เมื่อคืนนี้ฝันเห็นในหลวง ในหลวงเมื่อคืนนี้ดูจะผอมกว่าที่เห็นล่าสุด ท่านกำลังทรงงาน ครอบครัวผมทุกคนก็อยู่ด้วย ผมเห็นท่านอยู่ใกล้ๆแค่ราวๆ ๑-๒ เมตร เท่านั้นเอง
ผมขึ้นเรือลำเดียวกับท่าน ล่องไปตามแม่น้ำ รู้สึกว่าท่านจะกำลังแก้ปัญหาอะไรสักอย่างเกี่ยวกับแม่น้ำ มีราชองครักษ์ห้อมล้อมเต็มไปหมด
เป็นฝันที่ประหลาดมาก
25490221
25490218
คำสอนของพระพุทธเจ้า
ชอบคำสอนของพระพุทธเจ้าจังเลย ที่ท่านบอกให้เราอย่าเพิ่งเชื่อคำสอนต่างๆของท่าน แต่ให้เราได้ลองคิดพิจารณาดูให้ดีเสียก่อนว่าเป็นจริงอย่างที่ท่านบอกหรือเปล่า ถ้าจริงก็ค่อยเชื่อ
ซึ่งจุดนี้นำปรับไปใช้ได้กับทุกๆเรื่องเลยทีเดียว เรื่องของการเรียนในเรื่องต่างๆ เราเองก็ยังไม่ควรที่จะปักใจเชื่อในครั้งแรกที่ได้ยินได้ฟัง แต่เราควรจะหาทางพิสูจน์ความรู้นั้นว่าเป็นจริงดังที่ได้เรียนมาหรือไม่ วิธีนี้ยังทำให้ความรู้ความเข้าใจของเราดีมากขึ้น และทำให้เราไม่ลืมอีกด้วย
ซึ่งจุดนี้นำปรับไปใช้ได้กับทุกๆเรื่องเลยทีเดียว เรื่องของการเรียนในเรื่องต่างๆ เราเองก็ยังไม่ควรที่จะปักใจเชื่อในครั้งแรกที่ได้ยินได้ฟัง แต่เราควรจะหาทางพิสูจน์ความรู้นั้นว่าเป็นจริงดังที่ได้เรียนมาหรือไม่ วิธีนี้ยังทำให้ความรู้ความเข้าใจของเราดีมากขึ้น และทำให้เราไม่ลืมอีกด้วย
25490217
งานศิลปะ
รู้สึกว่างานศิลปะที่ได้ทำ คุณค่าของมันอยู่ตอนที่เราได้ทำ ความรู้สึกขณะที่ทำ อารมณ์ตอนที่ทำ ความรู้ความสามารถที่ใช้ทำ และความรู้ใหม่ๆที่ได้จากการทำ ประสบการณ์ต่างๆในขณะที่ทำ
สุดท้ายผลงานนั้นจะพังหรือถูกทำลายลงก็ไม่สำคัญเท่าไรแล้ว
แต่ถ้ามองอีกด้าน คือถ้างานศิลปะชิ้นนั้นมีผลดีต่อคนดู มันก็น่าจะมีประโยชน์อย่างมากทีเดียวที่จะคงอยู่เพื่อให้คนที่ดูได้รับประโยชน์จากมัน
สุดท้ายผลงานนั้นจะพังหรือถูกทำลายลงก็ไม่สำคัญเท่าไรแล้ว
แต่ถ้ามองอีกด้าน คือถ้างานศิลปะชิ้นนั้นมีผลดีต่อคนดู มันก็น่าจะมีประโยชน์อย่างมากทีเดียวที่จะคงอยู่เพื่อให้คนที่ดูได้รับประโยชน์จากมัน
25490213
หน้ามืดหลังบริจาคเลือด
