25501223

Feast of love

วันนี้เป็นวันเลือกตั้งครับ ผมไปใช้สิทธิ์ตั้งแต่เช้าเลย เพราะว่าไปกับที่บ้าน ซึ่งแม่ผมเค้าต้องมาลงคะแนนที่กรุงเทพฯเพราะชื่ออยู่ที่นี่(แต่จริงๆอยู่ชัยนาท) ส่วนพ่อต้องกลับไปลงที่ชัยนาท ก็เลยต้องรีบให้แม่มาลงคะแนน แล้วรีบขับกลับชัยนาทไปลงคะแนนอีกที

คราวนี้ผมโชคดีที่หน่วยเลือกตั้งมาตั้งใกล้ๆบ้าน ขี่จักรยานมาได้เลย ที่ที่ผมลงคะแนน มีตั้งสามหน่วยเลือกตั้งแน่ะ ทีแรกก็เอ๋อๆ นึกว่าจะมีแค่อันเดียว กะจะทำเก๋า ไม่ต้องดูรายชื่อ เพราะจำมาแล้วจากจดหมายที่เค้าส่งมาที่บ้าน ว่าลำดับที่ของผมอยู่ที่ ๒๒๒ (เลขสวยเชียว) แต่สุดท้ายก็ต้องเปิดดูว่าใช่แน่ไหม

คนมาลงคะแนนกันเพียบเลยครับ น่าชื่นใจที่ทุกคนให้ความสนใจเรื่องของการเมืองกันมากขึ้น (คงรู้สึกแล้วว่าถ้าไม่มาลงชีวิตอาจจะแย่ได้) ผมลงคะแนนเสร็จก็กลับเข้าบ้าน พ่อกับแม่ก็ขับกลับชัยนาท

วันนี้ตั้งใจเอาไว้ว่าจะไปเดินตลาดน้ำตลิ่งชันซะหน่อย เพราะว่านั่งรถเมล์สาย ๗๙ ผ่านบ่อยๆ แต่ไม่เคยมีโอกาสได้แวะลงไปเดินซักที

ผมไปคนเดียวเลย เพราะว่ายายไม่ไป ยายบอกร้อน ถ้าเอารถไปก็จะไปด้วย แต่ผมตั้งใจแล้วว่าจะไปรถเมล์ ยายเลยไม่ไป (ยายคิดถูกแล้ว)

วันนี้เป็นวันเลือกตั้ง รถเมล์ลดครึ่งราคา! ว๊าว ดีจริงๆแฮะ ปกติผมต้องเสีย ๑๘ บาท วันนี้จ่ายแค่ ๙ บาืทเอง รถไม่ติดเท่าไหร่ ไม่นานก็มาถึงตลาดน้ำตลิ่งชัน

แต่เอ๊ะ.. ทำไมมันเงียบเหงาชอบกล.. เดินไปจนถึงแพริมน้ำเลย ถึงได้รู้ว่าเค้าหยุดสองอาทิตย์เนื่องจากว่าเป็นวันเลือกตั้ง เพราะว่าหน่วยเลือกตั้งเค้ามาตั้งอยู่แถวนั้น คงกลัวว่าจะพลุกพล่าน แป่ว.. เสียเที่ยวๆๆ แต่ยังไม่อยากกลับบ้านอะ ก็เลยเปลี่ยนแผนไปสยามฯละกันนะ เพราะว่าจะไปดูหนังสือด้วย

ก็เลยนั่ง ๗๙ ไปลงสยามฯ เสียไปอีก ๙ บาท มาถึงก็เดินไปที่ศูนย์หนังสือเลย วันนี้สยามฯคนน้อยๆยังไงไม่รู้ครับ ผมว่าวันอาทิตย์คนน่าจะเยอะ(จะดูเด็กซะหน่อย อิอิ)

