25490718

รองเท้า

ผมมีรองเท้าผ้าใบที่ใส่บ่อยๆอยู่สองคู่ คู่นึงเป็น converse สีดำ ใส่กับเสื้อผ้าอะไรก็ดูดี มันทำให้ผมรู้สึกดีเวลาที่มองตัวเองสวมใส่มัน แต่จริงๆแล้วมันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกสบายในเวลาที่สวมใส่มัน มันทั้งบีบ ทั้งแข็ง และไม่นุ่มนวลเอาซะเลย แต่คงไม่มีใครรู้

ผิดกับรองเท้าอีกคู่นึงของผม ที่ผมซื้อมาถูกมาก รูปแบบธรรมดา ใส่แล้วไม่ค่อยจะเข้ากับเสื้อผ้าซักเท่าไหร่ เวลาเห็นตัวเองในกระจกแล้วคิดอยากจะเปลี่ยนรองเท้าหลายที แต่ด้วยความที่มันสวมใส่สบาย มันทนทานพอสมควร แถมยังนุ่มสบายเท้าด้วย ไม่ว่าจะใส่มันไปเดินเล่น หรือจะไปเล่นกีฬา มันไปได้หมด

ไม่แปลกใจที่ผมจะเลือกรองเท้าคู่หลังเป็นรองเท้าคู่ใจของผม

25490717

ลดน้ำหนักแต่เพิ่มกล้าม

ช่วงนี้ผมพยายามจะลดน้ำหนักของตัวเองลง จากเดิมเมื่อปีที่แล้วเคยหนักถึง ๗๒ กิโลกรัม ตอนนี้ลงมาอยู่ที่ ๖๕ กิโลกรัม แต่จุดหมายจริงๆอยากลองลงไปอยู่ที่ ๖๐ กิโลกรัม เพราะอยากจะทดสอบตัวเองดูว่าระดับไหนที่เหมาะสม การลดน้ำหนักครั้งนี้ผมไม่ได้ตั้งใจจะให้น้ำหนักตัวลดลงเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องมีกล้ามเนื้อที่กระชับและแข็งแรงมากขึ้นด้วย (อยากจะพิสูจน์ว่าไม่ต้องกินเนื้อก็มีกล้ามใหญ่ได้เหมือนกัน)
ไม่รู้ว่าจะลดน้ำหนักลงไปได้ถึงที่ตั้งเอาไว้ได้หรือเปล่า แต่คิดว่าค่อยๆลดลงช้าๆน่าจะไหว เพราะผมยังมีไขมันจับตัวเป็นก้อนๆอยู่หลายแห่งให้ได้กำจัด

ต้องแค่ไหน

สมัยนี้การถ่ายรูปเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ง่ายมาก เพราะทั้งกล้องดิจิตอลที่ราคาไม่แพง แถมพกพาสะดวก ไหนจะมีกล้องบนโทรศัพท์มือถืออีก ที่เริ่มจะมาแทนที่กล้องดิจิตอลแบบเต็มๆตัว เข้าไปทุกขณะ
แต่ว่า ความละเอียดกี่เม็กกะพิเซลถึงจะพอ?

เมื่อสมัยแรกๆที่ผมมีกล้องดิจิตอลตัวแรก ที่เป็นได้ทั้งเว็บแคมฯ และกล้องดิจิตอลที่พกไปถ่ายข้างนอกบ้านได้ สมัยนั้นกล้องตัวนั้นของผม (Creative WebCam Go) ความละเอียดแค่ ๖๔๐ x ๔๘๐ หรือ สามแสนพิกเซล ภาพที่ได้ก็ไม่ได้คมชัดซักเท่าไหร่ แค่พอดูออกว่าใครเป็นใคร ซึ่งจุดมุ่งหมายของผมก็เพื่อเอาภาพไปลงในเว็บให้เพื่อนๆได้ดูกัน ซึ่งความละเอียดเพียงเท่านี้นับว่าเพียงพอและเหมาะสมสำหรับการชมบนเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป
จนมาถึงยุคที่ผมเริ่มทำงานเก็บเงินได้มากขึ้น ผมก็ตัดสินใจซื้อกล้องดิจิตอลตัวใหม่ ที่มีความละเอียดสูงถึง ๒.๑ ล้านพิกเซล
(Fujifilm Finepix 50i) ซึ่งมันมีความกว้างยาวถึง ๑,๖๐๐ x ๑,๒๐๐ พิกเซลทีเดียว ใหญ่โตมโหราฬมากสำหรับดูบนเครื่องคอมพิวเตอร์ในสมัยนั้น
จนมาถึงวันนี้ผมมีกล้องตัวใหม่มาแทนที่ (เพราะเจ้า 50i มันเสีย) ผมเลยซื้อเจ้า Fujifilm F601 มาใช้แทน เป็นตัวที่ลูกค้าส่งคืนบริษัทแล้วบริษัทเอาไปซ่อมให้เหมือนใหม่ (Refurbish) ด้วยความละเอียดสูงสุดถึง ๓.๒ ล้านพิกเซล ซึ่งผมว่ามันใหญ่โตมากเลยทีเดียว

