25480708

ประโยคเจ๋งๆจาก Fortune cookie

" Keep your face to the sun and you will never see the shadows. "

" หันหน้าไปหาพระอาทิตย์เข้าไว้ แล้วคุณจะไม่ต้องเห็นเงา(ความมืดมิด) "

ความหมายตามที่เข้าใจประมาณว่า มองไปทางแสงสว่างเข้าไว้ แล้วเราจะไม่เห็นความมืด
คืออย่าไปมองถึงปัญหา ให้มองหาทางแก้ปัญหา

ได้มาจากกระดาษใน fortune cookie ที่ไปกินที่ร้านจีนมา แล้วเป็นเรื่องแปลกอีกอย่างนึงคือ fortune cookie จะมีในทุกๆร้านจีนในอเมริกา หลายคนอาจจะคิดว่าไปเมืองจีนคงได้เจอแบบนี้เหมือนกัน แต่เปล่าเลย มันมีแค่ในอเมริกานี่แหละ เอิ๊กๆ.. ตลกดี

อ้อ สำหรับคนที่สงสัยว่า fortune cookie คืออะไร
มันคือคุ้กกี้ที่ร้านอาหารจีนในอเมริกาเค้าจะแจกให้กับลูกค้าหลังจากที่จ่ายเงินแล้ว แล้วในคุ้กกี้นั้น
มันจะมีกระดาษแผ่นเล็กๆซ่อนอยู่ จะมีประโยคดีดี หรือประโยคที่ทำนายดวงชะตาของคุณ
บางอันก็จะมีสอนภาษาจีนด้วย แล้วก็มักจะมีเลขเด็ดๆ(มั่วๆ)มาให้คนที่เปิดออกมาเอาไปซื้อลอตโต้ เสี่ยงดวง

อยากเข้าไปลุ้นประโยค(ขำๆ)ใน fortune cookie เข้าไปที่
http://www.new-year.co.uk/chinese/cookie.cfm

มีรูปฮาๆเกี่ยวกับ fortune cookie มาฝาก

25480701

ความสุขของชีวิตอยู่ที่ไหน





ความสุขของชีวิตอยู่ที่ไหน?

เคยตั้งคำถามแบบนี้กับตัวเองไหมครับ

ผมเองถามตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่าเราเกิดมาเพื่อทำอะไร? ผมเองก็ยังหาคำตอบให้กับคำถามนี้ไม่ได้

ผมรู้แต่ว่าอยากให้ตัวเองมีความสุข อยากสบาย แล้วความสุขของชีวิตอยู่ที่ไหนกันนะ?

รวย? มีบ้านหลังใหญ่? มีรถคันแพงนับสิบ? มีข้าทาสบริวาร?

ได้ฟังการสัมภาษณ์ของคุณ ฐิตินาถ ณ พัทลุง ในรายการเจาะใจ ตอนนึง ใจความว่า
ค ุณอ้อย(ชื่อเล่นคุณฐิตินาถ)เคยซื้อรถเบนซ์ได้ตอนอายุ 22 ปี ด้วยเงินของตัวเอง มันเป็นรถที่คุณอ้อยอยากได้มาก แต่พอคุณอ้อยเค้าซื้อมันแล้ว ความอยากได้มันหายไปเลย เค้าบอกว่ามันหมดลงตรงนั้นทันที

นั่นแสดงให้เห็นว่า ความรวยของเราคงไม่ได้ทำให้เรามีความสุข

ผ มกลับมามองตัวเองบ้าง ผมอยากได้ อยากมี เยอะมาก อยากจะมีรถโมเดลสวยๆ อยากจะมีคอมพิวเตอร์ อยากจะมีของเล่นต่างๆ แต่หลังจากที่ผมซื้อมันมาได้แล้ว มันจบ คือความสวยงามของมันพอมาถึงมือผมจริงๆแล้ว เพียงชั่วเวลาหนึ่งความรู้สึกปลาบปลื้มอยากจะได้ อยากจะมี มันหมดลงไป
ปัจจุบันมันก็ถูกเก็บอยู่แต่ในกล่อง รอวันที่จะเอามาหยิบขึ้นมาดู มาชม ซึ่งก็นานน้าน ทีนึง

