25481226

WAL-MART: The High Cost of Low Price



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ข้อมูลจาก WikiPedia
Wal-Mart Stores, Inc. (NYSE: WMT) was founded by Sam Walton in 1962. It is now a multinational corporation and is the largest retailer and second largest company in the world based on revenue. For the fiscal year ending January 31, 2005, Wal-Mart reported net income of US $10.3 billion on US $285 billion of sales revenue (3.6% profit margin). If Wal-Mart were its own economy, it would rank 20th in the world, with a GDP between those of Greece and Ukraine. It is the largest private employer in the United States, Mexico and Canada. It holds an 8.9 percent retail store market share, with $8.90 out of every $100 spent in U.S. retail stores being spent at Wal-Mart.
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ไปโหลดหนังมาดูอีกแล้วครับ คราวนี้เป็นสารคดี เห็นคนแชร์เยอะเลยลองโหลดมาดู เพิ่งจะโหลดเสร็จเมื่อวานนี้ วันนี้เลยเอามาลองเปิดดูซะหน่อย

ถึงกับอึ้งไปเลย...

เป็นสารคดีที่แรงมากๆทีเดียว โจมตี WAL-MART ตรงๆเลย ดูแล้วไม่อยากไปซื้อของที่นั่นอีกเลยทีเดียวครับ(และตั้งใจว่าจะไม่ไปแล้วด้วยหล่ะครับ)

เรื่องราวเป็นการเปิดเผยเบื้องหลังว่าทำไมที่นี่เค้าขายของได้ถูกกว่าที่อื่นเยอะมาก เรียกว่าตัดราคาขายกันเลยหล่ะ ผมก็สงสัยมานานแล้วว่าทำไมมันอยู่ได้วะ ขายถูกขนาดนี้
เพิ่งรู้เบื้่องลึกเบื้องหลังกันวันนี้เอง

ที่สินค้าต่างๆของ WAL-MART มีราคาที่ถูกกว่าที่อื่นนั้นมีหลายสาเหตุ หลักๆก็คือสินค้าของ WAL-MART สั่งทำในจีนซึ่งกดราคาค่าจ้างสุดๆ
ค่าจ้างประกอบของเล่น $0.18 ต่อชิ้นในโรงงานประเทศจีน ขายใน WAL-MART $14.96ไรงี้เลย
เค้ามีไปถ่ายที่เมืองจีน,บังกลาเทศ, ... ด้วย เห็นแล้วน่าสงสารมากๆ ทำงานตั้งแต่ ๗ โมงเช้า ยัน ๔ ทุ่ม ทุกวัน!!!
คิดไปถึงคนไทยในโรงงานเหมือนกันนะ เค้าจะเป็นแบบนี้ไหม?

แล้วยังมีเรื่องการโกงไอ้นู่นไอ้นี่สารพัดอย่าง ดูแล้วแทบไม่อยากเชื่อว่าจะทำลงไปได้.. เพื่อเงิน...

ในหนังจะมีการตัดภาพของ CEO มาเป็นระยะๆ พูดโน่นพูดนี่ดูดีเชียวหล่ะ (พูดคล้ายๆนายกฯบ้านเราเล้ย..) แต่ที่ไหนได้ สิ่งที่ทำมันตรงกันข้ามกับสิ่งที่พูด

มีพาไปดูบ้านของตระกูล Walton (ตระกูลเจ้าของ WAL-MART) แต่ละคน เอ้อเหอ.. มันวังนี่หว่า...

พอดูจบ . . . เลยพาลคิดไปเรื่อย คิดถึงระบบการค้าต่างๆ สินค้าต่่างๆที่เราเห็นว่ามันถูกนักหนา เบื้องหลังของมันจะเป็นอย่างไรกันนะ
(ผมเป็นคนชอบของถูกซะด้วย)

แล้วการทำธุรกิจอย่างอื่นเค้าจะทำกันแบบนี้ด้วยหรือเปล่า คิดไปถึงการประท้วงหยุดงานของพนักงานรถไฟใต้ดินที่ New York City เมื่อเร็วๆนี้
คิดต่อไปถึงชีวิตในสหรัฐอเมริกา ที่ทุกคนต่างเข้ามาเพื่อแสวงหาเงินทอง คงไม่ต่างกับคนต่างจังหวัดเข้ากรุงฯ

คิดมาถึงตัวเองที่ถ่อมาเรียนไกลอีกซีกโลกนึง มันคุ้มกันไหมนะ?