แต่สมัยนี้กล้องบนโทรศัพท์มือถือตัวนิดเดียวก็มีความละเอียดที่เท่ากับกล้องตัวนี้ หรือมากกว่าไปแล้ว
ซึ่งผมว่ามันเป็นความละเอียดที่สูงนะ เพราะผมถ่ายจริงๆก็ใช้แค่ความละเอียด ๑.๓ ล้านพิกเซลแค่นั้น เพราะเรื่องของขนาดภาพ และความจุ ที่พอเพียงแล้วในการเก็บรายละเอียดต่างๆ เพื่อเอาไว้ย้อนดูในวันหลัง

แต่ผมเห็นกล้องดิจิตอลสมัยนี้เพิ่มความละเอียดไปจนมากกว่าสิบล้านพิกเซลกันแล้ว และดูท่าทางจะยังไม่หยุดเพิ่มเสียด้วย
จนผมต้องกลับมาคิดว่า มันจำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอ ?

คงจะมีหลายคนที่บอกว่า ละเอียดเยอะๆสิดี เผื่อเอาไว้ขยายเป็นรูปใหญ่ภาพจะได้ไม่แตก
แต่จะมีสักกี่ครั้งกันนะที่เราจะเอาภาพเหล่านั้นมาอัดขยายเป็นภาพขนาดใหญ่แบบโปสเตอร์ จริงๆเอาแค่อัดออกมาเป็นขนาด ๔ x ๖ นิ้ว ยังน้อยเลย
แล้วขนาดของไฟล์ภาพมันก็ใหญ่ตามไปด้วย ซึ่งทำให้เปลืองเนื้อที่ในการเก็บเข้าไปอีก จะสำรองข้อมูลกันทีนึงก็กินเวลานานโข

ซึ่งผมมองแล้วมันแลดูจะเกินความจำเป็นในการใช้งาน

นอกจากเรื่องกล้องดิจิตอลแล้ว พวกบรรดาสินค้าไฮเทคต่างๆ ก็เป็นลักษณะเดียวกัน เช่น คอมพิวเตอร์ ที่เพิ่มความจุต่างๆเข้าไป เพิ่มความเร็วเข้าไปอย่างมากมาย (บางคนซื้อมาแค่เล่นอินเทอร์เน็ตก็มี)
แล้วเครื่องเล่นเพลงพกพา ก็พยายามลดขนาดลงเรื่อยๆ ต้องเหลือเล็กแค่ไหนถึงจะพอนะ?
เหมือนกับโทรศัพท์มือถือ ที่ต้องบางๆ เล็กๆ ถึงจะเท่ห์ แต่ผมกลับมองว่ามันทำให้จับไม่ถนัด (อาจจะเป็นที่ผมเป็นคนมือใหญ่ด้วยมั๊ง) เลยชอบโทรศัพท์ที่มันไม่เล็กจนเกินไป
แล้วยังมีโทรทัศน์ ที่ขยันออกจอใหญ่ยักษ์ออกมาเรื่อยๆอีก ถามผมว่าจอใหญ่แค่ไหนถึงจะพอ ผมว่าสำหรับผม ๒๕ นิ้วนี่ใหญ่เกินพอแล้วนะ

แล้วช่วงนี้ยังมีแผ่นภาพยนตร์แบบใหม่ออกมาแทน DVD อีก ทั้ง Blu-ray และ HD-DVD ที่เพิ่มความจุเข้าไปซะมากมาย
แต่นั่นมันจำเป็นหรือ?
ผมว่าสำหรับตลาดทั่วไปในเมืองไทย คุณภาพระดับ VCD ก็ถือว่าพอเพียงที่จะซึมซับอรรถรสของภาพยนตร์เรื่องนึงได้แล้วนะ
แล้วถ้าจะเล่นภาพระดับ High-Definition ได้ ก็ต้องซื้อจอภาพที่รองรับด้วย
คิดแล้วมันจำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอ?

ผมมาคิดถึงเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าของผม 486DX4-100, ram ๑๖ เม็กกะไบท์ ฮาร์ดดิสก์ ๒.๑ กิ๊กกะไบท์
สมัยนั้นผมว่ามันเร็วแล้วนะ ทำงาน 3D ได้ด้วย แต่ปัจจุบันใครที่มาใช้คงบ่นทนไม่ได้กันทุกคน ถึงความช้าอืดอาดของมัน
อดคิดไม่ได้ว่า คอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันในวันนี้ อีกห้าปี เราจะรู้สึกว่ามันช้าจนทนไม่ได้กันไหมนะ

แล้วอินเทอร์เน็ตล่ะ มันต้องเร็วแค่ไหนถึงจะพอ ?