ความสุขของผมเพียงชั่ววูบที่ได้ครอบครองมันก็คงเป็นความสุขที่ไม่แท้อย่างงั้นน่ะสิ

ผ มเริ่มมองสิ่งต่างๆรอบตัว แล้ววิเคราะห์ไปทีละอย่าง พบว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมพยายามหาซื้อมันมาเพียงเพื่อความสุขชั่วครู่ที่ไม ่ถาวรเท่านั้นเอง

ตอนนี้ผมคิดที่จะขายของที่ผมสู้อุตส่าห์เฝ้ารอคอยเพื่อที่จะให้ได้มันมาครอบครองออกไปละครับ
ผมรู้สึกว่า การที่มีมันไว้ในครอบครองมากๆอย่างนี้ ทำให้ผมเกิดความทุกข์

ผ มจะต้องขนย้ายมันกลับเมืองไทยน่ะครับ มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆที่จะขนรถเหล็กพร้อมกล่องขนาด 1:18 จำนวนมากกว่า 20 คัน กลับไทย มันต้องใช้กล่องที่ใหญ่มากครับ และหลายกล่องด้วยสิ

ผมอาจจะเก็บมันไว้่บางคัน แต่คงไม่ทั้งหมด

ผ มนึกย้อนกลับไปถึงวันที่ผมอยู่ในวัยเรียน ตอนนั้นผมไม่มีรายได้อะไร(ยังกะตอนนี้มีงั้นน่ะ) ผมไปที่ห้างเซ็นทรัลทุกครั้ง ผมต้องไปยืนดูรถเหล็กที่เค้าจัดโชว์เอาไว้สวยงามทุกครั้ง และครั้งละนานๆ
ผ มมีความสุขมากๆที่ได้ทำแบบนั้น แต่หลังจากที่ผมสามารถซื้อพวกมันมาเก็บเอาไว้ที่บ้าน เป็นสมบัติส่วนตัวได้แล้ว มันกลับไม่ได้ความสุขแบบนั้นอีก แล้วผมยังจะต้องหาที่เก็บพวกมันเพื่อไม่ให้มันมีฝุ่นมาจับ จะโชว์ก็ไม่กล้าเอาจากกล่องกลัวมันจะบุบ กลัวมันจะเสีย มันทุกข์ไปซะทุกอย่าง
แบบนี้ผมน่าจะเก็บมันเอาไว้ไหมนะ?

ยังมีอีก หลายประเด็นที่คุณอ้อยเค้าพูดเอาไว้ในเว็บนั้นครับ เป็นประเด็นที่น่าสนใจ และเข้าใจได้ง่ายด้วยการยกตัวอย่างจากสิ่งที่คุณอ้อยเรียนรู้และพบเห็นมา

ผมอยากให้ทุกคนได้ฟังครับ และอยากให้ทุกคนลองพิจารณาดูด้วยว่า สิ่งที่คุณอ้อยพูดนั้นเป็นจริงอย่างที่คุณอ้อยว่าหรือเปล่า

ต ัวผมคงจะไม่ได้มุ่งศึกษาทางธรรมแบบคุณอ้อย เพราะผมยังคงติดกับทางโลกมากกว่า ยังมีหลายอย่างในทางโลกที่ผมอยากจะรู้ ซึ่งปลายทางทั้งหมดมันอาจจะไปจบที่ทางธรรมก็ได้

แต่ผมอยากขอบคุณคุณอ้อยครับ ที่ได้บอกกล่าวสิ่งดีดี ช่วยเตือนสติผม ให้คิด ให้มอง ทุกอย่างอย่างมีสติ
ใช้ปัญญาในการตัดสินปัญหา

อ้อ ต้องขอบคุณ joob ด้วยครับ คนสำคัญที่แนะนำเว็บดีดีมาให้ผมได้ฟัง



ข้อคิดดีดีบางส่วนที่ได้จากบทสนทนาในรายการเจาะใจครับ
(ที่มา http://www.jsl.co.th/index.php?dmu=society&d=4&d2=5)

" ทุกวันนี้ เราจะใช้ชีวิต เหมือนกับเหลือเวลาของชีวิตเพียง 7 วัน "

