ผมเกิดความคิดประหลาดๆขึ้นมาอีกแล้ว
ผมรู้สึกว่าภาพถ่ายเป็นภาพอดีตที่ชัดเจนมากๆ ซึ่งนั่นทำให้เราคิดหวนกลับไปในอดีตที่ไม่มีทางย้อนกลับมาได้
บางครั้งดูแล้วก็สุขใจขึ้นมากับภาพความหลังครั้งก่อน บางครั้งก็รู้สึกทุกข์ใจกับความเจ็บปวดที่เคยได้รับในช่วงนั้นๆ
แต่นั่นมันไม่ใช่สิ่งที่ดีในทางธรรม(ผมเข้าใจว่างั้น) คือมันทำให้ใจเราคิดไปถึงอดีต เราไม่อยู่กับปัจจุบัน เราไปยึดไปติดกับอดีตที่เราเคยสุขใจ(แบบชั่วคราว) อาจจะเพื่อลืมเรื่องราวที่ทำให้เราทุกข์ใจในขณะนั้น เช่นไปดูภาพครั้งยังเคยหวานชื่นกับแฟน ทั้งๆที่ตอนนี้เค้าทิ้งเราไปแล้ว
พอเราไปยึดติดกับอดีตเข้าเราก็ทุกข์ เพราะเราไม่อยู่กับความเป็นจริงในปัจจุบัน
ผมเลยมีความคิดแปลกแยกจากชาวบ้านเค้าอีกแล้ว ว่าผมจะเลิกถ่ายรูปเวลาไปเที่ยวละ
ผมรู้สึกว่าการถ่ายรูปนั้น เราเก็บมาได้แค่ภาพที่กล้องเห็น แต่ความรู้สึกในขณะนั้นกล้องเก็บมาไม่ได้ และการจะเอาภาพถ่ายเก่าๆมาดูว่าเราเคยไปที่นั่นที่นี่มาแล้วนะ ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรๆในชีวิตเราดีขึ้น
ลองเลิกดูดีกว่า...
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

4 ความคิดเห็น:
อยู่ที่ใจอ๊ะป่าว? ถ้าไม่ยึดติดจริงๆ ดูไปมันก็ไม่น่าจะก่อให้เกิดความรู้สึกอะไร แต่ก็อีกแหละ คนเราอยู่แบบปราศจากความรู้สึกไม่ได้หรอก มันต้องมีซักอารมณ์น่ะ อะไรก็ได้ แต่ต้องมี เราคิดงี้นะ
ใช่เลย อยู่ที่ใจ
เราเป็นประเภทรำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง ... :P
เรื่องต้องมีอารมณ์นี่เราเห็นด้วย คงต้องสร้างให้มีอารมณ์ดีได้ตลอดเนอะ
"การถ่ายรูปนั้น เราเก็บมาได้แค่ภาพที่กล้องเห็น แต่ความรู้สึกในขณะนั้นกล้องเก็บมาไม่ได้"
ใช้ Digital Camcoder สิ
จะได้เพิ่มมาอีก มิติ หนึ่ง . . . มิติที่ 4 ที่เรียกว่า เวลา
ขาดกลิ่น ขาดสัมผัส แค่นั้น
อีกหน่อยคงมีแบบในหนังเรื่อง Minorirty Report แน่ๆ คือ . . . เสพสื่อได้มากกว่า ลึกกว่าเดิม
ไม่รู้ทางธรรมว่ายังไง แต่บางครั้งย้อนกลับไปดูอดีตที่ผ่านมา มันช่วยเราได้ในด้านบวกก็เยอะนะ
ใช้กล้องถ่ายวิดีโอก็ดีครับ แต่ผมก็ว่ามันเก็บได้ไม่หมดนะ คือผมว่าสิ่งที่กล้องเห็นกับสิ่งที่เราเห็นมันแตกต่างกัน กล้องมันเก็บแบบตรงๆ เห็นอะไรเก็บอย่างนั้น แต่จิตเรามันเลือกเก็บเอามาจำต่างกัน
ทางธรรมผมก็ไม่แน่ใจว่าจะว่าเรื่องนี้ยังไง พระท่านให้อยู่กับปัจจุบันเท่านั้นน่ะครับ
แสดงความคิดเห็น