25480802

เบื่อ 3-D animation กันบ้างไหมครับ

ช่วงนี้ผมว่าผมเบื่อมันหล่ะ
ผมรู้สึกว่า 3-D animation มันกลายเป็นกระแสอย่างนึงไปแล้ว
อะไรๆก็ 3-D animation เห็นเยอะๆเข้าชักเริ่มเบื่อ
จนตอนนี้งานที่ทำค้างไว้ชักจะไม่อยากทำต่อ เพราะว่าถ้างานมันทำออกมา มันก็จะมาเป็น 3-D animation อีกหนึ่งเรื่อง ซึ่งก็มีเกลื่อนไปหมด ยิ่งสมัยนี้เทคโนโลยีพัฒนาไปมากจนทำอะไรๆก็เหมือนหรือใกล้ของจริงเข้าไปทุกข ณะ (จริงๆแล้วเพราะผมทำได้ไม่ดีเท่าเค้าอ่ะแหละ เลยต้องฉีกแนว อิอิ)
เห็นเค้าพยายามจะหนีความเป็น 3D ด้วยการเอาการ render แบบการ์ตูนมาใช้ แต่มันก็ยังดูแข็งอยู่ดีนะ
ผมว่ามันดูสมบูรณ์แบบเกินไป

แล้วกระแสของหนังฮอลลีวู้ดมันก็เป็นกระแสหลักของวงการหนังไปแล้ว ทุกคนดำเนินรอยตามกันไปหมด ด้วยความเชื่อว่าทำแบบนั้นแล้วจะเจ๋ง
ผมก็ไม่เถียงนะว่ามันเจ๋ง ก็ชอบดู ตื่นตาตื่นใจจริงๆ เทคนิคอลังการ เนี๊ยบ เหมือนจริงสุดยอด แต่มันดีจริงหรือ? เหมาะสมแล้วจริงหรือ?

ที่เกิดความรู้สึกนี้ขึ้นมาก็เพราะไปอ่านบทสัมภาษณ์ของผู้กำกับหนังเรื่อง ฟ้าทะลายโจร และ หมานคร วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง

มีเด็ดๆที่อ่านแล้วได้คิดก็เช่น

" ...เคยมีคำถามว่า ศิลปโมเดิร์นแบบไทย หน้าตาเป็นอย่างไร เพราะทุกวันนี้เวลาที่เราจะทำงานศิลปะให้ดูทันสมัย ไม่ว่าภาพยนตร์หรือดนตรี มักจะต้องพยายามทำให้ออกมาดูเป็นตะวันตกมากที่สุด จนแทบจะจำกัดความได้ว่า ความเป็นไทย คือ เชย และความเป็นตะวันตก คือ ทันสมัย

...ภาพยนตร์เรื่อง หมานคร ( Citizen dog ) เป็นความพยายามในการทดลองว่า ความทันสมัยแบบไทย แบบที่มาจากรากเหง้าของเราเอง ควรจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร เมื่อไหร่เราถึงจะมีสไตล์เป็นของตัวเราเองโดยไม่ต้องพึ่งพารูปแบบของตะวันตก เมื่อไหร่เราถึงจะภูมิใจในความเป็นไทยได้โดยไม่อายใคร เวลาที่เราไปยืนบนแผนที่โลกของภาพยนตร์ด้วยหน้าตาของเราเอง ไม่ต้องมีหน้าตาเหมือนภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดแบบทุกวันนี้

...เราอาจจะไม่สามารถทำสำเร็จได้ด้วยภาพยนตร์เรื่องเดียว แต่อย่างน้อยเราก็ได้เริ่มต้นทดลอง เริ่มต้นที่จะคิดค้นหารูปแบบ มันอาจจะไม่สำเร็จภายในระยะเวลาอันใกล้ แต่ถ้าคนไทยทุกคนช่วยกันคิดค้นโดยเฉพาะคนที่ทำงานด้านศิลปะ ผมเชื่อว่าเราจะสามารถสร้างสไตล์ของเราขึ้นมาเองได้ เหมือนที่ญี่ปุ่นทำสำเร็จมาแล้ว ทุกวันนี้ญี่ปุ่นมีสไตล์โมเดิร์นที่เป็นของตัวเอง และกำลังแผ่อิทธิพลไปสู่ตะวันตกอย่างน่าภาคภูมิใจ

