25500217

เลิกกินไข่ เลิกกินนมวัว และเนื้อสัตว์ กันเถอะ!

เมื่อวานไปเจอกระทู้ในเว็บลานธรรมเข้าอันนึง เค้าพาไปดูเบื้องหลังจากโรงฆ่าสัตว์ที่มนุษย์กินกัน

http://www.petatv.com/tvpopup/video.asp?video=agri_long&Player=wm&speed=_med

เห็นแล้วเศร้า น่าสงสาร น่ากลัว นึกไปว่าถ้านั่นเป็นเรานะ เราจะเจ็บปวดทรมาณขนาดไหน

ทำให้ความคิดที่กินเนื้อสัตว์บางครั้งแล้วแต่โอกาส เปลี่ยนไป ไม่อยากเป็นผู้ที่ฆ่าพวกเขาทางอ้อมอีกแล้วล่ะครับ


แต่ก่อนนี้ ผมกินนม กินไข่ ก็เพราะคิดว่าเป็นผลผลิตที่พวกเขาเหล่านั้นไม่ต้องเจ็บปวด

แต่ไม่จริงเลยสักนิด...

น้ำนมวัวที่เราดื่มกินกันอย่างเอร็ดอร่อยนั้น ได้มาจากแม่วัวที่ต้องเสียลูกเอาไปสังเวยเป็นอาหารจานหรู ทำเป็นเนื้อลูกวัวอบ

ถ้ายิ่งเราบริโภคนมวัว ก็จะยิ่งทำให้เราต้องฆ่าลูกวัวทางอ้อม


แล้วไข่ไก่ล่ะ

ไข่ไก่ที่พวกเรากินกันอยู่นี้ มาจากแม่ไก่ที่ถูกเลี้ยงอยู่อย่างคับแคบในกรงเล็กๆที่แออัดไปด้วยแม่ไก่ตัวอื่นๆ ไม่ได้รับอิสระให้ไปไหน วันๆต้องผลิตไข่ออกมาเท่านั้น ไม่มีที่แม้กระทั้งจะขยับปีกเพียงข้างเดียว

มนุษย์พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้แม่ไก่ออกไข่ให้ได้มากๆ โดยที่ไม่ได้สนใจชีวิตของพวกมันเลยสักนิด



ปลาก็เหมือนกันนะครับ มันไม่ได้มีประโยชน์ต่อร่างกายเรามากอย่างที่เข้าใจกัน


ลองไปดูวิดีโอเหล่านี้ดูสิครับ


อันนี้ยาวหน่อยแต่ว่าได้รู้อะไรเกี่ยวกับพวกเขาเยอะเลย เยี่ยม

http://www.petatv.com/tvpopup/video.asp?video=lets_ask&Player=wm&speed=_med



อันนี้เหตุผลที่น่าฟัง เยี่ยม

http://www.petatv.com/tvpopup/video.asp?video=chew_on_this&Player=wm&speed=_med





สามอันล่างนี้ใจไม่ถึงอย่าดู ป่วยๆ

แต่ดูแล้วเราเชื่อว่ามันน่าจะเปลี่ยนชีวิตคุณ(และชีวิตอื่นๆ)ไปในทางที่ดีขึ้น เยี่ยม (ไม่ใช่หนังสือเผยแพร่ศาสนานะ)

http://www.petatv.com/tvpopup/video.asp?video=meet_your_meat&Player=wm&speed=_med

http://www.petatv.com/tvpopup/video.asp?video=testing123&Player=wm&speed=_med

http://www.petatv.com/tvpopup/video.asp?video=agri_long&Player=wm&speed=_med


โปรตีนจากพืช เพียงพอแล้วสำหรับมนุษย์นะครับ ร่างกายเราไม่ได้ต้องการเนื้อสัตว์หรอกครับ แต่ใจเรานั่นแหละที่ต้องการ

7 ความคิดเห็น:

v74 กล่าวว่า...

นี่เป็นสิ่งที่พี่กลัวเหมือนกัน
กลัวว่าการเรียนรู้ชีวิต ศาสนา และธรรมชาติ ไปแล้วจะเกิดความสับสน ความเครียด และไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่เรารู้นั้น จริง เท็จ และถูกต้องแค่ไหน?

