25490312

ประกวดบุญเก่า

พระพุทธเจ้าท่านบอกว่ารูปร่างหน้าตาของคนเราถูกกำหนดขึ้นมาจากบุญเก่าที่เราได้สะสมมา ดังนั้นมันจะสวยจะหล่อแค่ไหนก็ตามแต่บุญกรรมที่เราเคยทำมา(อันนี้แล้วแต่ความเชื่อ แต่มันก็หาข้อพิสูจน์ไม่ได้นะเรื่องนี้)

ผมมาลองนึกๆดู เมืองไทยเรานี่มีประกวดเรื่องความสวยความงามกันเยอะมากเลยแฮะ ตั้งแต่เริ่มเป็นสาวก็มีเวทีมีสทีนไทยแลนด์ แล้วยังมีมีสมอเตอร์โชว์อีก
(บางคนบอกตั้งแต่เกิดมาเค้าก็มีประกวดกันแล้ว..)

ถ้าคุณพลาดเราก็ยังมีประกวดนางสาวไทยให้คุณเข้าร่วม ถ้าคุณชอบอะไรที่อินเตอร์ๆ ก็ขอเชิญเวที มีสไทยแลนด์เวิลด์ หรือจะเป็นมีสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส
ถ้าคุณพลาดตำแหน่งเหล่านี้คุณอาจจะต้องไปเริ่มประกวดกันที่เวทีระดับเล็กๆกันก่อน เช่น ประกวดดาว-เดือน ในระดับมหาวิทยาลัย หรืออาจจะไปประกวดตามเทสกาลต่างๆก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น ประกวดนางนพมาศวันลอยกระทง หรือประกวดธิดาอะไรต่างๆนาๆ

ผมว่านี่ยังน้อยนะครับ ยังมีอีกมากมายเลยที่พี่ไทยเราจัดประกวดกันขึ้นมา
จนกลายเป็นค่านิยมเรื่องของความงามที่จะได้เปรียบ มีสิทธิเสรีภาพมากกว่าคนอื่นๆในสังคม ทั้งๆที่เป็นสิ่งที่ไม่มีใครเลือกเกิดเลือกสวยได้
เป็นเพราะเราไม่รู้จะหาการประกวดอะไรอย่างอื่นมาจัดแล้วหรือเปล่า?
ประกวดความฉลาดมันคงจะไม่สนุก เพราะคนไทยไม่อยากเห็นคนอื่นฉลาดเกิน?
แล้วยิ่งเราจัดประกวดความงามแบบนี้มากขึ้นเท่าไหร่ ผู้หญิงที่ไม่ได้มีบุญเก่ามากมาย ก็ต้องพยายามหาทางทำให้ตัวเองสวยขึ้น เพื่อให้ตัวเองอยู่ได้ในสังคม ก็ต้องไปหาทางตัดนั่นเสริมนี่ จนเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาเมื่อมันสวยไม่ทน

แต่มันก็คงจะเป็นเรื่องยากที่จะบอกได้ว่าปากกาสองด้าม อันไหนจะเขียนได้ดีกว่ากัน ถ้าเราไม่ได้มีโอกาสลองหยิบมันมาเขียน เราก็คงต้องตัดสินใจเลือกที่ดูดีกว่าไว้ก่อน เพราะว่ายังไงแล้วพกไว้ก็ดูดีกว่าอีกอัน ทั้งๆที่มันอาจจะทำหน้าที่หลักของมันได้ไม่ดีเอาเสียเลย

เฮ้อ...

25490310

กินเนื้อสัตว์อย่างรู้คุณค่ากันเถอะ

วันนี้ตั้งใจเขียนบอกทุกๆคนที่ผ่านเข้ามาอ่าน ว่า อยากให้ทุกคนช่วยกันกินเนื้อสัตว์อย่างรู้คุณค่า และเห็นบุญคุณของพวกมันกันหน่อยนะครับ