...ผมเชื่อว่าคนไทยทำได้ ถ้าทุกคนช่วยกันคิด และเอาจริงกับมัน "

ผมว่าโดนมากคือ ถ้าเราเดินตามสูตรสำเร็จแบบฮอลลีวู้ดเราก็เป็นแค่ผู้ตาม แล้วเราก็จะถูกวัฒนธรรมแบบตะวันตกกลืนเอาความเป็นตัวเราเข้าไป สุดท้ายอะไรไทยๆมันก็หายไป

อ่านวิจารณ์หนังเรื่อง เฉิ่ม โดยคุณยัติภังค์

"เฉิ่ม... ผลงานกำกับเรื่องที่สองของ คงเดช จาตุรันต์รัศมี ก็ชวนให้นึกถึงตัวเอกใน Taxi Driver เพียงแต่มาในอีกบุคลิก สมบัติ ดีพร้อม(เพชรทาย วงศ์คำเหลา - หม่ำ จ๊กมก) ตัวเอกในเรื่องนี้เป็นคนขับแท๊กซี่ที่ยังพิสมัยในบทเพลงลูกกรุงของสุนทราภรณ ์ จากรายการวิทยุสถานี เอ.เอ็ม. และฟังละครวิทยุ อย่างไม่สนใจต่อความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย อีกทั้งยังฟังต่อในห้องพักด้วยวิทยุทรานซิสเตอร์ รวมถึงนิยมข้าวของเครื่องใช้ที่พ้นความนิยมไปแล้ว "

ผมรู้สึกว่าเราไม่เห็นจะต้องไปบ้าตามพว กตะวันตก บ้าเทคโนโลยีบ้าๆบอๆ ที่มันเกิดขึ้นบนโลกนี้ทุกวันๆก็มีชีวิตอยู่ได้นี่ เพียงแต่เรารู้จักที่จะหยิบรู้จักเลือกมาใช้ให้เข้ากับชีวิตความเป็นอยู่ของ เรามันก็พอแล้ว
การจะไปบ้าตามเทคโนโลยีใหม่ๆ โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ ที่มีความสามารถล้านเจ็ดอย่าง แต่ใช้แค่โทรออกกับรับสาย ดูเหมือนเราถูกกระแสสังคมยุคเศรษฐกิจเข้าครอบงำจนไม่สามารถที่จะกลับมามองคว ามเป็นจริงได้ซะแล้ว

อยากให้ลองไปฟังการสนทนาธรรมที่ลิ้งค์นี้ด้วยครับ
'หลวงปู่พุทธะอิสระ' ชี้ชาวพุทธงมงายคือสัญญาณหายนะของสังคมปัญญา

ได้ข้อคิดหลายๆอย่างที่น่าสนใจ เมื่อก่อนผมก็คิดนะว่าพระเนี่ย จะไหวหรือศึกษาแต่คำสอนของพระพุทธเจ้า
แล้วจะฉลาดได้อย่างไร แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนความคิดละ เพราะมันเป็นเหมือนการศึกษาของพระจะเป็นเรื่องที่จำเป็นกับชีวิตเสียมากกว่า ความรู้ที่เราร่ำเรียนกันมาหลายเท่านัก
เรียนสูงแค่ไหนถ้าไม่รู้จักหลักธรรมะที่จะเอามาควบคุมจิตใจ ก็คงไม่สามารถมีความสุขที่แท้จริงได้แน่



ตอนนี้เลยอยากหาอะไรใหม่ๆที่ไม่ใช่ที่เคยเห็นจากสูตรสำเร็จต่างๆ ความงาม ความเจ๋งที่เคยเห็นจนชินตา
มองหาอะไรเก่าๆ แต่ไม่ใช่ลายไทยแน่ๆ ผมว่ามันเป็นอะไรที่ไทยนะ แต่ง่ายเกินไปถ้าจะเอามาใช้ตรงๆ
ตอนนี้อยากทำงานเป็น 2D ซะแล้วหล่ะ ว่าแต่ มันจะกินเวลานานแค่ไหนฟระ.. ว่าแล้วเริ่มลุยเลยดีก่า

ความงาม ความเจ๋ง ไม่ได้มีกฏตายตัวนี่นา...เนอะ

8 ความคิดเห็น:

v74 กล่าวว่า...

