อ่านข่าวเค้าบอกว่า ก่อนปี ค.ศ.2050 มนุษย์จะต้องหาดาวดวงใหม่เพื่อเป็นแหล่งอาหาร เพราะมนุษย์บริโภคอาหารมากเกินกว่าที่โลกจะผลิตได้!
ผมไม่ค่อยประหลาดใจเท่าไหร่นักเรื่องที่มนุษย์บริโภคอาหารมากกว่าที่โลกจะผลิตออกมาได้ทัน แต่แปลกใจในวิธีการแก้ปัญหา ที่มองว่าเราจะต้องหาดาวดวงใหม่ที่จะมาป้อนอาหารให้เรา ถ้าสมมติว่าหาได้
เดี๋ยวอีกไม่กี่ปีต่อมา เราก็ต้องหากันใหม่อีกเพราะว่ามันก็ไม่พออีกแล้ว เชื่อไหมครับ
ผมว่ามนุษย์เราบริโภคสิ่งต่างๆเกินความจำเป็นของร่างกายไปมาก เห็นฝรั่งอ้วนๆแล้วก็ตกใจ ว่ากินเข้าไปให้มันอ้วนขนาดนี้ได้ยังไง พออ้วนแล้วทำอะไรก็ลำบาก จะนั่งจะเดินจะยืนจะนอน ลำบากไปหมด
หิวทีก็ต้องหาอาหารมากมายมาใส่ให้เต็มกระเพาะ
มีคุณป้าคนนึง แกเห็นผมผอมลง แกก็บ่นใหญ่ว่าให้กินเยอะๆ ผอมเกินไปแล้ว ทั้งๆที่ผมว่าน้ำหนักกับความสูงของผมตอนนี้สมส่วนที่สุดแล้วครับ (ส่วนป้าแกอ้วนกลมเลย)
ถ้าเรามองปัญหาที่ต้นเหตุ เราก็น่าจะเห็นว่าต้นตอที่แท้จริงของปัญหา อยู่ที่การบริโภคเกินจำเป็น
เราพยายามสร้างสรรค์รูปแบบการบริโภคแบบต่างๆขึ้นมา คิดค้นสูตรอาหารใหม่ๆ ทำให้เราอยากกินมากขึ้น ไอ้นั่นก็อร่อย ไอ้นี่ก็น่ากิน
แต่ถ้าเรารู้จักที่จะมองถึงความต้องการของร่างกายเรา กิน ใช้ เท่าที่ร่างกายต้องการ ไม่ใช่กินตามใจลิ้น ตามจมูก บริโภคสิ่งของตามตา หู ผิวสัมผัส
โลกนี้ก็สามารถเป็นแหล่งอาหารให้เราได้อย่างเพียงพอแล้ว
...พอเพียงครับ พอเพียง...
25491026
25491025
ชีวิตในอุดมคติ
ผมไม่รู้ว่าชีวิตในอุดมคติของทุกคนเป็นอย่างไร แต่เมื่อก่อนผมเคยคิดว่าชีวิตที่ผมอยากจะมีคือ การที่ผมไม่ต้องทำงาน มีเงินมากมายให้จับจ่ายใช้สอย อยากได้อะไรก็สามารถที่จะหาซื้อมาได้
อยากจะกินอะไรก็กิน อยากนอนก็นอน อยากไปเที่ยวไหนก็ไปได้
ถ้าผมอยากมีชีวิตแบบนั้น ผมคงต้องทำงานหาเงินให้ได้มากๆเยอะๆ ต้องเป็นมหาเศรษฐี มีธุรกิจที่ทำเงินได้อย่างมหาศาล
แต่กว่าผมจะเป็นได้แบบนั้น ผมคงต้องเหนื่อยยากทำงานหนัก ทำทุกวิถีทางเพื่อให้มีเงินเยอะๆ
แต่นั่นก็ไม่สามารถที่จะยืนยันได้เลยว่าผมจะสามารถไปถึงจุดที่ผมหวังเอาไว้ได้หรือไม่
ผมอาจจะล้มเหลว สิ้นเนื้อประดาตัว เพราะธุรกิจของผมมันเจ๊งไม่เป็นท่า
ผมอาจจะมีเงินมาก แต่ก็ป่วยด้วยโรคร้ายต่างๆ เพราะมัวแต่ทำงานจนไม่ได้ใส่ใจดูแลสุขภาพ