เป็นความซ่าของตัวเองโดยแท้ หลังจากบริจาคเลือดเสร็จ ก็เดินออกมาเลย ไม่ได้หยุดพักใดๆ แล้วอากาศวันนี้ก็หนาวจับจิต แล้วออกมาก็ขี่จักรยานไปห้องสมุดทันที ด้วยความคิดที่ว่าตัวเองยังไหว ก็ปั่นจักรยานตามปกติ คือมีเร่งบ้าง แต่ทางที่ผ่านมันดันมีทางขึ้นเนินสูง ทำให้ต้องออกแรงมากอยู่สักหน่อย แล้วอากาศที่หนาวจัด ก็ยิ่งทำให้ร่างกายสูญเสียพลังงานมากเพื่อมาทำให้ร่างกายอบอุ่น พอปั่นมาใกล้จะถึงห้องสมุดนี่ออกอาการเลย ภาพที่มองเห็นมันเหมือนทีวีไม่ชัด พยายามตั้งสติสุดๆเพราะใกล้จะถึงแล้ว
พอจอดจักรยานเสร็จก็เดินเข้าห้องสมุด พอจะไปเปิดคอมฯเล่นเน็ต มันไม่ไหวเลยหล่ะครับ บอกไม่ถูกว่ามันเป็นยังไง มันเหมือนหายใจไม่ทัน แล้วร่างกายมันก็อ่อนระโหยสุดๆ หน้าก็มืด มองอะไรไม่ค่อยจะเห็น จนผมต้องเดินไปหาที่นั่งเพื่อจะหยุดพักร่างกายสักครู่ใหญ่ๆ พยายามให้ร่างกายได้หยุดพัก ดีที่ห้องสมุดในวันนี้ไม่หนาวมากนัก ถ้าหนาวกว่านี้ผมว่าผมอาจจะหมดสติเอาได้เหมือนกัน
หลังจากนอนพักซักชั่วโมง ผมถึงลุกขึ้นมาได้ปกติ
เฮ้อ... ไม่น่าทำซ่าเล้ย...
พอจอดจักรยานเสร็จก็เดินเข้าห้องสมุด พอจะไปเปิดคอมฯเล่นเน็ต มันไม่ไหวเลยหล่ะครับ บอกไม่ถูกว่ามันเป็นยังไง มันเหมือนหายใจไม่ทัน แล้วร่างกายมันก็อ่อนระโหยสุดๆ หน้าก็มืด มองอะไรไม่ค่อยจะเห็น จนผมต้องเดินไปหาที่นั่งเพื่อจะหยุดพักร่างกายสักครู่ใหญ่ๆ พยายามให้ร่างกายได้หยุดพัก ดีที่ห้องสมุดในวันนี้ไม่หนาวมากนัก ถ้าหนาวกว่านี้ผมว่าผมอาจจะหมดสติเอาได้เหมือนกัน
หลังจากนอนพักซักชั่วโมง ผมถึงลุกขึ้นมาได้ปกติ
เฮ้อ... ไม่น่าทำซ่าเล้ย...
25490204
Trading Spouses (2)
ตอนต่อจากอาทิตย์ก่อนครับ อาทิตย์นี้ คุณแม่นักทำกิจกรรมกับบ้านที่ไม่ค่อยทำอะไร ก็มีกิจกรรมเกิดขึ้นอีกแล้ว โดยคุณแม่ได้สร้างกิจกรรมให้คุณพ่อต้องพาลูกๆ แต่ละคนไปทำกิจกรรมที่เค้าอยากจะทำ งานนี้พ่อเครียดครับ เพราะว่าปกติไม่เคยตามใจลูก ลูกต้องตามพ่อ แต่คราวนี้ลูกสามารถบอกให้พ่อพาไปที่ที่อยากไปได้
ลูกชายคนเล็กที่ดูจะปัญหามากที่สุดกับพ่อ บอกให้พ่อพาไปพิพิธภัณฑ์ ซึ่งพ่อเค้าไม่เคยพาไปเลย เพราะพ่อเค้าไม่ชอบ
พอได้ไปเดินพิพิธภัณฑ์ (Museum ของฝรั่งนี่เค้าดีจริงๆนะ มันไม่ได้มีแต่ของเก่าๆน่ะ มันให้ดูของเก่าแล้วมันมีเทคโนโลยีใหม่ๆช่วยให้เราเข้าใจมากขึ้นด้วย)