เลือกซื้อหนังสือได้แล้วดูเวลาก็เพิ่งจะเที่ยง เลยคิดว่า ไหนๆมาแล้ว ดูหนังซะหน่อยเป็นไร ก็เลยเดินไปที่โรงหนังสยามก่อน แต่ไม่เจอหนังน่าดู ก็เลยไปที่ลิโด้ ที่รู้ว่า น่าจะมีหนังแปลกๆนอกกระแสมาให้ได้เลือกดู ก็เจออยู่สองเรื่อง เรื่อง Feast of love กับ Lust Caution
หนังชีวิตรักทั้งคู่ แต่น่าจะคนละแนว ทีแรกว่าจะดู Lust Caution เพราะดูมันจะไม่ตลาดเท่า Feast of love แต่พอถามคนขายตั๋ว เค้าก็แนะนำให้ดู Feast of love ซึ่งดูโปสเตอร์แล้วก็น่าดูทีเดียว รู้สึกว่าหนังมันน่าจะดูสบายกว่าอีกเรื่อง

พอดี๊ เจอคนนึงเดินผ่านมา เอ๊ะ หน้าคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นในเว็บ นึกได้ว่าพี่เค้าชื่อ นันทขว้าง สิรสุนทร จำได้ว่าเคยอ่านที่พี่เค้าวิจารณ์หนัง เลยเข้าไปถามพี่เค้าว่าเรื่องอะไรน่าดู เค้าก็ว่า Feast of love นี่แหละ เพราะเค้าก็จะมาดูเรื่องนี้เหมือนกัน ก็เลยตัดสินใจจองเลย

พี่เค้าเป็นคนอัทธาศัยดีมากอะ ยังมาถามด้วยว่าไปเลือกตั้งมาหรือยัง :) แล้วก็ชี้ให้ดูหนังที่น่าดู ที่กำลังจะเข้าอาทิตย์หน้า

วันนี้ก็เลยได้ดูหนังในโรง ในรอบ ๘ เดือน เห็นจะได้ ชอบบรรยากาศของโรงที่ลิโด้จริงๆ มันคลาสสิคดีอะ :) บัตรแค่ ๑๐๐ บาทเอง


สำหรับคนที่ไม่เคยรู้เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้นะครับ หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของคนแก่คนนึง(Morgan Freeman) ที่เค้าเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตรักของคนต่างๆรอบๆตัว มีเรื่องราวๆหลายๆแบบ หนังดูสนุกดี มีหลายรสชาติ ออกจะเนือยๆ แต่ไม่ทำให้ง่วงนะ แต่ถ้าคนชอบแนวบู๊ๆคงไม่ชอบเรื่องนี้แน่ๆ

ที่แปลกใจอยู่อย่างนึงก็คือว่า เรื่องนี้ไม่มีการเซ็นเซอร์เลยครับ(ถ้ามีก็น้อยมากล่ะ) เพราะว่ามีหลายฉากที่นักแสดงทั้งหญิงและชายเปลือยกายกัน (ก็หนังฝรั่งเกี่ยวกับความรักก็ต้องมีเรื่องเซ็กซ์แน่นอนนี่นะ) แต่เรื่องนี้ไม่ยักกะมีหมอกอะไรมาบดบัง เห็นทั้งบนทั้งล่าง(ของผู้ชายไม่เห็นข้างล่างนะ) ซึ่งผมว่าเป็นเรื่องที่ดีนะครับ เพราะถ้าตัดไปเรื่องคงจะดูไม่รู้เรื่องแน่ เพราะตอนเปลือยๆนี่มีการพูดคุยกันอยู่เยอะทีเดียว

ข้อคิดที่ได้จากหนังเรื่องนี้ ผมว่าเป็นเรื่องของความรักที่ห้ามกันไม่ได้ อย่าไปฝืนมันเลย จงทำตามหัวใจปรารถนา แต่จงเผื่อใจกับการสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และอย่าไปจมกับความทุกข์ ความรักเกิดขึ้นได้ใหม่เสมอ