ผมอาจจะตาย เพราะถูกฆ่า ด้วยความที่ธุรกิจของผมอาจจะไปมีส่วนที่ทำให้คู่แข่งขายไม่ได้
ผมอาจจะต้องทำงานไปเรื่อยๆ เพราะว่าไม่มีใครมาทำแทนได้
สุดท้ายผมก็อาจจะไม่ได้มีชีวิตที่ผมฝันเอาไว้
ผมมาลองคิดถึงชีวิตอีกแบบนึง ที่ไม่ได้รวยล้นฟ้า ไม่ได้มีเงินที่อยากได้อะไรก็ซื้อได้ แต่มีเงินที่พอเลี้ยงตัวเองและคนรอบๆข้าง
มีเวลาไปเที่ยว มีเวลาอยู่กับครอบครัว ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ มีความสุขกับชีวิตในทุกๆวัน
ตอนนี้ผมขอเลือกชีวิตในแบบหลังนี่ดีกว่า
อยากจะกินอะไรก็กิน อยากนอนก็นอน อยากไปเที่ยวไหนก็ไปได้
ถ้าผมอยากมีชีวิตแบบนั้น ผมคงต้องทำงานหาเงินให้ได้มากๆเยอะๆ ต้องเป็นมหาเศรษฐี มีธุรกิจที่ทำเงินได้อย่างมหาศาล
แต่กว่าผมจะเป็นได้แบบนั้น ผมคงต้องเหนื่อยยากทำงานหนัก ทำทุกวิถีทางเพื่อให้มีเงินเยอะๆ
แต่นั่นก็ไม่สามารถที่จะยืนยันได้เลยว่าผมจะสามารถไปถึงจุดที่ผมหวังเอาไว้ได้หรือไม่
ผมอาจจะล้มเหลว สิ้นเนื้อประดาตัว เพราะธุรกิจของผมมันเจ๊งไม่เป็นท่า
ผมอาจจะมีเงินมาก แต่ก็ป่วยด้วยโรคร้ายต่างๆ เพราะมัวแต่ทำงานจนไม่ได้ใส่ใจดูแลสุขภาพ
ผมอาจจะตาย เพราะถูกฆ่า ด้วยความที่ธุรกิจของผมอาจจะไปมีส่วนที่ทำให้คู่แข่งขายไม่ได้
ผมอาจจะต้องทำงานไปเรื่อยๆ เพราะว่าไม่มีใครมาทำแทนได้
สุดท้ายผมก็อาจจะไม่ได้มีชีวิตที่ผมฝันเอาไว้
ผมมาลองคิดถึงชีวิตอีกแบบนึง ที่ไม่ได้รวยล้นฟ้า ไม่ได้มีเงินที่อยากได้อะไรก็ซื้อได้ แต่มีเงินที่พอเลี้ยงตัวเองและคนรอบๆข้าง
มีเวลาไปเที่ยว มีเวลาอยู่กับครอบครัว ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ มีความสุขกับชีวิตในทุกๆวัน
ตอนนี้ผมขอเลือกชีวิตในแบบหลังนี่ดีกว่า
ต้องเผื่อมากแค่ไหน
ผมว่านี่เป็นคำถามที่ถ้าเรารู้คำตอบก็คงจะดี
หลายๆอย่างในชีวิตเรา เราพยายามที่จะทำไม่ให้มันขาด มีอาหารเพียงพอ มีน้ำดื่มไม่ขาด มีที่อยู่อาศัยไปจนกว่าเราจะไม่ต้องการ
มีเงินใช้ซื้อข้าวของต่างๆได้เมื่อจำเป็น
เราต้องมีอาหารเผื่อสำหรับวันพรุ่งนี้ในตู้เย็น
เราต้องมีน้ำดื่มเก็บเอาไว้ดื่มในตู้เย็น หรือในขวดต่างๆ
เราต้องมีชั้นวางของเผื่อไว้สำหรับของที่เราจะซื้อมาในอนาคต
เราต้องมีบ้านที่มีที่พอจะเก็บสมบัติต่างๆที่เราอยากได้
เราต้องมีเงินเก็บไว้เผื่อยามที่เราป่วย หรือมีเหตุจำเป็นที่จะต้องใช้
และอีกสารพัดที่เราจะต้องเผื่อ..