คิดดีนะ สู้ต่อไป

พี่มองว่ามันก็เหมือน "ยุค" ของศิลปะ
ที่มีช่วง
บ้า god
บ้า realistic
บ้า abstract
แบบที่เราเรียนใน Art history

ทุกช่วงที่มีการเปลี่ยนยุค มันก็มาจากคนที่เบื่อและเอียนกับของเดิมๆที่มีอยู่

3d ก็เป็นด้านนึง . . . พอมันเข้าใกล้จริงได้ หรือเดินจริงไปแล้ว มากๆเข้าคนก็เบื่อ ก็หาแนวอื่นกัน

Pixar เป็นตัวอย่างที่ดีนะ ที่ไม่เน้น realistic
จริงๆ SCAD มันสอนให้ทำงานมากไป อัดงานมากไปหน่อย
ถ้ามีวิชาที่ free หรือ open มากกว่านี่
คงจะน่าเรียนมากขึ้น . . .

ประมาณว่า Analitical thinking + freedom of design
เพราะคนที่มาเรียน มันมาจากหลายสายนะ ถ้ามารวมกันทำงานเจ๋งๆที่ไม่จำเป็นต้องเป็น comp มันน่าจะได้อะไรดีๆกว่าเรียนแบบ อุตสาหกรรมแบบที่เป็นอยู่

มันก็ดีคนละแบบนะ แต่พี่ก็เอียนแล้ว 3d animation โดยเฉพาะพวก Character Animation นี่ไม่เอาละ เบื่อมาก (พี่ไม่ได้เก่งอะไรด้วย แต่ก็เบื่อมาก)

จุ๊บ กล่าวว่า...

โอ้ พิมพ์ไว้ซะยาวเลย มีสาระซึ่งนานๆจะมีซักทีด้วย
เหอๆๆ พอกดล็อคอินปุ๊บ เน็ตหลุดปั๊บ..เฮ้อ
เขียนแบบเดิมไม่ได้แล้วด้วย เขียนได้ครั้งเดียว 555
ก็สั้นๆนะ
ทุกอย่างมันมีความพิเศษน่ะ ดึงมันมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นความสมบูรณ์แบบหรือไม่สมบูรณ์แบบ ตะวันตกหรือตะวันออก ก็เอาใจ เอารากมันมา อย่าไปเอาแค่กิ่งก้านใบเน้อ
จบ

**อยากให้อ่านหนังสือวาบิ-ซะบิจัง เคยอ่านยัง?..เด๋วไว้เขียนเรื่องนี้ดีกว่า**

dogdoy กล่าวว่า...

พี่ vud - คงจะเป็นอย่างที่พี่บอกจริงๆ เรื่องของยุคสมัย ยุคของเทคโนโลยี
เมื่อก่อนตอนที่ผมมาเรียนที่นี่ผมไม่ชอบนะไอ้เรื่องพวกนี้อ่ะ พวกหลักปรัชญาทั้งหลาย อยากเรียนโปรแกรมมากกว่า
แต่ตอนนี้กลับกันซะแล้ว
สงสัยจะถึงวัย

joob - ขอบใจมากว่ะแจง เสียใจด้วยที่เน็ตหลุด(เข้าหลักธรรมะ ไม่มีอะไรแน่นอน) วันหลังถ้ามันหลุด ในหน้านี้นะ ลองคลิกขวาเลือก back ดูนะ เผื่อมันจะยังอยู่
อยากจะหารากมาดูเหมือนกัน แต่ไม่รู้เราจะขุดจนถึงรึเปล่านะ
หนังสือ วะบิ-ซะบิ ต้นมันเคยเอามาโพสต์ไว้ใน dogdoy.com ว่ะ
กดไปอ่านที่นี่