สรุปว่าหนังเรื่องนี้ ผมให้ B- ครับ ไม่ถึงกับดีสุดๆ แต่ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง(เพราะไม่ได้หวังอะไร :P) ถ้าคนชอบดูหนังรัก ชีวิตๆ ผมว่าเรื่องนี้น่าจะชอบนะครับ

ล่าสุดก่อนมาดูเรื่องนี้ ผมได้โหลดเรื่อง I Am Legend มาดูครับ ผมค่อนข้างผิดหวัง เพราะเห็นโฆษณาเยอะ เลยพลอยตั้งความหวังเอาไว้สูง หลายคนอาจจะชอบ แต่ผมรู้สึกมันก็คล้ายๆหนังสายผีดิบทั้งหลายนะ บรรดา CG ทั้งหลาย ผมดูแล้วมันไม่น่าเชื่อเท่าไหร่อะ ยิ่งทำให้ความรู้สึกร่วมไปกับหนังมันลดลงไปเยอะเลย แต่อาจจะเป็นที่ดูจอเล็กด้วยมั๊งครับ ไปดูโรงน่าจะดีกว่านี้อีกเยอะ

25501221

ผม(ยัง)ไม่เหมาะกับ Mac OS

ไม่ได้เขียนซะนานเลย ปีหน้าคิดว่าจะพยายามเข้ามาเขียนให้บ่อยขึ้นครับ (แต่ไม่ควรเชื่อครับ อิอิ)


เพิ่งจะได้มีโอกาสใช้ Mac กับเค้ามาราวๆหนึ่งเดือนได้ครับ ผมเลือกซื้อ Mac mini รุ่นต่ำที่สุด (Mac มือหนึ่งที่ถูกที่สุดในตลาด เพราะงบจำกัด) เพราะว่า โดยส่วนตัวเลย ชอบรูปร่างของมันครับ ใจจริงผมไม่เจาะจงว่าจะต้องใช้ Mac mini แต่ว่าอยากได้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ตัวเล็กๆน่ารักๆ เคยใช้ Desktop PC มาหลายเครื่อง ก็ใหญ่ๆหนักๆกันทั้งนั้น แต่สมัยก่อนผมว่าเหมาะที่จะใช้แบบนั้น เพราะว่าผมมักจะชอบซื้อนั่นซื้อนี่มาใส่เพิ่มในเครื่องเสมอ แต่พอมาช่วงหลังนี่ ผมไม่ค่อยจะบ้าซื้อเท่าไหร่แล้ว แล้วเครื่องคอมพิวเตอร์สมัยนี้ก็เพียบพร้อมมากมายอยู่แล้วด้วย จริงๆถ้ามี Desktop PC ที่ตัวเล็กๆอย่าง Mac mini ผมก็อาจจะเลือกใช้นะ แต่ผมยังหาไม่เจอเลย

แต่ว่าพอวันที่สองที่ผมซื้อ Mac mini มาใช้ ผมรู้สึกว่าผมคิดถึง Windows XP ที่คุ้นเคยเอามากๆเลยครับ เพราะว่าตลอดเวลาที่ใช้คอมพิวเตอร์มา ผมก็ใช้มาแต่ Windows นี่แหละ เรียกว่ามันคุ้นเคยกันมานาน แม้ว่าจะมีปัญหาต่างๆนาๆ แต่ผมก็แก้ไขมันได้ และก็ใช้มันทำอะไรหลายๆอย่าง

ผมเลยตัดสินใจไปซื้อ Windows XP Home มาลงผ่าน Boot Camp ครับ (สาเหตุนึงที่ผมตัดสินใจมาลองใช้ Mac ก็เพราะว่ามันลงได้ทั้ง Mac OS X และ Windows นี่แหละ) ผมซื้อ Windows XP Home แบบของแท้เลยครับงานนี้ ตั้งใจว่าจะพยายามใช้ซอฟแวร์แท้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะจ่ายไหว (จริงๆก็เริ่มรู้สึกด้วยว่าช่วงหลังมานี่ Microsoft เริ่มป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ดีขึ้นเรื่อย เลยกลัวว่าใช้ๆไปแล้วเดี้ยงเวลาสำคัญๆจะแย่เอา)

