ไปอ่านบทความของ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน เกี่ยวกับเรื่องของเวลา
ที่ปัจจุบันนี้ การใช้เวลาทำอะไรต่างๆได้น้อยลง คือสิ่งที่ดี เพราะจะมีเวลาไปทำอย่างอื่นมากขึ้น
แต่นั่นก็ทำให้เราต้องไปทำอะไรอีกมากมายจนไม่มีเวลาเหลืออยู่ดี
สุดท้ายแล้วมันดีจริงหรือ?
ในบทความนั้นได้ยกตัวอย่างเรื่องของชาวประมงกับนักธุรกิจ ที่เค้าบอกว่ามันเป็นเหมือนวงกลม สุดท้ายสิ่งที่นักธุรกิจต้องการก็คือสิ่งที่ชาวประมงกำลังทำอยู่
ยังมีประเด็นที่น่าสนใจอีกหลายอย่างเช่น
เรื่องของความล้าสมัย ที่เป็นเครื่องมือสำหรับการค้า
ผมเห็นชัดๆก็เรื่องของคอมพิวเตอร์ ที่บางคนใช้งานแค่เล่นอินเทอร์เน็ต พิมพ์งาน แต่กลับเลือกซื้อเครื่องที่มีความเร็วสูงๆ
เรื่องของการสร้างมูลค่าให้กับเวลา ซึ่งจริงๆทุกคนมีเท่าๆกัน แต่บางคนก็กลับพยายามที่จะใช้มันทำอะไรให้ได้มากๆในเวลาสั้นๆ แต่แล้วนั่นกลับเป็นการทำให้เวลาน้อยลง
ผมมองไปถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่ปัจจุบันกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากใช้
แต่ผมรู้สึกว่าตอนที่ผมใช้อินเทอร์เน็ตแบบ Dial-up ผมอยู่กับมันน้อยกว่าตอนที่ผมมี DSL
พอมี DSL การเข้าถึงเว็บต่างๆเป็นเรื่องง่ายดายรวดเร็ว การดาวน์โหลดโปรแกรมต่างๆเป็นเรื่องง่าย
แต่ผมกลับรู้สึกว่าความสำคัญมันลดลงไปด้วย
ถ้าใช้ DSL ผมไม่ต้องเลือกเว็บที่จะเข้า เพราะมันเร็ว แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมจะเลือกพอสมควร
ผมว่าความเร็วที่มากขึ้นของอินเทอร์เน็ตทำให้เกิดข้อมูลขยะที่มากขึ้นด้วย
เพราะการที่จะอัพโหลดอะไรลงไปมันง่าย เลยทำให้เราไม่ค่อยที่จะไตร่ตรองเท่าที่ควร
สุดท้ายแล้วมันคงอยู่ที่ตัวผู้ใช้เองว่าจะมีสติกับสิ่งนั้นมากแค่ไหน
ผมเคยเป็นเหมือนนักธุรกิจคนนั้นอยู่เหมือนกัน
ตอนนั้นแถวบ้านผมจะมีรถเข็นแบบคล้ายๆซาเล้ง เข้ามาขายก๋วยเตี๋ยวทุกวันตอนเที่ยงๆ ก๋วยเตี๋ยวของสองสามีภรรยาคู่นี้ไม่ได้อร่อยมากมายนัก แต่ให้เยอะ แล้วมีทีเด็ดตรงกากหมู ที่จะอร่อยมาก และไม่เหมือนใคร
รถที่เค้าใช้มันดูเก่า คิดว่าคงใช้มานานแล้ว ผมเคยพูดกับยายผมว่า ถ้าผมเป็นเค้านะ ผมจะพยายามหาสูตรอร่อยๆทำให้คนติดใจ จะได้ขายได้มากๆ แล้วเก็บเงินเปิดร้านไปเลย รายได้น่าจะดีกว่าแบบนี้
แต่ตอนนี้ผมเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าทำไม พวกเขาถึงยังขายอยู่แบบเดิมๆไม่เคยเปลี่ยน อาจจะเป็นเพราะพวกเขาพอใจแล้วในชีวิตรูปแบบนี้ ไม่ได้อยากจะร่ำรวยอะไร (จริงๆอาจจะรวยก็ได้นะเนี่ย) ไม่ต้องยึดติดอยู่กับที่ที่เดียว เขาสามารถขับเคลื่อนร้านค้าของเขาไปในที่ที่มีผู้คนต้องการกินก๋วยเตี๋ยว แม้จะไม่ได้อร่อยเลิศ (แต่พี่สาวผมชอบมาก ผมก็ว่าโอเค แต่ต้องเอามาปรุงเพิ่มเยอะหน่อย)แต่นั่นก็อาจจะเป็นรสชาติที่คนส่วนใหญ่ชอบก็ได้
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

3 ความคิดเห็น:
อืม.. น่าคิดจัง
อย่างการที่เราไปดูหนังคนเดียว แบบพอดีๆ เวลา นั่นก็น่าจะถือเป็นการสร้างมูลค่าให้กับเวลาเหมือนกันใช่มะ?
แต่เรื่องอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเนี่ย เราก็เห็นด้วยนะ ว่ามันน่าจะอยู่ที่วิธีการใช้ของคน ถ้าใช้เท่าที่จำเป็นจริงๆ มันก็จะช่วยเซฟเวลาได้อีกเยอะเลย
โดนอย่างจัง ทุกวันนี้ใช้ adsl แล้วกลายเป็นว่าเอามาแต่โหลดบิตซะงั้น ทั้งที่เมื่อก่อนคิด หูยยย จะเอามาเปิดพวกเว็บ vdo สอน tutorial อะไรต่างๆออนไลน์ สุดท้ายก็vdo โป๊ กั่กๆๆ
ความละเมียดในการอ่าน content ของแต่ละเว็บก็จางไปด้วยเนาะ พอเน็ตเร็ว อะไรๆหวือหวา จะนิยมกว่าเว็บนิ่งๆเน้นเนื้อหา
มีป้าแถวบ้านที่ตจว. แกขี่มอเตอร์ไซค์เก่ามากๆ ขายอะไรนักก็ไม่รู้ ตะกร้าหน้า เข่งหลัง ฯลฯ แต่เธอส่งลูกสาวเรียนเมืองนอกได้ อุแม่เจ้า!
ได้ข้อคิดดีมาก !
พูดถึง DSL แล้วพี่ก็คิดถึง mp3 เถื่อน, PS+PS2 game copy ที่ขายกันเพียบ
สมัยก่อน famicom ตลับนึงเป็นพันตอนเรายังเด็ก จะเล่น game นึงนี่จบแล้วจบอีก ทะลุ ทุกจุด แข่งกันทำแต้ม ทำความเร็ว ทำทุกอย่าง จนคุ้ม . . .
มา PS1 game ขายกันแผ่นละ 30 บาท
ซื้อมาบางแผ่น เอามาดู title motion แล้วปิดทิ้ง วางไว้แค่นั้น . . . คุณค่าของการเล่น game มันหายไป
mp3 เถื่อนมาก็ซื้อซะ . . . จนบางเพลง จำได้แต่ไม่รู้ใครร้อง ใครแต่ง อัลบั้มอะไร . . .
บางเพลงฟังไม่ถึง 10 วิ แล้วก็เปลี่ยนเพลงไป
เหมือน DSL case study เลยใช่ไหม?
ต้องมีสติ แบบที่ Doy ว่าจริงๆ !!!
แสดงความคิดเห็น