สมัยเด็กๆ พระเคยเทศน์ให้ฟังว่า
เราทานเนื้อสัตว์ถ้าทานแล้วจิตเราคิดว่า
เราทานเพื่อให้ชีวิตเราอยู่รอด ไม่ถือเป็นบาป

ธรรมชาติมีระบบนิเวศน์ และวงจรการพึ่งพาอาศัยกันและกัน

คุณอา พี่เป็นมะเร็ง ทำคีโม
หมอสั่ง(บังคับ)ให้ทานเนื้อจำนวนมาก
เพื่อเข้าไปเพิ่มความแข็งแรงให้ร่างกาย
(อาพี่เลิกทานเนื้อสัตว์มานานหลายปี แต่ต้องทานเข้าไปอีกเพราะจำเป็น)

และอีกมากมายหลายล้านเหตุและผล

การละเลยไม่เรียนรู้และทำความเข้าใจ
เรื่องอาหารและการกินให้ดีพอแบบที่
พี่กำลังเป็นอยู่นี้นั้น ....ก็ไม่ใช่วิธีที่ถูก แต่เป็นการหนีปัญหามากกว่า

มาเจอ post แบบนี้แล้วก็เหมือนถูกสะกิดเข้าจังๆ

ไปต่อไม่ถูกเลยว่ะ

dogdoy กล่าวว่า...

ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้พี่ต้องสับสน

ทำอย่างที่พี่สบายใจดีกว่าครับ เพราะเครียดเกินไปก็ไม่ดี

ผมเองก็พยายามทำแบบไม่เครียด

พอดีไปเจอวิดีโอพวกนี้แล้วมันเห็นจะจะ เหมือนทำให้หูตาเราสว่างขึ้นมาว่าความเป็นจริงนั้นมันเป็นอย่างงี้นี่เอง

เลยเกิดความสงสารชีวิตอื่นๆขึ้นมา เพราะว่าผมเชื่อในการเวียนว่ายตายเกิด ซึ่งวันนึงเราอาจจะไปเกิดเป็นอย่างพวกเขา เราก็คงไม่อยากถูกตัดสินประหารโดยไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด

แต่เรื่องแบบนี้พูดยากจริงๆครับ ผมเองก็ไม่รู้จะไปบอกคนอื่นแบบไหนดีเหมือนกัน

เรื่องที่พระเทศน์ให้พี่ฟังว่าการกินเนื้อสัตว์โดยที่จิตไม่รู้นั้นไม่เป็นบาปตรงนั้นผมว่าใช่ครับ แต่ว่าสัตว์ก็ต้องตายอยู่ดี

ธรรมชาติมีระบบนิเวศน์ที่ดี แต่มนุษย์กำลังไปสร้างระบบของตัวเองขึ้นมาหรือเปล่าน่ะสิครับ
ถ้าเราล่าสัตว์เพื่อเอามาเป็นอาหารจริงๆ ก็น่าจะโอเค ให้เค้ามีชีวิตที่มีทางเลือก มีโอกาสหนี มีโอกาสถูกล่า แต่ว่าตอนนี้เราเลี้ยงพวกเขาขึ้นมาเพื่อมาเป็นอาหาร มันเป็นเหมือนกับว่าพวกเขาไม่มีทางเลือกในชีวิตเอาซะเลย ได้เกิดมาบนโลกนี้ได้เห็นเพื่อนๆพี่ๆน้องๆถูกเอาไปเชือด T_T

ถ้าพี่รู้สึกว่าการกินเนื้อสัตว์มันเป็นเรื่องที่ไม่ดี ผมว่าลองลดลงดูบ้างก็น่าจะดีครับ ผมเองก็ยังไม่รู้ชัดนักว่าการไม่กินเนื้อสัตว์บ้างเลยจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง
อย่างกรณีอาของพี่นี่ก็น่าสนใจครับ

v74 กล่าวว่า...