ถ้าเรารู้ว่าอะไรที่เราจะต้องใช้เมื่อไหร่ได้ก็คงจะดี จะได้ไม่ต้องเผื่อจนมากเกินไป
หลายๆอย่างในชีวิตเรา เราพยายามที่จะทำไม่ให้มันขาด มีอาหารเพียงพอ มีน้ำดื่มไม่ขาด มีที่อยู่อาศัยไปจนกว่าเราจะไม่ต้องการ
มีเงินใช้ซื้อข้าวของต่างๆได้เมื่อจำเป็น
เราต้องมีอาหารเผื่อสำหรับวันพรุ่งนี้ในตู้เย็น
เราต้องมีน้ำดื่มเก็บเอาไว้ดื่มในตู้เย็น หรือในขวดต่างๆ
เราต้องมีชั้นวางของเผื่อไว้สำหรับของที่เราจะซื้อมาในอนาคต
เราต้องมีบ้านที่มีที่พอจะเก็บสมบัติต่างๆที่เราอยากได้
เราต้องมีเงินเก็บไว้เผื่อยามที่เราป่วย หรือมีเหตุจำเป็นที่จะต้องใช้
และอีกสารพัดที่เราจะต้องเผื่อ..
ถ้าเรารู้ว่าอะไรที่เราจะต้องใช้เมื่อไหร่ได้ก็คงจะดี จะได้ไม่ต้องเผื่อจนมากเกินไป
25491012
เกิดมาเพื่อทำอะไรบางอย่าง
ผมรู้สึกว่าสิ่งมีชีวิตทุกอย่างบนโลกนี้ ต่างเกิดขึ้นมาด้วยจุดประสงค์บางอย่าง เกิดมาต้องทำอะไรบางอย่าง ก่อนที่ตายจากไป
แต่อะไรล่ะ คือสิ่งที่ผมต้องทำ ?
แล้วผมจะหามันได้อย่างไร ?
เมื่อพบมันแล้ว ผมจะแน่ใจได้อย่างไร ว่านั่นคือสิ่งที่ผมต้องทำ ?
แต่อะไรล่ะ คือสิ่งที่ผมต้องทำ ?
แล้วผมจะหามันได้อย่างไร ?
เมื่อพบมันแล้ว ผมจะแน่ใจได้อย่างไร ว่านั่นคือสิ่งที่ผมต้องทำ ?
25491011
คล้าย
ลองสังเกตดูเครื่อง PDA ของผมสองเครื่อง พบว่าคล้ายกันอยู่หลายอย่าง
เลยได้ข้อธรรมที่ว่าไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน นี่ขนาดผมระวังอย่างดีที่สุดแล้วนะ มันก็ยังหักได้เลย
- ชื่อ Clie (คลีเอ้), Treo (ทรีโอ้) เป็นพี่น้องกันได้เลยนะ
- ต่างก็เป็น PDA ระบบ Palm ที่ไม่ได้ผลิตด้วยบริษัท Palm
- ทั้งคู่พับฝาได้ ถึงแม้ว่าจอของ Clie จะอยู่ที่ฝา แต่ของ Treo จะอยู่ที่ตัวเครื่อง แต่เวลากางสุดแล้วองศาใกล้กันเลย
- มีปุ่มเลื่อนด้านข้าง ของ Clie ชื่อ Jog Dial ของ Treo ชื่อ Jog Rocker ต่างกันนิดหน่อยในเรื่องของความสามารถ แต่ก็วางอยู่ตำแหน่งเดียวกัน
- มีช่อง IR หรือ อินฟราเรท อยู่ด้านบน
- ตำแหน่งเสียบหูฟังตำแหน่งเดียวกันเลย
- มี Keyboard เหมือนกัน อันนี้ส่วนใหญ่ PDA ระบบ Palm เค้าจะไม่มีกันนะ
- เก่าทั้งคู่ !(สมัยนี้เค้าไป OS5 กันแล้ว นี่ยัง 3.5.2h กับ 4.1 อยู่เลย)
- สุดท้าย ใช้ดีทั้งคู่เลยครับ :)
เลยได้ข้อธรรมที่ว่าไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน นี่ขนาดผมระวังอย่างดีที่สุดแล้วนะ มันก็ยังหักได้เลย
ประสาทสัมผัสวัดใจ
ผมเชื่อว่า หู ตา จมูก ลิ้น กายสัมผัส ต่างเป็นเครื่องมือที่ใช้วัดประสิทธิภาพของใจ
รอบตัวเรามีแต่สิ่งที่เร้าต่อประสาทสัมผัสของเรา อยู่ที่ใจของเราเท่านั้นว่าจะ ยอมตกเป็นทาสของสิ่งเร้าต่างๆเหล่านั้นหรือเปล่า
