

นี่ผมเพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าเค้าขึ้นค่าไฟ ขอบคุณที่บอกครับ -_-' ตกข่าวจริงๆเรา
แต่ค่าไฟสวนกระแสเลยแฮะ ^-^