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เข้าใจอ่ะนะแต่สำหรับพี่ยังไม่อยู่ในจุดเบื่อเพราะยังไม่เก่งและยังมี(ความอยาก)จะรู้ในจุดที่ตัวเองยังไม่รู้และยังมีไฟที่จะทำ.
มันดูเยอะดาษดื่นก็จริงนะแต่จะมีสักกี่อันที่โดนใจและเนื้อหาที่ทำให้เราได้ยิ้ม (It doesn't matter about technique whether realistic or stylize,but story and aesthetics)หลายต่อหลายที่โคตรrealisticแต่ไม่โดนเลยสักนิดแบบว่าไม่มีชีวิตชีวา
Personaly,I still waitting and looking forward to see your work na.I like the idea that u try to represent of thai culture and the idea of the character that you had a plan to do(maybe in the future).
ความสัมพันธ์ของยายกับหลานดูเหมือนในชีวิตจริงแล้วมีให้เหลือในสังคมไทยเท่ไรกันในยุคที่ทุกคนชื่นชมกับวัตถุ
หวังว่าคงไม่กดดันที่มีคนรอชมนะ

dogdoy กล่าวว่า...

อ้ะ ใครกันเอ่ย พี่โอ?

ผมว่าเนื้อเรื่องเป็นจุดสำคัญเหมือนกันครับ ดังนั้นผมจึงไม่คิดจะสร้างเรื่องขึ้นมาเอง เลยไปหยิบเอาเรื่องที่ดีอยู่แล้วมาทำ แต่ทีนี้ถ้าเอามาทำเป็น 3D ผมรู้สึกว่ามันอาจจะถูกมองเป็น เหมือนหรือไม่เหมือนจริง แสงสวยไม๊ องค์ประกอบภาพเป็นยังไง (ตรงจุดนี้ผมรู้สึกว่าตัวผมถูกปิดกั้นด้วยความสามารถของโปรแกรมอยู่พอสมควร ไม่เหมือนเวลาที่วาดออกมามันชัดเจนกว่า)
แล้วบางทีเนื้อเรื่องกลายเป็นเรื่องรองลงมา
ผมเลยอยากทำให้มันเป็นอะไรที่ง่ายๆ แต่สื่อสารกับคนดูให้เค้าเข้าใจได้ ไม่ต้องมีความสมบูรณ์แบบอย่าง 3-D animation ไม่ต้องเคลื่อนไหวอย่างเหมือนจริง แต่เห็นแล้วรู้สึกว่าได้อารมณ์(ไม่รู้จะทำได้หรือเปล่านะเนี่ย)

และด้วยความที่มันเป็นงาน thesis ด้วย ผมเลยไม่อยากให้มันเป็นอะไรที่ดูเหมือนๆคนอื่นเค้า เนี๊ยบๆเจ๋งๆ แต่เป็นอะไรที่เป็นตัวตนแบบไทยๆ ที่ถูกสร้างผ่านเทคโนโลยีสมัยปัจจุบัน

ขอบคุณที่รอชมนะครับ นี่เป็นจุดนึงที่ผมไม่อยากให้งานออกมาแบบที่เคยเห็นกันแล้วครับ

PunNeng กล่าวว่า...

เทรนด์ใหม่นะพี่

ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน

บัก จา พนม บ้านเรานี่แหละ ต้นแบบ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ไม่รู้เป็นไง มั่นใจว่าด๋อยต้องมีอะไรดีๆ โดนๆ ในแบบด๋อยๆ ออกมาให้ดูแน่ๆ ;)

ไม่ต้องแปลกใจหรอก ถ้าจะรู้ตัวว่าตัวเอง "เปลี่ยน" ยิ่งถ้าเปลี่ยนแบบรู้เท่าทันแบบนี้ ยิ่งดีเข้าไปกันใหญ่

สู้ๆ เย้

dogdoy กล่าวว่า...

ขอบใจทั้ง ปั้นเหน่ง และ หวาน นะที่เข้ามาอ่านแล้วเขียนคอมเม้นต์เอาไว้ด้วย

ตอนนี้ก็ยังคงคลุมเครืออยู่ว่าจะออกมาในรูปแบบไหนดี
มันจะออกมาเป็น 2D เพรียวๆดี หรือจะเอา 3D ที่อุตส่าห์ทำเอาไว้แล้วมารวมด้วยดี หรือจะให้ 3D เป็นหลัก สร้าง 2D มาร่วมให้อารมณ์ไทยๆในงาน

ขอบใจหวานอีกทีที่เข้ามาหยอดคำหวานให้นะ ;)