" ตอนนี้ทุกอย่าง มันเป็นของสำเร็จรูปไปหมด แต่ชีวิตมันไม่สำเร็จรูป มันต้องปรุงแต่งเอง "

" ชีวิตต้องประณีต ถ้าเราทำแบบคร่าวๆ มันก็ได้ชีวิตแค่คร่าวๆไม่จีรัง "

" สิ่งที่ทำให้เรามีทุกข์คือ ความคิดของเรา และถ้าต้นตอของความทุกข์คือความคิด ดังนั้นเราต้องรู้ทันความคิดเราก่อน "

" คนเรา ถ้าหัวใจเปลี่ยน ทัศนะคติ มุมมอง วิถีชีวิตเปลี่ยนหมด "

" ที่บ้านนอก เวลาจะจับลิง จะเอามะพร้าวมาเจาะรูแล้วใส่ถั่วเข้าไป พอลิงได้กลิ่น ก็เข้ามาหยิบ ถ้ากำไว้ดึงมือออกจากมะพร้าว ก็ติด คนเห็นก็จะบอกว่า ลิงมันโง่จริงๆ ทำไมไม่ปล่อยมือออก ก็เป็นอิสระแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ที่เราทุกข์กับมัน เพราะเรากำลังกำบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ "


25480630

นึกว่าเม้าส์มันเอ๋อ ที่ไหนได้เป็นเพราะแผ่นรองเม้าส์

ซื้อเม้าส์ของ Microsoft มาใช้ จาก eBay เป็นเม้าส์มือสองสภาพดีทีเดียว เป็น Optical Wireless
( แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยชอบเม้าส์แบบ Wireless เลย มันหนักเพราะต้องมีแบตเตอรี่ เคยเห็นเค้าบอกว่ามีเม้าส์ไรสายแบบไม่มีแบตแล้วนะ แต่มันยังแพงอยู่มาก แต่มันต้องใช้กับตัว pad ของมัน)
ตอนที่ซื้อมาใช้ เอามาใช้บนที่รองเม้าส์ที่มันมีที่รองข้อมือด้วย เพราะว่าเป็นคนที่ใช้งานเม้าส์นานๆ แล้วชอบมีปัญหาเจ็บข้อมือ ไอ้เจ้านี่ช่วยได้เยอะมาก ใครใช้นานๆหามาลองก็ดีครับ


แต่ว่าพอใช้ๆไป เม้าส์มันเอ๋อๆครับ คือพอยกเม้าส์ขึ้นนิดนึง ลูกศรมันก็จะเด้งไปมุมซ้ายบนทันทีเลย เป็นบ่อยมาก แล้วยิ่งเวลารีบๆมันก็จะเป็นบ่อยเชียว ทำให้เสียอารมณ์ได้เลย ทนใช้มันมานานมากครับ หลายเดือนเลยหล่ะ เพราะคิดว่ามันเป็นที่เม้าส์มือสอง มันคงจะเอ๋อๆ
วันก่อนไปสั่งซื้อที่รองเม้าส์แบบนี้มาอีกครับ จะเอามาใช้กับเครื่อง notebook อีกเครื่อง ซึ่งก็เป็นของยี่ห้อเดียวกันเลยครับ แต่คนละสี เอามาลองใช้กับ Optical mouse เช่นกัน ปรากฏว่าเป็นเหมือนกันเลย ทั้งๆที่เป็นเม้าส์คนละตัวกัน อ้าววว ! ไหงงั้นล่ะ เม้าส์ห่วยอีกแล้วรึ?

เลยลองเอาเม้าส์ไปวางบนโต๊ะเพรียวๆ อ้าว วิ่งลื่นเชียว ไม่มีกระโดดเลย งั้นไหนไปลองกับตัวเก่าซิ
อ้าวววววว ลื่นเลยทีนี้ ไม่มีกระโดดให้เห็น เวงกัม... โง่นี่...