ชีวิตที่ต้องห่างครอบครัว ไม่มีโอกาสได้ดูแลพ่อแม่ยาย.. แล้วก็เงินอีกตั้งมากมายที่ต้องสูญเสียไปกับประเทศๆนี้ ค่าครองชีพแพง ผักผลไม้ อาหารต่างๆ ก็ล้วนปรุงแต่งให้ดูน่ากินผิดธรรมชาติ (เช่นผลไม้ไม่มีเมล็ด ที่นี่เยอะมาก ถ้าจะซื้อแบบธรรมชาติก็จะแพงขึ้นไปอีก?!?!)

จะมาก็ยากลำบาก ไม่ได้มาฟรีๆ กว่าจะได้มาเรียนก็เสียค่านู่นค่านี่อีกหลายตัง
แล้วชีวิตที่นี่ก็ไม่ได้สุขสบายเหมือนอยู่เมืองไทย

บ้านเมืองก็อันตราย คนก็น่ากลัว จี้ปล้นไม่เว้นแต่ละวัน

เลยรู้สึกว่าเราจะเอาชีวิตมาเสียเวลาที่นี่ทำไมกันนะ

มาเพื่อมาเอาความรู้? มาเพื่อมาหางานดีดี? หาเงินเยอะๆ?

คิดแล้วอยากกลับบ้านขึ้นมาทันทีเลยครับ มันรู้สึกเลยว่าไม่ได้การแล้วหล่ะ หากอยู่ที่นี่ต่อไปอาจจะตกเป็นทาสของวัตถุนิยม ตกเป็นทาสของเงิน ซึ่งล้วนเป็นสิ่งสมมติทั้งสิ้น...

รีบทำงานแล้วรีบกลับบ้านเราดีกว่าครับ!

แต่... คนไทยบ้านเราสมัยนี้ก็ตกเป็นทาสของของวัตถุนิยมกันไปหมดเหมือนๆกันนี่นะ... เฮ้อ...

++++++++++++++++++++
เว็บของหนังเรื่องนี้ครับ
http://www.walmartmovie.com/

25481214

Be with you ปาฏิหาริย์ 6 สัปดาห์ เปลี่ยนฉันให้รักเธอ...

เคยไปอ่านบล็อคที่พี่วุฒิเค้าเขียนเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้
อ่านแล้วก็อยากจะดูบ้าง เห็นพี่เค้าเขียนชมไว้เยอะ ผมก็คิดว่าคงจะซึ้งๆ ตามประสาหนังรักทั่วๆไปน่ะแหละ
ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้ดู แต่ดันโชคดีมีคนเค้าเอามาให้โหลด
ก็เลยไม่พลาดที่จะโหลดมาชมบ้าง เป็นพากย์ไทยซะด้วย

โหลดเสร็จหลายวันละ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ตั้งใจดูซักที มาวันนี้แหละ เกิดนึกครึ้มอยากเอามาดูขึ้นมา



เรื่องราวดำเนินเรียบๆง่ายๆ เหมือนๆชีวิตคนทั่วๆไป แต่ก็มีจุดที่ทำให้ชีวิตของพวกเขาไม่ธรรมดา(ไม่เล่าหล่ะ ไปหาดูกันเองดีกว่า)

หนังเรื่องนี้ทำผมร้องไห้.. ไม่ใช่ร้องธรรมดาด้วยสิ สะอึกสะอื้นเลยหล่ะ.. น้ำตาหยดแหมะๆๆ ไม่คิดเล้ยว่าหนังธรรมดาๆเรื่องนึงจะสร้างอารมณ์ร่วมให้กับผมได้ถึงเพียงนี้ T^T