แต่ก่อนผมจะพยายามบอกให้คนอื่นๆเลิกกินเนื้อสัตว์กัน แต่ผมดูแล้วคงเป็นไปได้ยากมากในสังคมยุคนี้ (ขนาดผมยังกินปลาเลยอะนะ) ตอนนี้เลยเปลี่ยนแนวดีกว่า อยากให้ทุกคนที่ยังติดใจรสชาติของอาหารที่ปรุงจากเนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ หันมากินอาหารเหล่านั้นอย่างเห็นคุณค่าของชีวิตพวกมัน คืออยากให้กินกันให้หมด อย่าสั่งมากินทิ้งกินขว้างกัน สั่งมาแค่พอกิน ไม่อยากให้สั่งมาแล้วเหลือทิ้ง อยากให้นึกถึงชีวิตของพวกสัตว์ที่ต้องมาตายเพื่อเอาเนื้อมาให้พวกเรากิน แต่เราก็กลับกินอย่างไม่เห็นคุณค่า ผมว่ามันจะเป็นการทำบาปโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยทีเดียว
แต่ถ้าจะลดการกินเนื้อสัตว์ต่างๆลงได้เลยก็จะขอบพระคุณอย่างยิ่งเลยครับ

แก้ที่ตัวเราเอง

พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เรามามองหาความผิดของตัวเอง แล้วให้พยายามแก้ไข อย่าไปเพ่งโทษผู้อื่น เพราะเราไม่สามารถไปแก้คนอื่นๆได้
ผมมาคิดๆดูแล้วมันเป็นอะไรที่ดีมากๆเลย
เพราะที่เราเครียดๆกันอยู่นี่ ส่วนนึงก็เพราะว่าคนอื่นที่ทำงานร่วมกับเราอาจจะทำไม่ได้อย่างที่เราคิด แล้วเราก็มาเครียดว่าทำไมเค้าทำไม่ได้นะ
พอเครียดแล้วเราก็ไม่มีความสุขใจก็กระวนกระวายไม่สงบ ปัญหามันก็ไม่จบ
แต่ถ้าเราไม่ไปเพ่งโทษคนอื่นเขา เราก็ไม่เป็นทุกข์ คนอื่นทำไม่ได้อย่างใจเรา เราก็ไม่ทุกข์ เรารู้ว่าตรงนั้นเราไปเปลี่ยนเขาไม่ได้ ต้องให้เขาแก้ตัวของเขาเอง
เรามาดูที่ตัวเราดีกว่าว่ามีตรงไหนที่ผิดพลาดไปบ้าง อะไรที่เรายังสามารถปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นได้บ้าง เพราะเราจะไปหวังที่จะแก้คนอื่นให้ได้อย่างใจเราคงเป็นไปได้ยาก เราแก้ในสิ่งที่เราแก้ได้แน่ๆดีกว่า ก็คือการกระทำของเราเอง

อาหารตอนเป็นเด็ก

วันนี้ผมทำโทษตัวเองที่ตื่นสาย ด้วยการให้ตัวเองกินผักต้มเป็นอาหารเย็น (ปกติจะกินผัดผักและอาจจะมีอย่างอื่นด้วย) แต่ก็มีการปรุงรสนิดหน่อย ใส่ข้าวที่เหลือจากวันก่อนลงไปด้วย ก็ออกมาคล้ายๆข้าวต้มผัก ที่มีผักเยอะกว่าข้าว
รสชาติจืดๆ แตกต่างกับอาหารที่ผมชอบกินโดยสิ้นเชิง
คือผมจะเป็นคนที่ชอบกินอาหารรสชาติเข้มข้น ก๋วยเตี๋ยวก็จะกินก๋วยเตี๋ยวแห้งเท่านั้น เพราะว่ามันเข้มข้นกว่า และผมก็ไม่ถนัดกินพวกน้ำซุปต่างๆด้วยสิ เพราะไม่ชอบอะไรร้อนๆ
พอตอนนี้ต้องมากินอะไรที่ตรงข้ามกันกับที่ชอบ ก็ทำอารมณ์กันนิดนึง แต่ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร เพราะช่วงนี้พยายามฝึกตัวเองให้เป็นคนกินง่าย เพราะแต่ก่อนนี้เลือกกินมากๆ

