25500327

ย้ายบ้านเหมือนการเตรียมตัวตาย

ช่วงนี้ผมกำลังวุ่นอยู่กับการจัดการข้าวของต่างๆ เพราะว่าจะย้ายกลับเมืองไทยแล้ว และก็ไม่ได้ชิพอะไรกลับเลย ก็เลยต้องมาจัดการโละข้าวของที่ไม่จำเป็นออกไปเพราะเนื้อที่มีจำกัดแค่กระเป๋า ๓ ใบ

ผมรู้สึกว่าการที่ผมได้ย้ายกลับเมืองไทยครั้งนี้เป็นเหมือนการเตรียมตัวตายของผม เหมือนมันสอนให้ผมได้รู้จักว่าการที่มีของมากมายก่อนที่จะตายนั้นมีผลเป็นยังไง ถ้าผมตายในวันนี้ ของที่เหลือมากมายของผมก็คงจะต้องถูกทิ้งไป อาจจะมีคนเอาไปใช้ได้บ้างแต่ก็คงไม่ทั้งหมด

การย้ายกลับเมืองไทยในครั้งนี้ทำให้ผมเห็นข้อผิดพลาดในหลายๆจุด

ผมเริ่มจัดการข้าวของช้าเกินไป ผมควรจะเริ่มจัดการทิ้งข้าวของตั้งแต่สองอาทิตย์ก่อนกลับ เพราะจะได้มีเวลาในการขายหรือบริจาคให้คนอื่นไปได้ เพราะตอนนี้ผมแทบไม่มีโอกาสที่จะเอาสิ่งของที่ผมมีให้กับคนอื่นๆได้ แม้ที่นี่จะมีเรื่องของ Moving sale, Garage sale แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะกำจัดข้าวของเหลือใช้ได้ทั้งหมดอยู่ดี
สุดท้ายข้าวของหลายอย่างก็จะไปอยู่ในกองขยะ ที่ไม่มีประโยชน์อะไร

เดี๋ยวพอผมกลับไปถึงเมืองไทย ผมก็จะเจอกับประสบการณ์การย้ายบ้านอีกครั้ง แต่มันคงจะหนักหนากว่าครั้งนี้แน่เลย เพราะของที่เมืองไทยผมมันเยอะมากๆ ผมคงต้องเผื่อเวลาในการจัดการให้มากกว่านี้

ชีวิตผมก็คงเหมือนกัน คงต้องรีบจัดการข้าวของต่างๆ เตรียมตัวสู่การย้ายไปสู่ร่างอื่นได้ทุกเวลา เพราะผมคงจะไม่รู้ว่าผมจะต้องย้ายเมื่อไหร่

25500303

มนุษย์เป็นสัตว์ประหลาด

(เขียนเมื่อ 27 Jan 2007)

เพราะว่ามนุษย์ไม่มีสัญชาตญาณแบบสัตว์อื่นๆ เกิดมาต้องเรียนรู้ กว่าจะช่วยเหลือตัวเองได้ หาอาหารเองได้ก็ใช้เวลานานหลายปีทีเดียว

แต่มนุษย์ก็กลับสามารถที่จะพัฒนาตัวเองให้สูงส่งจนเทวดาต้องเคารพ อย่างพระพุทธเจ้านั่นเอง

แปลกประหลาดจริงๆ

เจริญที่กระบวนการ

(เขียนเมื่อ 2 Feb 2007)

ฟังธรรมมะจากพระพรหมคุณาภรณ์ เรื่องเกี่ยวกับการใช้ชีวิต
มีตอนนึงที่ท่านพูดว่า
สิ่งของต่างๆที่เราหามาใช้นั้น ที่เราบอกว่ามีแล้วเราเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น จริงๆแล้วความเจริญมันอยู่ที่ตัวสิ่งของ หรือกระบวนการคิดประดิษฐ์สิ่งของเหล่านั้น
ฟังแล้วก็ได้คิดว่า เออ จริงแฮะ ข้าวของต่างๆที่มาอำนวยความสะดวกให้เรานั้นตัวสิ่งของมันเป็นแค่ผลลัพท์ของการประดิษฐ์คิดค้น ตรงนั้นสิน่าจะเรียกว่าความเจริญที่แท้จริง เราจะมีสิ่งของอำนวยความสะดวกมากมายแค่ไหน แต่ถ้าเรายังไม่มีความคิดในการประดิษฐ์สร้างสรรค์ เราก็ไม่ได้เจริญขึ้นเลย

