25480815

ดูคนญี่ปุ่นเค้าทำสิครับ

ผ่านไปเจอจากเว็บ
http://www.akihabaranews.com/en/news_10031.html
แล้วก็ลิ้งค์ต่อไปที่เว็บ
http://www.dannychoo.com/....s+roaming+Japan/
จนไปจบเอาที่เว็บ
http://monkeyfarm.cocolog-nifty.com/....ex.html



อ ่านไม่ออกหรอกครับ แต่เค้าลงรูปเอาไว้ให้ดูขั้นตอนต่างๆที่เค้าทำ เห็นแล้วอดชื่นชมในความพยายามไม่ได้ แล้วทำออกมาได้สวยถูกสัดส่วนเหมือนในการ์ตูนเป๊ะเลย แต่รู้สึกแหล่งข่าวแรกจะไม่ได้บอกชื่อหุ่นตัวนี้
รู้สึกจะเป็นรุ่น ScopeDog มาจากชื่อเรื่อง Votoms นี่แหละครับ ผมไม่เคยได้อ่านหรือดูเรื่องนี้แบบเต็มๆ เคยเห็นในหนังสือแค่บางตอน ซึ่งก็จำเนื้อเรื่องอะไรไม่ได้ แต่รู้ว่าหุ่นมันออกแบบได้แปลกแหวกแนวจากเรื่องอื่น
ค่อนข้างจะอิงความเป็นจริงมากที่สุดแล้วหล่ะมั๊ง

The image “http://www.marcsmodels.com/images/Votoms/Details/Brutishdog-Details.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.
นี่โมเดลจำลองของมัน แต่รู้สึกจะคนละตัว แต่คล้ายๆกัน

เ ห็นแล้วก็เกิดพลังดีครับ เมื่อก่อนผมก็เคยทำกันดั้มจากกระดาษค่อยๆสร้างทีละชิ้นๆมาต่อๆกัน สร้างยานแม่ให้มันด้วย ใส่กันดั้มไว้ข้างใน สุดท้ายวางไว้หลังตู้ ยายเห็น นึกว่าขยะ(เพราะสภาพมันก็คล้ายๆ) ก็เลยจับใส่ยานแม่ที่มารับขยะตอนเช้ามืดให้ แต่ก็ดีครับที่ทิ้งไป เสียดายที่ยังไม่เคยได้มีรูปถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึกเท่านั้นเอง

นี่เลยเกิดอารมณ์อยากจะสร้างอะไรขึ้นมาอีกละ แหะๆ
เ พราะตอนเรียน Stop-Motion Animation เคยสร้างหุ่นไว้ตัวนึงเหมือนกัน เพื่อเอามาใช้อนิเมท สร้างจากเศษวัสดุเหลือใช้(บางอย่างเลือกมาใช้) ดูแล้วก็ได้อารมณ์เก่าๆตอนที่พยายามสร้างมันขึ้นมาดีเหมือนกัน


แต่จริงๆโปรเจคที่ว่าจะทำคือ ทำโมเดลรถ Shelby GR-1 นี่นา..
อ๊ะ แล้ว Thesis ล่ะ ไปทำต่อดีก่า... :28:

25480802

เบื่อ 3-D animation กันบ้างไหมครับ

ช่วงนี้ผมว่าผมเบื่อมันหล่ะ
ผมรู้สึกว่า 3-D animation มันกลายเป็นกระแสอย่างนึงไปแล้ว
อะไรๆก็ 3-D animation เห็นเยอะๆเข้าชักเริ่มเบื่อ
จนตอนนี้งานที่ทำค้างไว้ชักจะไม่อยากทำต่อ เพราะว่าถ้างานมันทำออกมา มันก็จะมาเป็น 3-D animation อีกหนึ่งเรื่อง ซึ่งก็มีเกลื่อนไปหมด ยิ่งสมัยนี้เทคโนโลยีพัฒนาไปมากจนทำอะไรๆก็เหมือนหรือใกล้ของจริงเข้าไปทุกข ณะ (จริงๆแล้วเพราะผมทำได้ไม่ดีเท่าเค้าอ่ะแหละ เลยต้องฉีกแนว อิอิ)
เห็นเค้าพยายามจะหนีความเป็น 3D ด้วยการเอาการ render แบบการ์ตูนมาใช้ แต่มันก็ยังดูแข็งอยู่ดีนะ
ผมว่ามันดูสมบูรณ์แบบเกินไป

