ตอนต่อจากอาทิตย์ก่อนครับ อาทิตย์นี้ คุณแม่นักทำกิจกรรมกับบ้านที่ไม่ค่อยทำอะไร ก็มีกิจกรรมเกิดขึ้นอีกแล้ว โดยคุณแม่ได้สร้างกิจกรรมให้คุณพ่อต้องพาลูกๆ แต่ละคนไปทำกิจกรรมที่เค้าอยากจะทำ งานนี้พ่อเครียดครับ เพราะว่าปกติไม่เคยตามใจลูก ลูกต้องตามพ่อ แต่คราวนี้ลูกสามารถบอกให้พ่อพาไปที่ที่อยากไปได้
ลูกชายคนเล็กที่ดูจะปัญหามากที่สุดกับพ่อ บอกให้พ่อพาไปพิพิธภัณฑ์ ซึ่งพ่อเค้าไม่เคยพาไปเลย เพราะพ่อเค้าไม่ชอบ
พอได้ไปเดินพิพิธภัณฑ์ (Museum ของฝรั่งนี่เค้าดีจริงๆนะ มันไม่ได้มีแต่ของเก่าๆน่ะ มันให้ดูของเก่าแล้วมันมีเทคโนโลยีใหม่ๆช่วยให้เราเข้าใจมากขึ้นด้วย)
เจ้าลูกชายก็ตื่นตาตื่นใจมาก ส่วนคุณพ่อก็เดินเบื่อๆ ลูกถามอะไรแกก็ไม่ค่อยจะรู้ ไม่สนใจจะรู้ด้วยสิ จนลูกต้องรีบๆเดินแล้วก็กลับบ้าน
กลับมาที่อีกครอบครัวนึง คุณลูกสาวคนเก่งกับคุณแม่สบายๆ คุณแม่แกเริ่มเห็นแล้วว่าชีวิตของลูกสาวคนนี้ไม่สมบูรณ์ คือมันขาดด้านความบังเทิงอย่างที่วัยของเค้าควรจะมี คุณแม่ก็เลยคิดจะพาเพื่อนของลูกมาที่บ้านจัดคล้ายๆปาร์ตี้เล็กมีน้ำมีขนม แล้วก็พูดคุยกันเรื่องของวัยรุ่น
แม่ก็พาลูกไปช้อปปิ้งซื้อของ คุณลูกไม่เคยมี Oreo ที่บ้านเลยครับ แม่คนเก่งไม่ยอมให้มีที่บ้าน หรือหนังสืออย่าง Cosmopolitant คุณลูกคนนี้ก็ไม่เคยได้อ่าน
เรื่องรถ ลูกก็ไม่เคยได้หัดขับ แม่ไม่เคยอนุญาต
ชีวิตช่วงนี้ของคุณลูกสาวดูมีชีวิตชีวากว่าแต่ก่อนมากทีเดียว ซึ่งตัวลูกสาวก็ดูจะชอบซะด้วยสิครับ
มาที่ครอบครัวสบายๆ คุณแม่ยังเห็นอาการเบื่อๆของเจ้าลูกชายคนเล็ก เลยแอบพาออกไปทำกิจกรรมข้างนอกกัน
โดยที่นั่นจะเป็นเหมือนเวทีละคร แล้วก็จะมีเด็กๆรุ่นราวคราวเดียวกับคุณลูกคนนี้ แล้วก็มีเหมือนคุณครูที่จะมาคอยนำให้เด็กๆทำกิจกรรมกัน เช่น เด็กจะยืนล้อมวงกันแล้วบอกชื่อตัวเองอกมา พร้อมทำท่าประหลาดๆ แล้วคนอื่นก็ทำตาม พอมาถึงคิวเจ้าหนูนี่ ก็งงสิครับ เพราะไม่เคยได้แสดงออก แต่พอซักพักแกก็เริ่มเข้าใจ เริ่มกล้าแสดงออก ทีนี้ก็สนุกเพราะได้แสดงออกต่างๆนาๆที่ไม่เคยทำ
จนกลับบมบ้านมาบอกพ่อขอให้ช่วยเซ็นสมัครสมาชิกให้หน่อย พ่ออ่านแล้วก็งงๆ มันจะดีเร้อ คือไม่เคยให้ลูกตัดสินใจอะไร