ผมชอบเนื้อเรื่องและวิธีการเล่าเรื่องของเรื่องนี้มากๆ การมีเด็กอยู่ในเรื่องก็ทำให้เรื่องราวสดใสน่ารักดี
นางเอกน่ารักด้วยสิ ดูไปทั้งเรื่องไม่มีจุดที่จะเบื่อเลยนะ
ดนตรีประกอบก็มีส่วนอย่างมากในการดึงอารมณ์ให้คล้อยตามไปกับเนื้อเรื่อง มุขตลกเล็กๆน้อยๆ ก็ดูน่ารัก

ผมไม่ได้ร้องไห้กับหนังมานานพอสมควรแล้ว นับตั้งแต่ The Letter ที่ทำผมน้ำตาซึม แต่ไม่ขนาดร้องไห้โฮเท่าเรื่องนี้ (ดีที่ไม่ได้ไปดูโรง อายเค้าแย่..)

ใครที่มองผ่านหนังเรื่องนี้ไป ขอให้ลองกลับไปเช่าหรือซื้อมาดูซักหน่อยนะครับ ถ้าชอบหนังรัก ไม่ควรพลาดจริงๆ


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

- เว็บที่ไปเจอมาเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ มีตัวอย่างให้ดูด้วย
- เว็บรวมรูปของ Yuko Takeuchi นางเอกของเรื่องนี้

25481209

ลองแก้ theme กะเค้าดูมั่ง

ยากไม่ใช่เล่นเลยแฮะ.. แก้ตั้งนานได้แค่เนี๊ยะ..

พยายามจะทำให้มันเรียบง่ายที่สุด แต่มันกลับออกมาดูแล้วอ่านยากชะมัดเลย.. เฮ้อ..

แต่ว่า แอบทดลองอะไรไว้ด้วยนะ.. ลองกด Refresh สิครับ...

ปรับอีกนิดหน่อยครับ สำหรับชาว Firefox เท่านั้นถึงจะเห็น

25481206

CallThai.net Softphone

วันนี้ยังคงเป็นเรื่องของโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ตเหมือนเดิมครับ
เพราะพยายามจะหาทางที่ดีที่สุดที่จะโทรศัพท์กลับเมืองไทยโดยไม่ต้องใช้โทรศัพท์มือถือ หรือโทรศัพท์บ้าน

ก็มาลงเอยที่โทรผ่านอินเตอร์เน็ต จากที่ลองใช้ SkypeOut ได้พักนึง ก็รู้สึกว่าเรทค่าโทรของมันแพงกว่าการใช้การ์ดโทรศัพท์(ที่เคยใช้)อยู่เท่านึง และเสียงคุยเวลาโทรไปต่างจังหวัดก็ไม่ชัด ขาดๆหายๆ
ทีแรกกะว่าจะลองใช้ SkypeOut โทรเข้าไปเบอร์ 1800 ของการ์ดโทรศัพท์ที่ใช้ดู แต่ว่ามันค่อนข้างวุ่นวายอยู่สักหน่อย เพราะเราจะต้องโทรไปที่เบอร์ 1800-XXXXXXX แล้วยังต้องกดรหัสบัตรของเรา แล้วก็ถึงจะกดเบอร์โทรที่เมืองไทยอีกที ซึ่งไม่สะดวกเท่าไหร่

ก็เลยลองไปดูที่เว็บ Callthai.net ซึ่งเป็นเว็บที่ผมซื้อการ์ดโทรศัพท์กลับไทยเป็นประจำ ก็เลยไปเห็นว่าเค้ามีบริการใหม่ออกมา เป็นการใช้คอมพิวเตอร์โทรออกไปหาเบอร์ทั่วไป
ก็เลยลองเข้าไปดูว่าต้องทำอย่างไรบ้าง
แล้วก็ตัดสินใจลองซื้อบัตรของระบบนี้ดู เป็นราคา $20 ครับ (ได้ส่วนลดไป 5% สงสัยกำลังโปรโมท)