แล้วกระแสของหนังฮอลลีวู้ดมันก็เป็นกระแสหลักของวงการหนังไปแล้ว ทุกคนดำเนินรอยตามกันไปหมด ด้วยความเชื่อว่าทำแบบนั้นแล้วจะเจ๋ง
ผมก็ไม่เถียงนะว่ามันเจ๋ง ก็ชอบดู ตื่นตาตื่นใจจริงๆ เทคนิคอลังการ เนี๊ยบ เหมือนจริงสุดยอด แต่มันดีจริงหรือ? เหมาะสมแล้วจริงหรือ?

ที่เกิดความรู้สึกนี้ขึ้นมาก็เพราะไปอ่านบทสัมภาษณ์ของผู้กำกับหนังเรื่อง ฟ้าทะลายโจร และ หมานคร วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง

มีเด็ดๆที่อ่านแล้วได้คิดก็เช่น

" ...เคยมีคำถามว่า ศิลปโมเดิร์นแบบไทย หน้าตาเป็นอย่างไร เพราะทุกวันนี้เวลาที่เราจะทำงานศิลปะให้ดูทันสมัย ไม่ว่าภาพยนตร์หรือดนตรี มักจะต้องพยายามทำให้ออกมาดูเป็นตะวันตกมากที่สุด จนแทบจะจำกัดความได้ว่า ความเป็นไทย คือ เชย และความเป็นตะวันตก คือ ทันสมัย

...ภาพยนตร์เรื่อง หมานคร ( Citizen dog ) เป็นความพยายามในการทดลองว่า ความทันสมัยแบบไทย แบบที่มาจากรากเหง้าของเราเอง ควรจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร เมื่อไหร่เราถึงจะมีสไตล์เป็นของตัวเราเองโดยไม่ต้องพึ่งพารูปแบบของตะวันตก เมื่อไหร่เราถึงจะภูมิใจในความเป็นไทยได้โดยไม่อายใคร เวลาที่เราไปยืนบนแผนที่โลกของภาพยนตร์ด้วยหน้าตาของเราเอง ไม่ต้องมีหน้าตาเหมือนภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดแบบทุกวันนี้

...เราอาจจะไม่สามารถทำสำเร็จได้ด้วยภาพยนตร์เรื่องเดียว แต่อย่างน้อยเราก็ได้เริ่มต้นทดลอง เริ่มต้นที่จะคิดค้นหารูปแบบ มันอาจจะไม่สำเร็จภายในระยะเวลาอันใกล้ แต่ถ้าคนไทยทุกคนช่วยกันคิดค้นโดยเฉพาะคนที่ทำงานด้านศิลปะ ผมเชื่อว่าเราจะสามารถสร้างสไตล์ของเราขึ้นมาเองได้ เหมือนที่ญี่ปุ่นทำสำเร็จมาแล้ว ทุกวันนี้ญี่ปุ่นมีสไตล์โมเดิร์นที่เป็นของตัวเอง และกำลังแผ่อิทธิพลไปสู่ตะวันตกอย่างน่าภาคภูมิใจ

...ผมเชื่อว่าคนไทยทำได้ ถ้าทุกคนช่วยกันคิด และเอาจริงกับมัน "

ผมว่าโดนมากคือ ถ้าเราเดินตามสูตรสำเร็จแบบฮอลลีวู้ดเราก็เป็นแค่ผู้ตาม แล้วเราก็จะถูกวัฒนธรรมแบบตะวันตกกลืนเอาความเป็นตัวเราเข้าไป สุดท้ายอะไรไทยๆมันก็หายไป