เจ้าลูกชายก็ตื่นตาตื่นใจมาก ส่วนคุณพ่อก็เดินเบื่อๆ ลูกถามอะไรแกก็ไม่ค่อยจะรู้ ไม่สนใจจะรู้ด้วยสิ จนลูกต้องรีบๆเดินแล้วก็กลับบ้าน
กลับมาที่อีกครอบครัวนึง คุณลูกสาวคนเก่งกับคุณแม่สบายๆ คุณแม่แกเริ่มเห็นแล้วว่าชีวิตของลูกสาวคนนี้ไม่สมบูรณ์ คือมันขาดด้านความบังเทิงอย่างที่วัยของเค้าควรจะมี คุณแม่ก็เลยคิดจะพาเพื่อนของลูกมาที่บ้านจัดคล้ายๆปาร์ตี้เล็กมีน้ำมีขนม แล้วก็พูดคุยกันเรื่องของวัยรุ่น
แม่ก็พาลูกไปช้อปปิ้งซื้อของ คุณลูกไม่เคยมี Oreo ที่บ้านเลยครับ แม่คนเก่งไม่ยอมให้มีที่บ้าน หรือหนังสืออย่าง Cosmopolitant คุณลูกคนนี้ก็ไม่เคยได้อ่าน
เรื่องรถ ลูกก็ไม่เคยได้หัดขับ แม่ไม่เคยอนุญาต
ชีวิตช่วงนี้ของคุณลูกสาวดูมีชีวิตชีวากว่าแต่ก่อนมากทีเดียว ซึ่งตัวลูกสาวก็ดูจะชอบซะด้วยสิครับ
มาที่ครอบครัวสบายๆ คุณแม่ยังเห็นอาการเบื่อๆของเจ้าลูกชายคนเล็ก เลยแอบพาออกไปทำกิจกรรมข้างนอกกัน
โดยที่นั่นจะเป็นเหมือนเวทีละคร แล้วก็จะมีเด็กๆรุ่นราวคราวเดียวกับคุณลูกคนนี้ แล้วก็มีเหมือนคุณครูที่จะมาคอยนำให้เด็กๆทำกิจกรรมกัน เช่น เด็กจะยืนล้อมวงกันแล้วบอกชื่อตัวเองอกมา พร้อมทำท่าประหลาดๆ แล้วคนอื่นก็ทำตาม พอมาถึงคิวเจ้าหนูนี่ ก็งงสิครับ เพราะไม่เคยได้แสดงออก แต่พอซักพักแกก็เริ่มเข้าใจ เริ่มกล้าแสดงออก ทีนี้ก็สนุกเพราะได้แสดงออกต่างๆนาๆที่ไม่เคยทำ
จนกลับบมบ้านมาบอกพ่อขอให้ช่วยเซ็นสมัครสมาชิกให้หน่อย พ่ออ่านแล้วก็งงๆ มันจะดีเร้อ คือไม่เคยให้ลูกตัดสินใจอะไร
จนถึงวันที่คุณแม่ทั้งสองต้องมาเจอกันพร้อมยื่นซองรายการค่าใช้จ่ายของเงิน $50,000 ว่าจะให้อีกฝ่ายเอาไปทำอะไรบ้าง แต่ยังไม่ให้เปิดดูตอนนี้ (ผมเพิ่งรู้ว่ามีแบบนี้ด้วย เพราะคราวก่อนไม่ได้ดูตอนเริ่ม)
และบอกว่าได้ทำอะไรไปบ้าง ก็แนะนำกัน แต่คุณแม่คนเก่งดูจะไม่เห็นข้อผิดพลาดของตน คิดว่าตัวเองเลี้ยงลูกได้ดีมากแล้ว
ส่วนคุณแม่อีกคนที่ได้รับคำแนะนำต่างๆถึงกับน้ำตาตก เพราะเสียใจที่เมื่อก่อนไม่เคยคิดถึงลูกเท่าที่ควร
แล้วทั้งสองก็กลับบ้านของตัวเองกัน