เราสามารถที่จะโทรออกได้สองทางคือ ผ่านโปรแกรม CallThai.net Softphone หรือผ่าน Windows Messenger 5.0 ( ไม่ใช่ MSN Messenger นะครับ ผมเพิ่งรู้ว่าสองโปรแกรมนี้แตกต่างกันหลายจุดเลย เพราะทีแรกผมกะจะใช้ MSN messenger แต่ปรากฏว่ามันใช้ไม่ได้ครับ)



ผมเลือกที่จะลงโปรแกรมของเค้า หน้าตาวุ่นวายดีเหมือนกัน หลังจากทำการเซ็ตอัพค่าต่างๆเรียบร้อยแล้ว ก็พร้อมที่จะใช้งานได้ครับ

การใช้งานก็ไม่ยากอะไรแค่กดเบอร์โทรปลายทาง ถ้าเป็นเบอร์เมืองไทย ก็ใส่ 01166 เข้าไปข้างหน้า เช่นโทรไปเบอร์ 0-2333-4444 เราก็ใส่เป็น 0116623334444 แล้วก็จะคุยได้ครับ

เสียงยังมีการ delay ค่อนข้างมากทีเดียว นี่ขนาดโทรกลับไปเบอร์บ้านที่กรุงเทพฯนะครับเนี่ย
เดี๋ยวจะลองโทรกลับไปเบอร์ต่างจังหวัดดูอีกทีว่าเป็นอย่างไร

แต่ที่ค่อนข้างชอบคือเรื่องของค่าโทรศัพท์จากระบบนี้ครับ ที่ค่อนข้างถูกมากๆ


: Result Calling rate
Country Code Area Code Country Name Rate/Min ($)
66 2 Thailand (Bangkok Happy Hour) 0.01
66 2 Thailand (Bangkok Normal Hour) 0.01
66
Thailand Mobile/Province (Happy Hour) 0.0299
66
Thailand Mobile / Province (Normal Hour) 0.049
* 15¢ surcharge on first minute

เวลาที่โทรกลับไทย พวกระบบการ์ดโทรศัพท์เค้าจะแจ้งยอดมาว่าเราจะคุยได้นานแค่ไหน ปกติก็จะบอกเป็นชั่วโมงมา แต่คราวนี้ที่ผมได้ยินคือ ๑ วัน !!!

นับว่าเป็นอีกทางเลือกนึงที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียวสำหรับคนที่ไม่มีโทรศัพท์บ้าน หรือโทรศัพท์มือถือที่มีโปรโมชั่นโทรฟรี

และข้อดีอีกข้อที่ผมชอบสำหรับการโทรผ่านอินเตอร์เน็ตก็คือ ถ้าสมมติว่าเราต้องเดินทางท่องเที่ยวไปที่ต่างๆ ประเทศอื่นๆ เช่นต้องไปแคนาดา ไปญี่ปุ่น ไปออสเตรเลีย
ถ้าเราอยากจะโทรศัพท์กลับไปที่ประเทศไทย หรือประเทศอื่นๆ (เราต้องพก Laptop หรือ PocketPC ที่ใช้ Wi-Fi ได้ ไปด้วยนะครับ) เราก็แค่หาจุดให้บริการ Wi-Fi ให้เจอ(หวังว่าสมัยนี้จะหาไม่ยากนะ) แล้วก็ใช้เจ้าโปรแกรมนี้ทำการโทรออกได้ทันที
ผมเองก็คิดว่าจะทดลองดูบ้างเหมือนกัน วางแผนไว้ว่าตอนที่บินกลับประเทศไทย จะไปแวะญี่ปุ่นซักพัก แล้วจะหา Wi-Fi ทดสอบการโทรกลับไทยดู

25481205

SkypeOut + USB Phone !