อ่านวิจารณ์หนังเรื่อง เฉิ่ม โดยคุณยัติภังค์

"เฉิ่ม... ผลงานกำกับเรื่องที่สองของ คงเดช จาตุรันต์รัศมี ก็ชวนให้นึกถึงตัวเอกใน Taxi Driver เพียงแต่มาในอีกบุคลิก สมบัติ ดีพร้อม(เพชรทาย วงศ์คำเหลา - หม่ำ จ๊กมก) ตัวเอกในเรื่องนี้เป็นคนขับแท๊กซี่ที่ยังพิสมัยในบทเพลงลูกกรุงของสุนทราภรณ ์ จากรายการวิทยุสถานี เอ.เอ็ม. และฟังละครวิทยุ อย่างไม่สนใจต่อความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย อีกทั้งยังฟังต่อในห้องพักด้วยวิทยุทรานซิสเตอร์ รวมถึงนิยมข้าวของเครื่องใช้ที่พ้นความนิยมไปแล้ว "

ผมรู้สึกว่าเราไม่เห็นจะต้องไปบ้าตามพว กตะวันตก บ้าเทคโนโลยีบ้าๆบอๆ ที่มันเกิดขึ้นบนโลกนี้ทุกวันๆก็มีชีวิตอยู่ได้นี่ เพียงแต่เรารู้จักที่จะหยิบรู้จักเลือกมาใช้ให้เข้ากับชีวิตความเป็นอยู่ของ เรามันก็พอแล้ว
การจะไปบ้าตามเทคโนโลยีใหม่ๆ โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ ที่มีความสามารถล้านเจ็ดอย่าง แต่ใช้แค่โทรออกกับรับสาย ดูเหมือนเราถูกกระแสสังคมยุคเศรษฐกิจเข้าครอบงำจนไม่สามารถที่จะกลับมามองคว ามเป็นจริงได้ซะแล้ว

อยากให้ลองไปฟังการสนทนาธรรมที่ลิ้งค์นี้ด้วยครับ
'หลวงปู่พุทธะอิสระ' ชี้ชาวพุทธงมงายคือสัญญาณหายนะของสังคมปัญญา

ได้ข้อคิดหลายๆอย่างที่น่าสนใจ เมื่อก่อนผมก็คิดนะว่าพระเนี่ย จะไหวหรือศึกษาแต่คำสอนของพระพุทธเจ้า
แล้วจะฉลาดได้อย่างไร แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนความคิดละ เพราะมันเป็นเหมือนการศึกษาของพระจะเป็นเรื่องที่จำเป็นกับชีวิตเสียมากกว่า ความรู้ที่เราร่ำเรียนกันมาหลายเท่านัก
เรียนสูงแค่ไหนถ้าไม่รู้จักหลักธรรมะที่จะเอามาควบคุมจิตใจ ก็คงไม่สามารถมีความสุขที่แท้จริงได้แน่



ตอนนี้เลยอยากหาอะไรใหม่ๆที่ไม่ใช่ที่เคยเห็นจากสูตรสำเร็จต่างๆ ความงาม ความเจ๋งที่เคยเห็นจนชินตา
มองหาอะไรเก่าๆ แต่ไม่ใช่ลายไทยแน่ๆ ผมว่ามันเป็นอะไรที่ไทยนะ แต่ง่ายเกินไปถ้าจะเอามาใช้ตรงๆ
ตอนนี้อยากทำงานเป็น 2D ซะแล้วหล่ะ ว่าแต่ มันจะกินเวลานานแค่ไหนฟระ.. ว่าแล้วเริ่มลุยเลยดีก่า

ความงาม ความเจ๋ง ไม่ได้มีกฏตายตัวนี่นา...เนอะ

25480708

ประโยคเจ๋งๆจาก Fortune cookie

" Keep your face to the sun and you will never see the shadows. "

" หันหน้าไปหาพระอาทิตย์เข้าไว้ แล้วคุณจะไม่ต้องเห็นเงา(ความมืดมิด) "

ความหมายตามที่เข้าใจประมาณว่า มองไปทางแสงสว่างเข้าไว้ แล้วเราจะไม่เห็นความมืด
คืออย่าไปมองถึงปัญหา ให้มองหาทางแก้ปัญหา

