25490408

โฮมเทียเตอร์

ช่วงนี้ผมไม่ค่อยชอบไปดูหนังตามโรงอย่างแต่ก่อนซะแล้วสิครับ
ไปดูหนังที่โรงมีข้อดีหลายอย่าง เช่น จอใหญ่ ระบบเสียงสมจริงรอบทิศทาง เก้าอี้นั่งนุ่มสบาย(บางโรง)
แต่ผมรู้สึกว่าค่าใช้จ่ายในการไปดูหนังสักเรื่องนึงที่โรง มันมากกว่าแค่ค่าตั๋ว เพราะไปดูทีไร ผมก็มักจะชอบซื้อข้าวโพดคั่วกับน้ำเข้าไปนั่งกิน เพราะรู้สึกมันได้บรรยากาศดี
แล้วไหนจะค่าอาหารมื้อก่อนดูหรือหลังดู แล้วอาจจะมีค่าจอดรถสำหรับโรงหนังในเมือง
แล้วอาจจะได้เสียเงินกับบรรดาร้านค้าต่างๆที่อยู่รายรอบ ที่บางทีไม่ได้ตั้งใจจะไปซื้อเล้ย แต่ก็อาจจะห้ามใจไม่อยู่

ข้อเสียที่ผมไม่ชอบสำหรับการไปดูหนังตามโรงคือ เวลาที่มีคนเข้ามาตอนที่หนังเริ่มฉายไปแล้ว คือผมมักจะต้องหันไปดูซะทุกทีน่ะครับ(ผมเองก็เข้าสายหลายที) บางทีก็จะต้องเดินผ่านที่นั่งเราบ้าง เราก็ต้องยกขาหลบเพราะมันมืดแล้วที่ยังแคบด้วย
แล้วสมาธิในการดูก็จะขาดตอน
แล้วอาจจะมีคนที่ลุกไปเข้าห้องน้ำบ้าง แล้วยังมีการหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาคุยอีก
ถึงแม้จะไม่คุย แต่แค่ลืมปิด แล้วมันบังเอิญดังขึ้นมา มันก็เสียสมาธิละ
หรือบางทีไปดูหนังเด็กเข้า เจอกับพ่อแม่ที่พาลูกๆมาดู แต่ลูกก็ไม่อยากดูซะนี่ เลยร้องลั่นโรงก็มี บางทีแย่กว่านั้นที่หนังผู้ใหญ่แต่เด็กดันเข้ามาดูเพราะเมืองไทยไม่มีการจำกัดคนดู เด็กก็ร้องไห้สิครับเมื่อเจอกับฉากที่มันน่ากลัวๆ
แล้วยังมีบางครั้งที่คนนั่งข้างหลังเราเอาขามาดันเบาะที่เรานั่งบ้าง แม้จะไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็อดหงุดหงิดไม่ได้ซักที

แล้วค่าดูหนังแต่ละครั้งสมัยนี้ก็เป็นร้อยทั้งนั้น(อาจจะมีบ้างที่ไม่ถึงถ้ามีบัตรลด) ในขณะที่ราคา DVD ก็ลดลงเรื่อยๆสวนทางกัน (ผมตัด VCD ไปเลยครับ เพราะคุณภาพไม่ดี แล้วยังต้องมาเปลี่ยนแผ่นอีกด้วย)
ผมเลยรู้สึกว่าผมเริ่มที่จะชอบดูหนังอยู่กับบ้านมากกว่าซะแล้ว ด้วยเหตุผลที่ไม่มีสิ่งรบกวนต่างๆที่ผมกล่าวมา ถึงแม้ระบบเสียงจะไม่ได้ดีเลิศเหมือนโรงหนัง แต่ก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญสำหรับผมเท่าไหร่ ผมว่าแค่ระบบ 5.1 นี่ก็เริ่ดแล้วนะ
แล้วข้อดีของการซื้อDVD มาดูก็คือเราจะดูกี่รอบก็ได้ จะหยุดไว้ตรงไหนก็ได้ มีเวลามาวิเคราะห์ความงามของภาพ มีเวลามาดูองค์ประกอบต่างๆ (ผมชอบเป็นเวลาที่ดูโรงแล้วจะพลาดบางส่วนของภาพเพราะมัวไปมองจุดอื่นอยู่ซะนี่ แล้วบางทีก็จะต่อไม่ติด เลยดูไม่เข้าใจไปเลยก็มี) แถมยังมีเบื้องหลังให้ได้ดูอีกต่างหาก ถึงแม้จะได้ดูช้ากว่าฉายโรง แต่สมัยนี้ผมว่า DVD มันเริ่มทำออกมาเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ จนผมว่าอีกหน่อยอาจจะทำออกมาพร้อมกับที่ฉายในโรงเลยก็ได้
แล้วในอนาคตอันใกล้นี้สื่อชนิดใหม่ อย่างHD-DVD หรือ Blue-ray disk ก็กำลังจะมาแทนที่ DVD ด้วยความคมชัดของภาพระดับเดียวกับโรงภาพยนตร์ (แต่ก็ต้องใช้จอภาพระดับ Hi-Definition)
ดังนั้นผมเลยไม่เห็นถึงความคุ้มค่าในการออกไปดูหนังที่โรงอีกต่อไป

ล่าสุดมีเพื่อนร่วมตึกมาดูหนังที่ห้องผมอยู่บ่อยๆครับ(ผมดาวน์โหลดหนังไว้เยอะมาก) ผมยิ่งรู้สึกว่า เนี่ยแหละใช่เลย เพราะว่าบางทีเค้าดูแล้วไม่เข้าใจ ผมก็ย้อนกลับไปดูได้ หรือถ้าง่วงก็หยุดไว้ วันหลังมาดูกันต่อ แล้วพอเวลาปิดไฟ เห็นแค่จอมอนิเตอร์ ผมว่ามันก็ใกล้เคียงกับโรงหนังแล้วนะ แล้วเราจะเอาอาหารคาวมากินก็ไม่รบกวนใครด้วยสิครับ

3 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ดูดีวีดีที่บ้านมันก็สบายกว่าจริงๆ แหละนะ แต่ของเราจะสวนทางกับด๋อยหน่อย ตรงที่ว่า ถ้าดูที่บ้านเนี่ย อย่าหวังว่าจะมีสมาธิอยู่กับหนังได้เต็มที่ เพราะบรรดาสมาชิกในบ้านและสิ่งแวดล้อมรอบตัวมันกวนเหลือเกิน ต่างกับในโรง (ที่ถ้าไม่โชคร้ายเจอคนไม่มีมารยาทหรือเคสต่างๆ แบบที่ด๋อยว่าไว้)

แต่ถ้าดูแบบส่วนตัวๆ ได้ ก็จะเริ่ดเลย เรื่องดูเร็วดูช้าเราไม่เกี่ยงอยู่แล้ว

dogdoy กล่าวว่า...

ส่วนใหญ่เรานั่งดูคนเดียวเลยไม่ค่อยจะมีปัญหา บางทีเอาหูฟังเสียบฟังคนเดียวเลย เสียงดังดีไม่รบกวนใครด้วย:)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ข้อที่ทำให้ปกติอยากไปดูที่โรง
1. อยากดูเรื่องนั้นจริงๆ อุดหนุนหน่อย
2. ได้ in trend
3. ได้บรรยากาศ

หลังๆไม่ค่อยไปดูที่โรง เพราะขี้เกียจ... :\