พอเปิดรายการใช้จ่ายเงินทั้งสองฝ่ายก็ต้องตกใจ แต่ที่ดูจะมีความสุขสุดๆ ก็คือลูกๆของทั้งสองฝ่าย
ดูจบแล้วก็ได้ข้อคิดดีดี ว่าการเลี้ยงลูกโดยไม่เปิดโอกาสให้เค้าได้ลองได้คิดได้ทำอะไรเอง เราไปคิดไปตัดสินใจให้หมดว่าอะไรดี อะไรต้องทำ อะไรห้ามทำ บางทีมันก็ตัดโอกาสการเรียนรู้ชีวิตของคนคนนึงไปมากเลยทีเดียว การจะมีลูกสักคน คงไม่ใช่จะเลี้ยงให้เค้าเกิดมาเป็นอย่างที่เราต้องการเพียงอย่างเดียว เราควรต้องให้โอกาสเค้าได้คิดเอง ได้ทำเอง ได้ลองเรียนรู้สิ่งต่างๆ ให้เค้ามีชีวิตที่สมวัย และเรายังต้องให้เวลากับเค้าให้มากๆ ในการสนับสนุนให้เค้าได้ลองทำอะไรหลายๆอย่างที่เค้าอยากทำด้วย
รายการนี้ก็ทำให้ผมเห็นด้วยนะว่า ฝรั่งก็ไม่ได้ให้อิสระกับลูกกันทุกครอบครัว ก็เหมือนกับครอบครัวในเมืองไทย ที่เลี้ยงลูกแบบไข่ในหิน ที่วันนึงเมื่อหินต้องแตกสลายไป ไข่ใบนั้นจะอยู่ในโลกนี้ได้อีกนานแค่ไหนนะ
ลูกชายคนเล็กที่ดูจะปัญหามากที่สุดกับพ่อ บอกให้พ่อพาไปพิพิธภัณฑ์ ซึ่งพ่อเค้าไม่เคยพาไปเลย เพราะพ่อเค้าไม่ชอบ
พอได้ไปเดินพิพิธภัณฑ์ (Museum ของฝรั่งนี่เค้าดีจริงๆนะ มันไม่ได้มีแต่ของเก่าๆน่ะ มันให้ดูของเก่าแล้วมันมีเทคโนโลยีใหม่ๆช่วยให้เราเข้าใจมากขึ้นด้วย)
เจ้าลูกชายก็ตื่นตาตื่นใจมาก ส่วนคุณพ่อก็เดินเบื่อๆ ลูกถามอะไรแกก็ไม่ค่อยจะรู้ ไม่สนใจจะรู้ด้วยสิ จนลูกต้องรีบๆเดินแล้วก็กลับบ้าน
กลับมาที่อีกครอบครัวนึง คุณลูกสาวคนเก่งกับคุณแม่สบายๆ คุณแม่แกเริ่มเห็นแล้วว่าชีวิตของลูกสาวคนนี้ไม่สมบูรณ์ คือมันขาดด้านความบังเทิงอย่างที่วัยของเค้าควรจะมี คุณแม่ก็เลยคิดจะพาเพื่อนของลูกมาที่บ้านจัดคล้ายๆปาร์ตี้เล็กมีน้ำมีขนม แล้วก็พูดคุยกันเรื่องของวัยรุ่น
แม่ก็พาลูกไปช้อปปิ้งซื้อของ คุณลูกไม่เคยมี Oreo ที่บ้านเลยครับ แม่คนเก่งไม่ยอมให้มีที่บ้าน หรือหนังสืออย่าง Cosmopolitant คุณลูกคนนี้ก็ไม่เคยได้อ่าน
เรื่องรถ ลูกก็ไม่เคยได้หัดขับ แม่ไม่เคยอนุญาต
ชีวิตช่วงนี้ของคุณลูกสาวดูมีชีวิตชีวากว่าแต่ก่อนมากทีเดียว ซึ่งตัวลูกสาวก็ดูจะชอบซะด้วยสิครับ
มาที่ครอบครัวสบายๆ คุณแม่ยังเห็นอาการเบื่อๆของเจ้าลูกชายคนเล็ก เลยแอบพาออกไปทำกิจกรรมข้างนอกกัน