ได้มาจากกระดาษใน fortune cookie ที่ไปกินที่ร้านจีนมา แล้วเป็นเรื่องแปลกอีกอย่างนึงคือ fortune cookie จะมีในทุกๆร้านจีนในอเมริกา หลายคนอาจจะคิดว่าไปเมืองจีนคงได้เจอแบบนี้เหมือนกัน แต่เปล่าเลย มันมีแค่ในอเมริกานี่แหละ เอิ๊กๆ.. ตลกดี

อ้อ สำหรับคนที่สงสัยว่า fortune cookie คืออะไร
มันคือคุ้กกี้ที่ร้านอาหารจีนในอเมริกาเค้าจะแจกให้กับลูกค้าหลังจากที่จ่ายเงินแล้ว แล้วในคุ้กกี้นั้น
มันจะมีกระดาษแผ่นเล็กๆซ่อนอยู่ จะมีประโยคดีดี หรือประโยคที่ทำนายดวงชะตาของคุณ
บางอันก็จะมีสอนภาษาจีนด้วย แล้วก็มักจะมีเลขเด็ดๆ(มั่วๆ)มาให้คนที่เปิดออกมาเอาไปซื้อลอตโต้ เสี่ยงดวง

อยากเข้าไปลุ้นประโยค(ขำๆ)ใน fortune cookie เข้าไปที่
http://www.new-year.co.uk/chinese/cookie.cfm

มีรูปฮาๆเกี่ยวกับ fortune cookie มาฝาก

25480701

ความสุขของชีวิตอยู่ที่ไหน





ความสุขของชีวิตอยู่ที่ไหน?

เคยตั้งคำถามแบบนี้กับตัวเองไหมครับ

ผมเองถามตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่าเราเกิดมาเพื่อทำอะไร? ผมเองก็ยังหาคำตอบให้กับคำถามนี้ไม่ได้

ผมรู้แต่ว่าอยากให้ตัวเองมีความสุข อยากสบาย แล้วความสุขของชีวิตอยู่ที่ไหนกันนะ?

รวย? มีบ้านหลังใหญ่? มีรถคันแพงนับสิบ? มีข้าทาสบริวาร?

ได้ฟังการสัมภาษณ์ของคุณ ฐิตินาถ ณ พัทลุง ในรายการเจาะใจ ตอนนึง ใจความว่า
ค ุณอ้อย(ชื่อเล่นคุณฐิตินาถ)เคยซื้อรถเบนซ์ได้ตอนอายุ 22 ปี ด้วยเงินของตัวเอง มันเป็นรถที่คุณอ้อยอยากได้มาก แต่พอคุณอ้อยเค้าซื้อมันแล้ว ความอยากได้มันหายไปเลย เค้าบอกว่ามันหมดลงตรงนั้นทันที

นั่นแสดงให้เห็นว่า ความรวยของเราคงไม่ได้ทำให้เรามีความสุข

ผ มกลับมามองตัวเองบ้าง ผมอยากได้ อยากมี เยอะมาก อยากจะมีรถโมเดลสวยๆ อยากจะมีคอมพิวเตอร์ อยากจะมีของเล่นต่างๆ แต่หลังจากที่ผมซื้อมันมาได้แล้ว มันจบ คือความสวยงามของมันพอมาถึงมือผมจริงๆแล้ว เพียงชั่วเวลาหนึ่งความรู้สึกปลาบปลื้มอยากจะได้ อยากจะมี มันหมดลงไป
ปัจจุบันมันก็ถูกเก็บอยู่แต่ในกล่อง รอวันที่จะเอามาหยิบขึ้นมาดู มาชม ซึ่งก็นานน้าน ทีนึง

ความสุขของผมเพียงชั่ววูบที่ได้ครอบครองมันก็คงเป็นความสุขที่ไม่แท้อย่างงั้นน่ะสิ

ผ มเริ่มมองสิ่งต่างๆรอบตัว แล้ววิเคราะห์ไปทีละอย่าง พบว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมพยายามหาซื้อมันมาเพียงเพื่อความสุขชั่วครู่ที่ไม ่ถาวรเท่านั้นเอง

ตอนนี้ผมคิดที่จะขายของที่ผมสู้อุตส่าห์เฝ้ารอคอยเพื่อที่จะให้ได้มันมาครอบครองออกไปละครับ
ผมรู้สึกว่า การที่มีมันไว้ในครอบครองมากๆอย่างนี้ ทำให้ผมเกิดความทุกข์