จริงๆคงมองไปได้ทุกๆเรื่อง ทั้งเรื่องการศึกษา ที่อยู่อาศัย ทรัพย์สินต่างๆ

เราต้องการมันมากแค่ไหน ?

25490610

แหวนที่นิ้วนางมือซ้าย

ผมเป็นคนที่ไม่ชอบใส่แหวนเอาซะเลย เคยต้องใส่แหวนอยู่พักนึง เพราะเคยมีคนซื้อมา(บังคับ)ให้ใส่ จริงๆเค้าตั้งใจให้ผมใส่ที่นิ้วนางมือขวา แต่ผมขอเป็นนิ้วก้อยมือขวาแทน ใส่อยู่พักนึงจนนิ้วเป็นรอยแหวน(คงเพราะผมอ้วนขึ้น) พอเลิกใส่ก็รู้สึกกลับมาเหมือนเดิม เป็นอิสระอีกครั้ง แต่กว่ารอยแหวนจะหายไปก็นานเหมือนกัน
ผมยังคิดว่า นี่ถ้าผมเกิดแต่งงานขึ้นมา ผมจะขอไม่ใส่แหวนได้ไหมนะ ไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้ดูเป็นคนโสด แต่เป็นความรู้สึกอึดอัดนิ้วมากกว่า
ผมรู้สึกว่าเรื่องแหวนที่นิ้วนางมือข้างซ้ายนี่ผู้หญิงจะให้ความสำคัญมากทีเดียว แต่ผมว่าใจสำคัญกว่า ผูกพันธ์ที่ใจ ไม่เห็นจะต้องมีสัญลักษณ์อะไรมาแทน

25490609

ยุ่งยากขึ้นเรื่อยๆ

ไม่ได้เขียนซะนานเลย วันนี้ไปหยิบหนังเก่ามาดู James Bond Golden Eye
ดูแล้วก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นมา เพราะจำได้ว่าสมัยที่มันออกมาในยุคนั้น เป็นหนังที่ตื่นตาตื่นใจมาก เพราะเทคนิคต่างๆทันสมัยสุดๆ วิธีการเอาตัวรอดของ Bond ก็ดูแล้วเหลือเชื่อ และก็อดทึ่งไม่ได้
แต่มาในวันนี้ทำไมดูแล้วรู้สึกมันง่ายจัง ผมคิดว่าเป็นเพราะผมเคยดูมาแล้วทีนึง จึงไม่รู้สึกตื่นเต้นเหมือนได้เห็นครั้งแรก และอาจจะเป็นเพราะหนังสมัยนี้ หรือแม้กระทั่งละครก็ต่างสร้างสรรค์เนื้อเรื่องออกมาอย่างแยบยล คิดแล้วคิดอีก ดูแล้วทึ่งสุดๆ
ซึ่งดูๆแล้วหนังแอคชั่นที่จะทำออกมาจะต้องสรรหาแนวทางใหม่ๆ ที่ยากขึ้น เหลือเชื่อมากขึ้น ยุ่งยากมากขึ้น มานำเสนอ
ผมว่ามันเหมือนๆกับชีวิตมนุษย์เราที่นับวันจะยิ่งยุ่งยากวุ่นวายขึ้นทุกวัน
เราคิดค้นเครื่องไม้เครื่องมือใหม่ๆขึ้นมาเพื่อทำให้เราสะดวกสบายมากขึ้น แต่ทำไมชีวิตเรากลับดูวุ่นวายมากขึ้นตามไปด้วย

เราเดินทางด้วยเท้า แล้วเราก็คิดค้นจักรยาน รถยนต์ เครื่องบิน ทำให้เราเดินทางได้เร็วมากขึ้น
แต่เรากลับไม่เคยรู้สึกว่ามันเร็วพอ เราอยากที่จะเดินทางได้เร็วขึ้นๆๆ เราจินตนาการว่าสักวันหนึ่งเราจะมีเครื่องมือที่ทำให้เราเคลื่อนย้ายมวลสารจากอีกที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งได้ในพริบตา
ถ้าเราสร้างเครื่องมือนั้นขึ้นมาได้จริง เราจะพอใจกับมันไหมนะ?
เราจะมีชีวิตที่วุ่นวายขนาดไหนกัน

ผมรู้สึกว่ายิ่งเราเดินทางไปได้ไกลมากขึ้นๆ เราก็ยิ่งจะรู้จักสิ่งรอบข้างน้อยลง

เราพยายามตามหาสิ่งที่เราคิดว่าดีกว่า เหมาะสมกับเรามากกว่า แต่เรากลับไม่พยายามปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่เรามีอยู่