ชีวิตสนุกขึ้นเมื่อเชื่อเรื่องชาติหน้า

( เขียนเมื่อ 8 Jan 2007 )

ชีวิตของผมเริ่มสนุกขึ้นมา เมื่อผมชักเริ่มเชื่อแล้วว่าชาติหน้ามีจริง
ดังนั้นความตายของผมในภพชาตินี้ก็ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดอย่างแน่นอน
เมื่อเป็นเช่นนั้นผมก็ไม่ต้องกลัวกับความตายอีกต่อไป และด้วยความเชื่อเรื่องความผูกพันของกรรมที่เราทำมากับผู้อื่นย่อมที่จะส่งผลให้เราได้กลับมาเจอกันอีกกับบุคคลต่างๆเหล่านั้น มันก็จึงเป็นเรื่องที่น่าสนุก ว่าพวกเราจะกลับมาเกี่ยวดองกันอีกได้อย่างไร
อีกข้อที่น่าสนุกคือ อะไรต่างๆที่ผมมีในชีวิตนี้ ผมเอาติดตัวไปชาติหน้าไม่ได้ ดังนั้นมีไว้เพื่อใช้มันในชาตินี้ก็พอ ไม่คิดเสียดายอะไรอีกต่อไป

แต่สิ่งสำคัญที่มันจะไปเป็นตัวหนุนสำคัญที่จะทำให้เราไปเกิดในภพหน้านี่สิ
กรรมดี กรรมชั่ว ที่เราก่อขึ้นมาในชาตินี้ สองสิ่งนี้แหละที่จะนำพาเราไปสู่ร่างใหม่ชีวิตใหม่ เพื่อให้ผมได้กลับมาอีกครั้ง เพื่อเรียนรู้สิ่งต่างๆ

น่าสนุกดีไหมครับ :)

แล้วยังไงคงได้เจอกันอีกในชาติหน้าครับ!

ชีวิตออนไลน์

ผมเริ่มรู้สึกว่าชีวิตผมเริ่มจะกลายเป็นชีวิตที่ออนไลน์ได้สมบูรณ์แบบขึ้น

ผมสามารถที่จะใช้บริการฟรี e-mail ที่ให้เนื้อที่แบบเหลือเฟือ โดยไม่ต้องลบ e-mail เก่าๆทิ้งไป หรือเก็บลงเครื่อง (Gmail.com)

ผมสามารถที่จะเก็บรูปถ่ายของผมลงบนเว็บที่ให้บริการเก็บรูปถ่าย ที่มีเนื้อที่ให้มากเพียงพอ (Multiply.com)

ผมสามารถที่จะเก็บไฟล์งานต่างๆลงบน server และนำเอาออกมาใช้ที่ไหนก็ได้ที่ผมสามารถที่จะออนไลน์ได้ (Box.net)

ผมสามารถที่จะติดต่อสื่อสารกับคนที่ไม่ได้อยู่บนโลกออนไลน์ผ่านโปรแกรมสนทนาต่างๆมากมาย (Skype)

ผมสามารถที่จะอ่านข่าว ดูรายการทีวี ฟังวิทยุ ได้ออนไลน์

โปรแกรมต่างๆเริ่มแปลงตัวเองเป็นแบบ Web Application กันมากขึ้น

ผมว่ามันถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วที่ชีวิตผมจะไม่ต้องยึดติดกับคอมพิวเตอร์เครื่องใดๆ แค่ออนไลน์ได้เท่านั้น ผมก็สามารถที่จะทำงานต่างๆได้ทุกเวลา

แต่ถ้าผมไม่มีอินเทอร์เน็ตขึ้นมาล่ะ... ก็เป็นข้ออ้างที่ดีในการไม่สามารถที่จะทำงานได้