ผ มจะต้องขนย้ายมันกลับเมืองไทยน่ะครับ มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆที่จะขนรถเหล็กพร้อมกล่องขนาด 1:18 จำนวนมากกว่า 20 คัน กลับไทย มันต้องใช้กล่องที่ใหญ่มากครับ และหลายกล่องด้วยสิ

ผมอาจจะเก็บมันไว้่บางคัน แต่คงไม่ทั้งหมด

ผ มนึกย้อนกลับไปถึงวันที่ผมอยู่ในวัยเรียน ตอนนั้นผมไม่มีรายได้อะไร(ยังกะตอนนี้มีงั้นน่ะ) ผมไปที่ห้างเซ็นทรัลทุกครั้ง ผมต้องไปยืนดูรถเหล็กที่เค้าจัดโชว์เอาไว้สวยงามทุกครั้ง และครั้งละนานๆ
ผ มมีความสุขมากๆที่ได้ทำแบบนั้น แต่หลังจากที่ผมสามารถซื้อพวกมันมาเก็บเอาไว้ที่บ้าน เป็นสมบัติส่วนตัวได้แล้ว มันกลับไม่ได้ความสุขแบบนั้นอีก แล้วผมยังจะต้องหาที่เก็บพวกมันเพื่อไม่ให้มันมีฝุ่นมาจับ จะโชว์ก็ไม่กล้าเอาจากกล่องกลัวมันจะบุบ กลัวมันจะเสีย มันทุกข์ไปซะทุกอย่าง
แบบนี้ผมน่าจะเก็บมันเอาไว้ไหมนะ?

ยังมีอีก หลายประเด็นที่คุณอ้อยเค้าพูดเอาไว้ในเว็บนั้นครับ เป็นประเด็นที่น่าสนใจ และเข้าใจได้ง่ายด้วยการยกตัวอย่างจากสิ่งที่คุณอ้อยเรียนรู้และพบเห็นมา

ผมอยากให้ทุกคนได้ฟังครับ และอยากให้ทุกคนลองพิจารณาดูด้วยว่า สิ่งที่คุณอ้อยพูดนั้นเป็นจริงอย่างที่คุณอ้อยว่าหรือเปล่า

ต ัวผมคงจะไม่ได้มุ่งศึกษาทางธรรมแบบคุณอ้อย เพราะผมยังคงติดกับทางโลกมากกว่า ยังมีหลายอย่างในทางโลกที่ผมอยากจะรู้ ซึ่งปลายทางทั้งหมดมันอาจจะไปจบที่ทางธรรมก็ได้

แต่ผมอยากขอบคุณคุณอ้อยครับ ที่ได้บอกกล่าวสิ่งดีดี ช่วยเตือนสติผม ให้คิด ให้มอง ทุกอย่างอย่างมีสติ
ใช้ปัญญาในการตัดสินปัญหา

อ้อ ต้องขอบคุณ joob ด้วยครับ คนสำคัญที่แนะนำเว็บดีดีมาให้ผมได้ฟัง



ข้อคิดดีดีบางส่วนที่ได้จากบทสนทนาในรายการเจาะใจครับ
(ที่มา http://www.jsl.co.th/index.php?dmu=society&d=4&d2=5)

" ทุกวันนี้ เราจะใช้ชีวิต เหมือนกับเหลือเวลาของชีวิตเพียง 7 วัน "

" ตอนนี้ทุกอย่าง มันเป็นของสำเร็จรูปไปหมด แต่ชีวิตมันไม่สำเร็จรูป มันต้องปรุงแต่งเอง "

" ชีวิตต้องประณีต ถ้าเราทำแบบคร่าวๆ มันก็ได้ชีวิตแค่คร่าวๆไม่จีรัง "

" สิ่งที่ทำให้เรามีทุกข์คือ ความคิดของเรา และถ้าต้นตอของความทุกข์คือความคิด ดังนั้นเราต้องรู้ทันความคิดเราก่อน "