แต่ว่าไอ้ครั้นจะไม่รองข้อมือมันก็ไม่ได้ เพราะถ้าแนบกับโต๊ะตรงๆนี่มีปวดข้อมือแน่ๆ ก็เลยตัดสินใจทำการตัดตรงส่วนที่รองรับข้อมือออกจากตัว mouse pad เลยครับ เพราะว่าอันนี้มันเก่ามากแล้ว ตัว pad ก็เริ่มๆจะหลุดๆ
ตอนนี้ก็วางเม้าส์บนโต๊ะ แล้วก็มีที่รองข้อมือด้วย เย้ perfect!

http://discountofficeitems.zoovy.com/
เว็บที่ผมไปซื้อที่รองเม้าส์ครับ ที่นี่ของถูกๆเต็มเลย ถ้าไม่คิดมากเรื่องยี่ห้อนะ

25480622

คำสั่งที่ใช้บ่อยบน Linux ของผม (จดไว้กันลืม)

ls
เอาไว้ดูข้อมูลใน directory นั้น
เหมือน dir ใน DOS เลย

cd
เอาไว้เข้า directory
พิมพ์
cd root
แต่ถ้าจะออกมาหนึ่งขั้น พิมพ์
cd ..

fdisk

ใช้สร้าง partition
m แสดง option
p แสดง partition ที่มีอยู่
d ลบ partition
n สร้าง partition ใหม่
t ใช้เปลี่ยน file format (linux 83, SWAP 82, Fat b)
w เขียนข้อมูลของ partition ใหม่ลงไป

cfdisk
สร้าง partition เหมือนกัน แต่ interface สวยกว่าหน่อย
(มันต่างกับ fdisk ยังไงก็ไม่รู้)

mkswap
เอาไว้สร้าง swap สั่งแบบนี้ แต่ต้องสร้าง partition สำหรับ swap ไว้แล้วนะ
mkswap /dev/hda5 128000

swapon
เอาไว้ทำให้ swap ใช้งานได้ สั่งแบบนี้
swapon /dev/hda5

mount
เอาไว้ต่อพวกอุปกรณ์เก็บข้อมูลต่างๆ
เขียนแบบนี้

mkdir /mnt/flash
(ต้องสร้าง directory ที่จะ mount ขึ้นมาก่อน)

mount /dev/sda1 /mnt/flash -t vfat

umount
เอาไว้ทำตรงข้ามกับ mount คือยกเลิกการเชื่อมต่อ
พิมพ์แบบนี้
umount /mnt/flash

startx
เอาไว้เข้า X window

poweroff
เอาไว้ปิดเครื่อง

(ไว้จะมาเพิ่มเติมอีก ถ้ารู้มากกว่านี้ ตรงไหนที่ผิดแย้งด้วยนะครับ)

25480621

'You've got to find what you love,' by Steve Jobs

" คุณต้องค้นหาสิ่งที่คุณรักให้พบ "

"ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้าย ผมอยากทำอะไร และวันนี้ผมจะทำอะไร?"

"จงใฝ่รู้อยู่เสมอ จงทำตัวโง่อยู่เสมอ (Stay Hungry. Stay Foolish.)"

ได้เข้าไปอ่านบล็อคของน้องคนนึง เห็นเค้ามาเม้นต์เอาไว้ในหัวข้อก่อน เลยตามไปอ่านบล็อค เลยได้เจอกับบทความดีดีเยอะเลย อันนึงที่น่าสนใจก็คือ สุนทรพจน์ของสตีฟ จ็อปส์
(ที่มาอีกที)
อ่านแล้วได้แนวความคิดที่น่าสนใจ ที่น่าจะเอามาปรับใช้กับชีวิตของตัวเองบ้าง

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา บางทีมันอาจจะถูกกำหนดเอาไว้แบบนั้นแล้วก็ได้นะ
เรื่องร้ายๆบางเรื่อง อาจจะมีประโยชน์กับเราในอนาคตอย่างคาดไม่ถึง แต่เชื่อไว้อย่างนึงว่าทำดีต้องได้ดี
มันคงไม่ส่งผลอย่างรวดเร็วนัก แต่เชื่อเถอะว่าวันนึงผลของการทำดีจะต้องตอบกลับมา มันอาจจะไม่ได้มาด้วยรูปของสิ่งของ เงินทอง

อยากให้ลองเข้าไปอ่านกันดูครับ เป็นเรื่องดีดี ที่อาจทำให้ชีวิตของคุณเจอสิ่งที่คุณตามหาอยู่ก็เป็นได้