จนถึงวันที่คุณแม่ทั้งสองต้องมาเจอกันพร้อมยื่นซองรายการค่าใช้จ่ายของเงิน $50,000 ว่าจะให้อีกฝ่ายเอาไปทำอะไรบ้าง แต่ยังไม่ให้เปิดดูตอนนี้ (ผมเพิ่งรู้ว่ามีแบบนี้ด้วย เพราะคราวก่อนไม่ได้ดูตอนเริ่ม)
และบอกว่าได้ทำอะไรไปบ้าง ก็แนะนำกัน แต่คุณแม่คนเก่งดูจะไม่เห็นข้อผิดพลาดของตน คิดว่าตัวเองเลี้ยงลูกได้ดีมากแล้ว
ส่วนคุณแม่อีกคนที่ได้รับคำแนะนำต่างๆถึงกับน้ำตาตก เพราะเสียใจที่เมื่อก่อนไม่เคยคิดถึงลูกเท่าที่ควร
แล้วทั้งสองก็กลับบ้านของตัวเองกัน
พอเปิดรายการใช้จ่ายเงินทั้งสองฝ่ายก็ต้องตกใจ แต่ที่ดูจะมีความสุขสุดๆ ก็คือลูกๆของทั้งสองฝ่าย
ดูจบแล้วก็ได้ข้อคิดดีดี ว่าการเลี้ยงลูกโดยไม่เปิดโอกาสให้เค้าได้ลองได้คิดได้ทำอะไรเอง เราไปคิดไปตัดสินใจให้หมดว่าอะไรดี อะไรต้องทำ อะไรห้ามทำ บางทีมันก็ตัดโอกาสการเรียนรู้ชีวิตของคนคนนึงไปมากเลยทีเดียว การจะมีลูกสักคน คงไม่ใช่จะเลี้ยงให้เค้าเกิดมาเป็นอย่างที่เราต้องการเพียงอย่างเดียว เราควรต้องให้โอกาสเค้าได้คิดเอง ได้ทำเอง ได้ลองเรียนรู้สิ่งต่างๆ ให้เค้ามีชีวิตที่สมวัย และเรายังต้องให้เวลากับเค้าให้มากๆ ในการสนับสนุนให้เค้าได้ลองทำอะไรหลายๆอย่างที่เค้าอยากทำด้วย
รายการนี้ก็ทำให้ผมเห็นด้วยนะว่า ฝรั่งก็ไม่ได้ให้อิสระกับลูกกันทุกครอบครัว ก็เหมือนกับครอบครัวในเมืองไทย ที่เลี้ยงลูกแบบไข่ในหิน ที่วันนึงเมื่อหินต้องแตกสลายไป ไข่ใบนั้นจะอยู่ในโลกนี้ได้อีกนานแค่ไหนนะ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

4 ความคิดเห็น:
เออ เป็นรายการที่น่าสนใจดีเหมือนกัน
เราเคยดูรายการนึงเป็นรายการฝรั่ง(น่าจะทางฝั่งอเมริกา)
เค้าจะให้ครอบครัวที่มีลูกเล็ก(ประมาณ2-3 ขวบ)ที่เป็นเด็กมีปัญหา งอแง โยเย อารมณ์แปรปรวน หรือสมาธิสั้น ส่งปัญหามา
มีคุณหมอคนนึง ท่าทางเป็นคุณหมอจิตเวชเด็ก(แต่หมอที่นู่นเค้าจะไม่ดูเป็นคุณม๊อคุณหมอมากนะ จะดูสบายๆ)มาติดกล้องที่บ้าน
เพื่อศึกษาพฤติกรรมของเด็กในบ้านนี้อยู่ซักพัก
แล้วก็จะหาวิธีให้พ่อกะแม่ทำ
เป็นการแก้ปัญหาด้วยจิตวิทยาน่ะเราว่า
อย่างมีเด็กคนนึง งอแงมาก เอาแต่ใจ พ่อแม่ก็จะคอยห้าม คอยปรามตลอดก็ไม่ฟัง