วันก่อนลองใช้ SkypeOut โทรคุยกับคนที่เมืองไทยแล้ว แต่ว่าใช้งานได้ไม่สะดวกเท่าที่ควร เพราะเกิดอาการ delay ถ้าโทรเข้าโทรศัพท์มือถือ หรือว่าอยู่ๆก็คุยไม่ได้บ้าง

เลยไปสั่งซื้อโทรศัพท์สำหรับเอามาใช้กับเจ้า Skype โดยเฉพาะมาเลยครับ
ทีแรกเข้าไปดูใน Store ของ Skype เอง ก็มีให้เลือกซื้อหลากรุ่นมากครับ แต่ขั้นต่ำก็ $39.99
คงไม่คุ้มที่จะเอามาใช้เท่าไหร่ ราคานี้เอาไปซื้อโทรศัพท์มือถือมือสองรุ่นพอใช้ได้ได้เลย

ก็เลยไปหาที่แหล่งของถูก eBay.com เจอเพียบเลยครับ ก็เลยลองซักอันนึงที่เห็นว่าน่าเชื่อถือ
เจ้าตัวนี้ที่ผมชอบเพราะมันไม่ต้องใช้ถ่าน มันดึงไฟจาก port USB ได้เลย แต่ที่เห็นดำๆนั่น อย่านึกว่าจะมีกราฟฟิคอะไรตอนกดนะครับ เค้าทำไว้หลอก...


ผมรออยู่ ๔-๕ วัน ของก็มาครับ ไม่รอช้ารีบจัดการลง Software และ driver กันทันที (ใจร้อนจริ๊ง..)

การใช้งานก็ไม่ยุ่งยาก เพียงเปิดโปรแกรมที่เค้าให้มาเอาไว้ แล้วเปิดเจ้า Skype ซึ่งมันจะบอกว่ามีโปรแกรมนี้นะ จะขอมาใช้ระบบของมัน เราก็ตอบตกลงไป

หลังจากนั้น เราก็สามารถที่จะกดเบอร์โทรออกได้จากตัวโทรศัพท์เลยครับ
ทีแรกไม่รู้ว่าต้องไปเซ็ตใน Option ของเจ้า Skype ให้เลือกระบบเสียงไปใช้เจ้านี่ก่อน ก็งง เอ๊ ทำไมเสียงยังออกลำโพงเหมือนเดิมหล่ะเนี่ย

จนไปแก้ค่ามัน ถึงได้ใช้ได้สมบูรณ์

การทดสอบวันนี้ ผมก็ไม่รอช้าครับ ลองโทรไปหายายเหมือนเดิม เพราะรู้แน่ๆว่ายายอยู่บ้าน โทรไปยายก็รับ แล้วก็บอกว่าเสียงชัดเจนดีจัง ไม่มีเสียงรบกวนเหมือนคราวก่อนแล้ว เย้!

จากนั้นผมก็ลองโทรไปหาไอ้ต้นครับ เพื่อนที่ศิลปากร แต่มันไม่รับ หรืออาจจะยุ่งอยู่ ไม่เป็นไร
ผมเลยโทรไปหาเพื่อนอีกคน แจงแวงครับ แจงกำลังขับรถอยู่ ทีแรกมันก็ไม่รับเหมือนกัน เพราะนึกว่าพวกตามทวงหนี้... ( -_-')

พอโทรไปอีกรอบมันก็รับครับ ก็คุยกันตามประสาเพื่อน มันก็บอกว่าเสียงชัดเจนดี มี Delay นิดนึง แต่ก็โอเคเลยหล่ะผมว่า เพราะดีกว่าตอนที่ผมลองโทรผ่านไมโครโฟนมากๆ
ก็คุยกันยาวเลยครับ ๒๐ นาทีได้ ผมลองเช็คเงินดู ก็หมดไปราวๆ 2Euro ซึ่งนับว่าไม่แพงนัก ถ้าเทียบกับระยะทางและอาการ Delay แล้ว

ช่วงนี้ก็เลยรู้สึกดีมากๆเลยครับ ที่ตัดสินใจใช้เจ้า SkypeOut + USB Phone

แต่ไม่รู้ว่าเพราะความสะดวกของมันเนี่ย จะทำให้ผมใช้บริการมันบ่อยด้วยหรือเปล่า
แต่นี่ก็คงเป็นความต้องการของคนทำแหละนะ ... ฮี่ฮี่ (เสียงหัวเราะของเจ้าของ Skype)