ผมเองก็คนนึง ที่ยังตกเป็นทาสของพวกมัน... เศร้าใจ
รอบตัวเรามีแต่สิ่งที่เร้าต่อประสาทสัมผัสของเรา อยู่ที่ใจของเราเท่านั้นว่าจะ ยอมตกเป็นทาสของสิ่งเร้าต่างๆเหล่านั้นหรือเปล่า
ผมเองก็คนนึง ที่ยังตกเป็นทาสของพวกมัน... เศร้าใจ
ถูก หลอก
ไม่ได้เขียนซะนานเลย เพราะว่าตอนนี้ใช้ PDA สองเครื่อง(โดนกิเลสเล่นงานอีกแล้ว) เดิมทีเขียน blog บน Clie วันนี้มี Treo 180 อีกตัวที่เป็นโทรศัพท์ด้วย เลยไปใกล้ชิดกับตัวใหม่มากหน่อย ตามประสาคนบ้าเห่อ แล้วเจ้า Treo มันเขียนลำบากกว่าบน Clie น่ะสิครับ เลยห่างหายจากการเขียนไปพักนึง
วันนี้รู้สึกอยากเขียนขึ้นมา เลยหยิบ Clie มาเขียนซะหน่อย
(ใครเค้าอยากรู้เนี่ย... เอาน่า.. นะ)
"ถูก หลอก "
ผมรู้สึกว่า ของถูกๆส่วนใหญ่ หลอกเราให้เสียเงินไปกับมันโดยที่เราไม่จำเป็น
ผมมองดูเสื้อผ้า ข้าวของต่างๆ ที่ผมมี หลายชิ้น ผมซื้อมาตอนที่มันลดราคา เพราะเห็นว่ามันถูก โดยหลายๆครั้งก็มองข้ามสิ่งที่ควรคิดก่อนจะซื้ออะไร เช่น จำเป็นหรือเปล่า ซื้อมาแล้วจะใช้คุ้มแค่ไหน ของอื่นที่มีใช้แทนกันได้ไหม มีแล้วจะทำให้ชีวิตยุ่งยากขึ้นหรือเปล่า
ด้วยปัจจัยราคาตัวเดียว ผมแทบลืมทุกอย่างสิ้น กว่าจะรู้สึกตัวก็ซื้อมาซะแล้ว
ได้ฟังบรรยายของ ดร.สนอง วรอุไร ท่านบอกให้มองสิ่งของต่างๆที่สาระของมันเวลาจะซื้อของอะไรก็ตาม เช่น รองเท้า สาระของมันก็คือใช้สวมใส่ที่เท้า เพื่อป้องกันสิ่งของมีคมมาทิ่มแทงเท้า และ ปกปิดนิ้วเท้าไม่ให้มันดูน่าเกลียด
ซึ่งถ้ามองที่สาระแค่นี้ ราคาของรองเท้าไม่น่าจะแพงได้เลย
(สำหรับรองเท้าอาจจะมีพิเศษนิดนึง ตรงที่ควรจะสวมใส่ได้สบาย ไม่กัด)
แต่ถ้าเราไปสนใจกับ อสาระ ของมัน เรื่องความสวยงาม วัสดุอุปกรณ์ ยี่ห้อ อะไรแบบนี้ ราคามันก็แพงขึ้นมาทันที
ถึงแม้รองเท้ายี่ห้อที่ดีดีทั้งหลาย จะมีบางช่วงเวลาที่เค้าเอามาลดราคา ลดแบบถูกมาก ก็ต้องใช้สติให้มากขึ้นไปด้วย
พี่นัย เคยเล่าให้ผมฟังว่าแกซื้อรองเท้ากีฬาตอนที่มันลดราคา ยี่ห้อดีด้วยนะครับ แต่ใส่ได้ไม่นานพื้นก็หลุด เพราะว่ายางมันเสื่อมแล้ว
หลังจากนั้นพี่นัยเค้าก็ไม่ซื้อรองเท้าลดราคาอีกเลย
ผมว่าการที่เราจะจับจ่ายซื้อของอะไร ควรที่จะหาข้อมูลของนั้นๆมาพอสมควร เพราะหลายๆครั้งปัจจัยราคาก็ทำให้เราต้องเสียเงินซ้ำซ้อนมากกว่าที่ควรจะเป็นซะด้วยซ้ำไป
๑๖ ธันวาคม ๒๕๔๙ อัพเดทเพิ่มเติม
วันนี้ดูรายการ 2020 เค้ามาพูดเรื่อง Shopping พอดีเลย เค้าว่าจริงๆแล้วที่ติดป้าย SALE กันน่ะ จริงๆมันก็ไม่ได้ถูกจริงๆหรอก แต่มันช่วยเพิ่มยอดขายได้ถึง 60% เชียวหล่ะครับ
นึกถึงตัวเองสมัยก่อนเล้ย เห็นอะไรว่า SALE ไม่ได้ ต้องเข้าไปดู ... แล้วก็ซื้อมาทั้งๆที่ไม่ได้อยากจะได้ซักเท่าไหร่ ...