แต่คุณหมอมองว่า การที่พ่อแม่ไปห้าม ไปปราม เหมือนไปเพิ่มความสนใจ เด็กก็จะยิ่งเป็นมากขึ้นหนักข้อขึ้น
ตอนหลังคุณหมอเลยให้นิ่งไม่สนใจก่อน ไม่มองเลย
พ่อแม่ตอนแรกก็ทำไปเครียดไป
ถ้าไม่หาย ยังงอแงไม่เลิก คุณหมอก็บอกแผนสองว่า ให้พูดกับเด็กว่าถ้าเป็นอย่างนี้พ่อจำเป็นต้องให้ลูกไปอยู่ในห้องคนเดียวนะ
แล้วก็เอาลูกไปใส่ไว้ในห้องให้อยู่คนเดียว(โดยที่พ่อแม่ยืนเฝ้าอยู่นอกประตู พ่อบางคนถึงกับน้ำตาคลอ..สงสารลูก)ประมาณ 5 นาทีมั้ง แล้วก็เปิดประตูให้โดยไม่พูดอะไร แล้วรับเด็กออกมา
เด็กจะเรียนรู้ได้เองว่าหากทำตัวอย่างงี้จะโดนทำโทษ
โดยที่ไม่มีการตีให้เจ็บตัว แต่เด็กจะจำเพราะเด็กวัยนี้ต้องการความรักมากแล้วก็ไม่ชอบอยู่คนเดียว
ชอบที่เค้าแก้ปัญหาด้วยจิตวิทยาน่ะ ไม่ใช้กำลัง=)
อืม.. น่าสนใจดีนะ เรียลลิตี้แนวนี้
เคยคุ้นๆ แค่ว่า มีรายการที่ให้แม่ไปพักเลย กี่อาทิตย์ไม่รู้ ให้พ่อดูแลบ้านดูแลลูกเอง ก็ประสบความยากลำบากต่างๆ นานา ที่ตังพ่อและลูกไม่เคยรู้มาก่อน เพราะแต่ก่อนมีแม่ทำให้ตลอด
ผลสุดท้ายก็ออกมาดีนะ คนในบ้านรักกันมากขึ้น เห็นคุณค่าของกันและกันมากขึ้น
ขอโทษทีมาตอบช้าโคตร..
โห แจง ทำโทษทางจิตใจใช่ไหมเนี่ย
บางทีเราว่ามันอาจจะรุนแรงกว่าทางร่างกายอีกนะเนี่ย แต่ได้ผลแน่นอนเลยว่ะ
หวาน : รายการแนวครอบครัวแบบนี้ดีเนอะ คือให้ได้เห็นคุณค่าของสิ่งที่ไม่เคยเห็น ถ้าทำสำเร็จได้ น่าจะช่วยให้ชีวิตต่อไปมีความสมบูรณ์ขึ้นเยอะเลย
คงคล้ายๆกะรายการ wife swap ช่อง ABC อ่ะป่าว
เราก็เคยดูอยู่พักหนึ่งนะ เราว่าดีเหมือนกัน ทำให้คนได้เรียนรู้ชีวิตที่แตกต่างกันขึ้นนะ จากสองครอบครัวทีไม่เหมือนกัน แต่ละครอบครัวมีจุดดีจุดด้อยในการดำเนินชีวิตต่างกัน เอามาสลับกันซะ โดยเฉพาะตัวแปรที่สำคัญคือบรรดาแม่บ้านทั้งหลาย แล้วก็เอาสิ่งดีๆ ไปปรับใช้ในครอบครัวของตัวเอง แต่เกือบจะตีกันตายในตอนแรกๆ
น่าจะมีรายการแบบนี้ในบ้านเรา แต่คงยาก เพราะบ้านเรารายการทีวีต่างๆ จะมีคนดูเยอะ ก็ต้องอาศัยดารา หรือ คนดัง มาเล่นเกมส์ มาเป็นแขกรับเชิญ ถ้าเกิดเอาใครไม่รู้มาแทน ก็ไม่ค่อยเกิด...ว่าจริงไหม...ไม่ดีเลยว่ะ...ดูปิดกั้น ยังไงก็ไม่รู้...แต่นี้และคือmarketing ของรายการต่างๆในบ้านเรา
แสดงความคิดเห็น