ผมมานั่งคิดว่าที่อเมริกาเนี่ย เค้าไม่จำกัดวัยของการศึกษาได้ เพราะที่นี่เค้าไม่มีเรื่องของอายุมาเกี่ยวข้องในการที่จะเป็นเพื่อนกัน คือเวลารู้จักกัน จะอายุมากหรือน้อยกว่ายังไงก็เรียกชื่อกันอย่างเดียว เลยไม่เกิดความแตกต่างทางด้านอายุ ทุกคนเท่าๆกัน
แต่ที่ประเทศไทยเรา อายุที่ต่างกันแค่เพียงปีสองปีก็มีผลในการเรียกชื่อกัน คำว่า"พี่"ถูกใช้ในการนำหน้าชื่อ เพื่อแสดงความมีอาวุโสกว่า การจะทำอะไรที่เกินหน้าเกินตาผู้ที่อาวุโสกว่าถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสม
แล้วการศึกษาเล่าเรียนของคนไทยส่วนใหญ่จะมีแค่ช่วงแรกๆของชีวิตเท่านั้น คือเรียนรวดเดียวยาวไปจนจบให้ได้สูงที่สุดที่ตัวเองต้องการ
ซึ่งบางครั้งนักศึกษาในระดับปริญญาตรียังไม่รู้เลยว่าจริงๆตัวเองอยากจะเรียนอะไร แล้วก็ต้องมาเสียเวลา ๔-๕ ปีเรียนในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ
นี่อาจจะเป็นผลมาจากค่านิยมของในปริญญาที่เป็นสิ่งจำเป็นในการสมัครงานในเมืองไทย ทำให้เด็กที่มีความสนใจในอาชีพต่างๆไม่สามารถที่จะลองทำอาชีพนั้นๆก่อนได้
แล้วการที่คนไทยคนหนึ่งต้องหยุดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา แล้วจะกลับมาศึกษาต่ออีกครั้งเป็นเรื่องที่ลำบากพอสมควร เพราะมันเลยวัยที่สังคมเราสร้างกรอบเอาไว้
ในประเทศไทยผมรู้สึกว่าใครที่เรียนจบสูงๆได้ด้วยอายุที่น้อยจะเป็นคนที่เก่ง ยิ่งน้อยเท่าไหร่ยิ่งดี ดังนั้นพ่อแม่จึงพยายามยัดเยียดการเรียนพิเศษสารพัดวิชา (ซึ่งบรรดาโรงเรียนกวดวิชาในเมืองไทยก็เยอะเหลือเกิน) เพื่อให้ลูกเรียนได้เก่งที่สุด จนละเลยกิจกรรมต่างๆที่เด็กๆควรจะได้ศึกษาและเรียนรู้ไปด้วยพร้อมๆกัน
เพราะประสบการณ์ชีวิตต่างๆไม่มีผลต่อหน้าตาทางสังคมในเมืองไทย
สังคมไทยสร้างแบบแผนของชีวิตที่สมบูรณ์แบบเอาไว้ว่า เมื่อถึงอายุเท่านี้ต้องเรียนหนังสือ ต้องเรียนให้เก่งที่สุด กิจกรรมอย่างอื่นไม่สำคัญกับชีวิตเท่ากับใบปริญญา เมื่อเรียนจบแล้วก็หางานที่ให้เงินดีดี ทำงานเก็บเงิน ปลูกบ้าน ซื้อรถ แต่งงาน มีครอบครัว เลี้ยงลูก
แล้วก็วนอยู่อย่างนี้ เหมือนทางเลือกของชีวิตเรามันน้อยมาก
ผมรู้สึกว่าในเมืองไทยถ้าใครที่อายุเลย ๓๐ ไปแล้วจะไปเรียนปริญญาตรี จะเป็นเรื่องที่แปลก และดูจะไม่ค่่อยมีใครยอมรับในสังคมไทย ทั้งๆที่ความตั้งใจในการเรียนอาจจะมากกว่าคนที่อายุ ๑๘ เสียอีก การที่เป็นคนที่อายุมากที่สุดในชั้นเป็นปมด้อยอันนึงที่สังคมมอบให้ ถ้าเค้าไม่คิดว่ามันเป็นปมด้อยเสียได้ ก็คงจะสบาย
ผมเคยโทรศัพท์ไปสอบถามที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งถึงหลักสูตรปริญญาตรี แต่พอเค้ารู้ว่าผมจบตรีแล้ว เค้าแนะนำให้ผมเลือกเรียนปริญญาโทในสาขาที่ผมไม่ได้อยากเรียนแทน
ซึ่งผมว่ามันไม่เห็นจำเป็นเลยที่จบตรีแล้วจะต้องต่อโท
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

1 ความคิดเห็น:
เห็นด้วยทั้งหมด !
แสดงความคิดเห็น