วันนี้รู้สึกอยากเขียนขึ้นมา เลยหยิบ Clie มาเขียนซะหน่อย
(ใครเค้าอยากรู้เนี่ย... เอาน่า.. นะ)
"ถูก หลอก "
ผมรู้สึกว่า ของถูกๆส่วนใหญ่ หลอกเราให้เสียเงินไปกับมันโดยที่เราไม่จำเป็น
ผมมองดูเสื้อผ้า ข้าวของต่างๆ ที่ผมมี หลายชิ้น ผมซื้อมาตอนที่มันลดราคา เพราะเห็นว่ามันถูก โดยหลายๆครั้งก็มองข้ามสิ่งที่ควรคิดก่อนจะซื้ออะไร เช่น จำเป็นหรือเปล่า ซื้อมาแล้วจะใช้คุ้มแค่ไหน ของอื่นที่มีใช้แทนกันได้ไหม มีแล้วจะทำให้ชีวิตยุ่งยากขึ้นหรือเปล่า
ด้วยปัจจัยราคาตัวเดียว ผมแทบลืมทุกอย่างสิ้น กว่าจะรู้สึกตัวก็ซื้อมาซะแล้ว
ได้ฟังบรรยายของ ดร.สนอง วรอุไร ท่านบอกให้มองสิ่งของต่างๆที่สาระของมันเวลาจะซื้อของอะไรก็ตาม เช่น รองเท้า สาระของมันก็คือใช้สวมใส่ที่เท้า เพื่อป้องกันสิ่งของมีคมมาทิ่มแทงเท้า และ ปกปิดนิ้วเท้าไม่ให้มันดูน่าเกลียด
ซึ่งถ้ามองที่สาระแค่นี้ ราคาของรองเท้าไม่น่าจะแพงได้เลย
(สำหรับรองเท้าอาจจะมีพิเศษนิดนึง ตรงที่ควรจะสวมใส่ได้สบาย ไม่กัด)
แต่ถ้าเราไปสนใจกับ อสาระ ของมัน เรื่องความสวยงาม วัสดุอุปกรณ์ ยี่ห้อ อะไรแบบนี้ ราคามันก็แพงขึ้นมาทันที
ถึงแม้รองเท้ายี่ห้อที่ดีดีทั้งหลาย จะมีบางช่วงเวลาที่เค้าเอามาลดราคา ลดแบบถูกมาก ก็ต้องใช้สติให้มากขึ้นไปด้วย
พี่นัย เคยเล่าให้ผมฟังว่าแกซื้อรองเท้ากีฬาตอนที่มันลดราคา ยี่ห้อดีด้วยนะครับ แต่ใส่ได้ไม่นานพื้นก็หลุด เพราะว่ายางมันเสื่อมแล้ว
หลังจากนั้นพี่นัยเค้าก็ไม่ซื้อรองเท้าลดราคาอีกเลย
ผมว่าการที่เราจะจับจ่ายซื้อของอะไร ควรที่จะหาข้อมูลของนั้นๆมาพอสมควร เพราะหลายๆครั้งปัจจัยราคาก็ทำให้เราต้องเสียเงินซ้ำซ้อนมากกว่าที่ควรจะเป็นซะด้วยซ้ำไป
๑๖ ธันวาคม ๒๕๔๙ อัพเดทเพิ่มเติม
วันนี้ดูรายการ 2020 เค้ามาพูดเรื่อง Shopping พอดีเลย เค้าว่าจริงๆแล้วที่ติดป้าย SALE กันน่ะ จริงๆมันก็ไม่ได้ถูกจริงๆหรอก แต่มันช่วยเพิ่มยอดขายได้ถึง 60% เชียวหล่ะครับ
นึกถึงตัวเองสมัยก่อนเล้ย เห็นอะไรว่า SALE ไม่ได้ ต้องเข้าไปดู ... แล้วก็ซื้อมาทั้งๆที่ไม่ได้อยากจะได้ซักเท่าไหร่ ...
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