" คนเรา ถ้าหัวใจเปลี่ยน ทัศนะคติ มุมมอง วิถีชีวิตเปลี่ยนหมด "

" ที่บ้านนอก เวลาจะจับลิง จะเอามะพร้าวมาเจาะรูแล้วใส่ถั่วเข้าไป พอลิงได้กลิ่น ก็เข้ามาหยิบ ถ้ากำไว้ดึงมือออกจากมะพร้าว ก็ติด คนเห็นก็จะบอกว่า ลิงมันโง่จริงๆ ทำไมไม่ปล่อยมือออก ก็เป็นอิสระแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ที่เราทุกข์กับมัน เพราะเรากำลังกำบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ "


25480630

นึกว่าเม้าส์มันเอ๋อ ที่ไหนได้เป็นเพราะแผ่นรองเม้าส์

ซื้อเม้าส์ของ Microsoft มาใช้ จาก eBay เป็นเม้าส์มือสองสภาพดีทีเดียว เป็น Optical Wireless
( แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยชอบเม้าส์แบบ Wireless เลย มันหนักเพราะต้องมีแบตเตอรี่ เคยเห็นเค้าบอกว่ามีเม้าส์ไรสายแบบไม่มีแบตแล้วนะ แต่มันยังแพงอยู่มาก แต่มันต้องใช้กับตัว pad ของมัน)
ตอนที่ซื้อมาใช้ เอามาใช้บนที่รองเม้าส์ที่มันมีที่รองข้อมือด้วย เพราะว่าเป็นคนที่ใช้งานเม้าส์นานๆ แล้วชอบมีปัญหาเจ็บข้อมือ ไอ้เจ้านี่ช่วยได้เยอะมาก ใครใช้นานๆหามาลองก็ดีครับ


แต่ว่าพอใช้ๆไป เม้าส์มันเอ๋อๆครับ คือพอยกเม้าส์ขึ้นนิดนึง ลูกศรมันก็จะเด้งไปมุมซ้ายบนทันทีเลย เป็นบ่อยมาก แล้วยิ่งเวลารีบๆมันก็จะเป็นบ่อยเชียว ทำให้เสียอารมณ์ได้เลย ทนใช้มันมานานมากครับ หลายเดือนเลยหล่ะ เพราะคิดว่ามันเป็นที่เม้าส์มือสอง มันคงจะเอ๋อๆ
วันก่อนไปสั่งซื้อที่รองเม้าส์แบบนี้มาอีกครับ จะเอามาใช้กับเครื่อง notebook อีกเครื่อง ซึ่งก็เป็นของยี่ห้อเดียวกันเลยครับ แต่คนละสี เอามาลองใช้กับ Optical mouse เช่นกัน ปรากฏว่าเป็นเหมือนกันเลย ทั้งๆที่เป็นเม้าส์คนละตัวกัน อ้าววว ! ไหงงั้นล่ะ เม้าส์ห่วยอีกแล้วรึ?

เลยลองเอาเม้าส์ไปวางบนโต๊ะเพรียวๆ อ้าว วิ่งลื่นเชียว ไม่มีกระโดดเลย งั้นไหนไปลองกับตัวเก่าซิ
อ้าวววววว ลื่นเลยทีนี้ ไม่มีกระโดดให้เห็น เวงกัม... โง่นี่...

แต่ว่าไอ้ครั้นจะไม่รองข้อมือมันก็ไม่ได้ เพราะถ้าแนบกับโต๊ะตรงๆนี่มีปวดข้อมือแน่ๆ ก็เลยตัดสินใจทำการตัดตรงส่วนที่รองรับข้อมือออกจากตัว mouse pad เลยครับ เพราะว่าอันนี้มันเก่ามากแล้ว ตัว pad ก็เริ่มๆจะหลุดๆ
ตอนนี้ก็วางเม้าส์บนโต๊ะ แล้วก็มีที่รองข้อมือด้วย เย้ perfect!

http://discountofficeitems.zoovy.com/
เว็บที่ผมไปซื้อที่รองเม้าส์ครับ ที่นี่ของถูกๆเต็มเลย ถ้าไม่คิดมากเรื่องยี่ห้อนะ