พอมากินอาหารจืดๆ ก็เลยคิดไปถึงตอนเด็กๆ ที่แม่เราทำให้กิน ผมก็ไม่ได้จำได้หรอกนะครับ ว่าตอนนั้นแม่ให้กินอะไร -_-'
แต่เห็นอาหารที่แม่ป้อนให้เด็กกิน ก็เห็นเป็นอะไรเหลวๆ ดูจืดๆ ที่สมัยก่อนอาจจะเป็นพวกกล้วยน้ำว้าบด ข้าวต้มบด ซึ่งรสชาติก็ออกจะจืดๆ แต่ก็ทำให้เราเติบโตขึ้นมาสมบูรณ์แข็งแรงดีกันทุกคน
เลยมามองว่า โรคร้ายส่วนใหญ่ก็เกิดจากการที่เรากินหวานมากไปบ้าง เค็มเกินไปบ้าง เผ็ดเกินไปบ้าง
ผมเองก็เป็นคนที่ติดรสหวาน อะไรๆก็ใส่น้ำตาลก่อนหล่ะ
เลยมาคิดว่า มันจะดีหรือที่เราจะยังคงตามใจปากของเราต่อไป เราเองตามใจมันมาตลอด ถ้าจะไม่ตามใจมันเสียบ้างน่าจะดี
ตอนนี้เลยคิดอยากจะลองเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินของตัวเองดู จากที่ไม่กินเนื้อสัตว์อื่นๆ นอกจากปลาแล้ว (ตอนแรกไม่กินเนื้อสัตว์เลย แต่ยังกินไข่ ตอนนี้เปลี่ยนจากไข่มาเป็นปลาแทน แต่นานๆกินที)ที่นี้มาลองไม่ปรุงรสตามใจปากดูบ้างจะเป็นไร เห็นยายผมก็กินแบบนี้อยู่ ก็ดูแกมีความสุขดี
ขอลองเป็นไอ้จืดดูหน่อยน่าจะดีเหมือนกัน

ความเยาว์วัยของจิตใจ

" When you're 60 you feel the same inside as you did when you were 18. Eighty-year-old grandmothers feel the same as an 18 year old. It's something I've finally been able to learn at my age."
Hayao Miyazaki, from http://mag.awn.com/?article_no=2519

อ่านเจอในบทสัมภาษณ์ Hayao Miyazaki ตอนที่หนังเรื่อง Howl's Moving Castle ของแกเข้ามาในสหรัฐอเมริกา

ผมว่าก็จริงนะที่คนเราจะรู้สึกเหมือนตอนเป็นเด็กเมื่อเราแก่แล้ว เราอาจจะยังชอบเล่นอะไรเหมือนเด็กในบางครั้ง เมื่อก่อนผมคิดว่าถ้าเราจะเก็บความเป็นเด็กไว้เราก็ต้องเล่นของเล่นแบบที่เด็กๆเค้าเล่น ต้องบ้าของเล่น ชอบ อยากได้ อยากเล่นนั่นเล่นนี่ มันก็เป็นอารมณ์ส่วนนึง แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องไปเก็บมันเอามาให้รกห้องนี่นา แต่ก่อนผมมีของเล่นเยอะมาก(ตอนนี้ก็ยังอยู่ที่เมืองไทย) ของเล่นที่แถมจากขนมหรือจากแมคโดนัลนี่ผมก็ชอบซื้อซะเหลือเกิน ผมไม่ได้ซื้อมาเก็บสะสมแบบที่ผู้ใหญ่เค้านิยมทำกันนะ แต่ผมชอบเอามาเล่นมากกว่า พอโตขึ้นก็จะสนใจพวกกลไกการทำงานของของเล่นต่างๆ ก็สนุกกับการซื้อมาดูวิธีการทำงานของมัน สุดท้ายมันเต็มห้องไปหมด แถมเห่อแค่วันแรกๆที่ซื้อมานั่นแหละ

่ผมว่าอารมณ์แบบเด็กๆมันก็มีด้วยกันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องความคิด จินตนาการ ภาษา เราไม่ต้องเล่นของเล่นแบบเด็กเราก็มีความรู้สึกแบบในวัยเด็กได้เหมือนกัน อาจจะผ่านหนังสือ ผ่านการ์ตูน หรือผ่านความทรงจำในวัยเด็ก

ผมตั้งใจว่า จะเก็บภาพถ่ายของของเล่นต่างๆเอาไว้เตือนความทรงจำ ส่วนของเล่นทั้งหลายก็จะนำไปบริจาคให้กับเด็กๆที่เค้าไม่มีโอกาสได้เล่นดีกว่า ของเล่นพวกนั้นมันคงจะมีความสุข ถ้ามีเด็กๆมาเล่นกับพวกมัน เหมือนกับบรรดาของเล่นใน Toy Story เนอะ

ถ้าใครทราบว่าที่ไหนมีเด็กๆที่ขาดแคลนของเล่น ช่วยบอกผมด้วยนะครับ จะขนไปให้ถึงที่เลย :D