แต่กว่าจะลงสำเร็จก็เหนื่อยเหมือนกัน ไม่รู้เจ้า Mac mini ของผมมันเป็นอะไร ต้องโทรไปถามที่ร้านที่ซื้อ ให้เค้าช่วยบอกวิธีลงให้ ซึ่งก็สำเร็จด้วยดี

เท่าที่ผมใช้ Mac มา 1 เดือนกว่าๆนี่ ผมรู้สึกว่า Windows XP ยังคงเป็นระบบปฏิบัติการที่เหมาะสมกับผมมากกว่า Mac OS X
  • เรื่องของความสวยงามต่างๆ ไม่ใช่ประเด็นที่ผมเลือกใช้ OS (เพราะขนาดใช้ XP ผมก็เซ็ตเป็นแบบหน้าตา windows 2000)
  • เรื่องของความเสถียรของ OS ที่ผมใช้มา Windows ก็ไม่ได้แย่นะ (ตั้งแต่หันมาใช้ firefox ผมว่า XP เสถียรขึ้นเยอะ)
  • ลูกเล่นต่างๆของ Mac OS X ผมว่าไม่จำเป็นสำหรับผม (แต่ก็ชอบ Expose นะครับ)
  • Font ที่ดู smooth ผมกลับไม่ค่อยชอบ ผมว่าแบบ Windows เหมาะแล้วนะ
  • ผมยังไม่คุ้นเอามากๆกับการที่ Menu bar ของโปรแกรมมันแยกออกจากตัวหน้าต่างโปรแกรม และรู้สึกว่ามันใช้ยาก
  • โปรแกรมหลายตัวที่ผมใช้อยู่เป็นประจำบน windows ก็ยังหาตัวที่มาทดแทนไม่ได้
  • Mac OS X เปลี่ยนรูปแบบ Mouse pointer ไม่ได้(ด้วยตัว OS เอง) ผมชอบให้มันใหญ่ๆ ผมลองขยายขนาดดูแล้วบน Mac OS X แต่ว่ามันเบลออะ
  • Clie NR70V ของผมใช้กับ Mac OS X ไม่ได้ (รู้สึกว่าจะต้องใช้ Missing Sync)
  • ผมชอบอ่าน e-book ที่เป็นไฟล์ .chm หรือ help file ของ Windows ซึ่ง Mac OS X ไม่รู้จัก
  • โปรแกรมดูภาพแบบ ACDsee ไม่มี ตอนนี้ใช้ Xee2 อยู่ แต่มันก็ยังไม่ค่อยถูกใจนัก
  • รูปแบบการจัดเก็บไฟล์สไตล์ UNIX ซึ่งผมยังงงๆอยู่มากทีเดียว
  • Flash บน Mac OS X ทำงานได้ช้ากว่าบน Windows XP จริงๆด้วย
อาจจะเป็นเพราะว่าผมไม่ได้หักดิบใช้แต่ Mac OS X เพียวๆไปเลย ก็ได้มั๊ง ผมก็เลยยังคงยึดติดกับรูปแบบของ windows มากๆ เพราะตั้งแต่ซื้อ Mac mini มานี่ ผมว่าผมเปิดใช้ Mac OS X แค่ 10-20% เองน่ะครับ :P

ท่านใดเข้ามาอ่านแล้วมีหนทางแก้ไขในปัญหาของผมก็ช่วยแนะนำด้วยนะครับ ผมจะได้ลองไปใช้ Mac OS X กับเค้าบ้าง

แต่ตอนนี้ชักอยากลองใช้ Ubuntu ซะแล้วครับ :D