โดยที่นั่นจะเป็นเหมือนเวทีละคร แล้วก็จะมีเด็กๆรุ่นราวคราวเดียวกับคุณลูกคนนี้ แล้วก็มีเหมือนคุณครูที่จะมาคอยนำให้เด็กๆทำกิจกรรมกัน เช่น เด็กจะยืนล้อมวงกันแล้วบอกชื่อตัวเองอกมา พร้อมทำท่าประหลาดๆ แล้วคนอื่นก็ทำตาม พอมาถึงคิวเจ้าหนูนี่ ก็งงสิครับ เพราะไม่เคยได้แสดงออก แต่พอซักพักแกก็เริ่มเข้าใจ เริ่มกล้าแสดงออก ทีนี้ก็สนุกเพราะได้แสดงออกต่างๆนาๆที่ไม่เคยทำ
จนกลับบมบ้านมาบอกพ่อขอให้ช่วยเซ็นสมัครสมาชิกให้หน่อย พ่ออ่านแล้วก็งงๆ มันจะดีเร้อ คือไม่เคยให้ลูกตัดสินใจอะไร
จนถึงวันที่คุณแม่ทั้งสองต้องมาเจอกันพร้อมยื่นซองรายการค่าใช้จ่ายของเงิน $50,000 ว่าจะให้อีกฝ่ายเอาไปทำอะไรบ้าง แต่ยังไม่ให้เปิดดูตอนนี้ (ผมเพิ่งรู้ว่ามีแบบนี้ด้วย เพราะคราวก่อนไม่ได้ดูตอนเริ่ม)
และบอกว่าได้ทำอะไรไปบ้าง ก็แนะนำกัน แต่คุณแม่คนเก่งดูจะไม่เห็นข้อผิดพลาดของตน คิดว่าตัวเองเลี้ยงลูกได้ดีมากแล้ว
ส่วนคุณแม่อีกคนที่ได้รับคำแนะนำต่างๆถึงกับน้ำตาตก เพราะเสียใจที่เมื่อก่อนไม่เคยคิดถึงลูกเท่าที่ควร
แล้วทั้งสองก็กลับบ้านของตัวเองกัน
พอเปิดรายการใช้จ่ายเงินทั้งสองฝ่ายก็ต้องตกใจ แต่ที่ดูจะมีความสุขสุดๆ ก็คือลูกๆของทั้งสองฝ่าย
ดูจบแล้วก็ได้ข้อคิดดีดี ว่าการเลี้ยงลูกโดยไม่เปิดโอกาสให้เค้าได้ลองได้คิดได้ทำอะไรเอง เราไปคิดไปตัดสินใจให้หมดว่าอะไรดี อะไรต้องทำ อะไรห้ามทำ บางทีมันก็ตัดโอกาสการเรียนรู้ชีวิตของคนคนนึงไปมากเลยทีเดียว การจะมีลูกสักคน คงไม่ใช่จะเลี้ยงให้เค้าเกิดมาเป็นอย่างที่เราต้องการเพียงอย่างเดียว เราควรต้องให้โอกาสเค้าได้คิดเอง ได้ทำเอง ได้ลองเรียนรู้สิ่งต่างๆ ให้เค้ามีชีวิตที่สมวัย และเรายังต้องให้เวลากับเค้าให้มากๆ ในการสนับสนุนให้เค้าได้ลองทำอะไรหลายๆอย่างที่เค้าอยากทำด้วย
รายการนี้ก็ทำให้ผมเห็นด้วยนะว่า ฝรั่งก็ไม่ได้ให้อิสระกับลูกกันทุกครอบครัว ก็เหมือนกับครอบครัวในเมืองไทย ที่เลี้ยงลูกแบบไข่ในหิน ที่วันนึงเมื่อหินต้องแตกสลายไป ไข่ใบนั้นจะอยู่ในโลกนี้ได้อีกนานแค่ไหนนะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