เพราะ technology มัน develop ไป
เราก็เลยเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นอาหารมากกว่าออกไปล่า

เหมือนมนุษย์ทำลาย ecology
แต่พี่เชื่อว่า ธรรมชาติ จะควบคุมทุกอย่างไปเองอีก

อาจมีเรื่องบุญ-กรรม ดวงชะตาเข้ามาเกี่ยวข้อง
ทุกอย่าง prove ไม่ได้ชัดเจนเนอะ ไอ้เรื่องแบบนี้น่ะ

พี่ชอบทานนะ เนื้อสัตว์
แต่ธรรมชาติก็สั่งและบังคับพี่ให้หยุดทานสัตว์
ไปหลายประเภทมาหลายแีล้ว
เป็น ไก่ นก เครื่องใน ผักบางประเภท ปลาบางชนิด และอีกหลายอย่างที่พี่ทานไม่ได้ และไม่ได้อยากทานมาหลายปีแล้วว่ะ
ไม่ได้เกิดจากการศึกษา แต่จากธรรมชาติโดยตรงเลย

หลายคนที่ทานชีวะจิตก็สุขภาพดีมาก
อาม่าพี่ ทานเจ มาเกือบทั้งชีวิต
ทานเนื้อสัตว์บ้างเพื่อความแข็งแรง
ก็สุขภาพดี . . . 96 เข้าไปแล้ว

ใครจะรู้ว่า หากเราเกิดชาติหน้าเป็นสัตว์
ที่รอการนำไปทำอาหาร เราอาจจะไม่ได้ทุกข์ร้อน หรือกังวลเท่ากับเราที่เป็นมนุษย์ในวันนี้ก็ได้...

ไม่เครียดดีที่สุด

dogdoy กล่าวว่า...

เรื่อง technology นี่ผมก็ชักกลัวครับ กลัวว่าเราจะเอามันมาใช้ในทางที่ไม่ควร แต่ก็ไม่รู้ว่าที่เราว่ามันดีมันดีจริงๆหรือเปล่าอีก

สำหรับผมตอนนี้ก็คงขอทดลองดูครับ คงจะพยายามวัดผลดูเรื่อยๆว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้าง เพราะคงจะดีกว่าให้คนอื่นๆมาบอกว่าจะเกิดผลยังไงบ้าง

ช่วงนี้ในเว็บบอร์ดธรรมะก็มีการถกเถียงกันเรื่องกินเนื้อสัตว์กับศีลข้อหนึ่ง ก็คงจะถกเถียงกันไม่รู้จบ ต่างคนคงต้องสรุปกันเอาเอง แล้วเลือกทำในสิ่งที่เหมาะสมที่สุดในแบบของแต่ละคน

ที่พี่คิดเรื่องเกิดชาติหน้าเราเป็นสัตว์บ้างแล้วอาจจะไม่ทุกข์ร้อนก็เป็นไปได้ครับ แต่เราจะรู้ได้ยังไงหนอ...

:)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

โอ้วม่ายยย แค่อันแรกก็ใจไม่ถึงแล้วครับ แต่อัน 2-3 พอดูได้นะ
แต่ 3 อันหลังขอไม่ดูนะ

พรุ่งนี้จะกินผัดผักอ้ะ(แค่พรุ่งนี้เองหรือ?) อืม...เท่าที่พอจะนึกได้ละกัน ไม่ลำบากตัวเองเกินไปนัก

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เอ่อ... ซาบซึ้งยิ่งนักฟัง 2 บุรุษนี้สนทนาธรรม

ไม่ค่อยได้เข้ามา blog พี่เดี๋ยวนี้ เหลือบไปเห็นด้านขวา (previous post)+logo+comment ที่พี่ไปเม้นท์

พี่กำลังจะละทางโลกหรือฮะพี่?

ทุกวันนี้อ่านอะไรที่เป็นธรรมะแบบจิตวิทยาพอได้อยู่ แต่ถ้าเป็นพุทธประวัติเลยนี่ ผมยังคงใต้ตมอยู่เลยอ้ะ

-L-"

dogdoy กล่าวว่า...

ก็กำลังศึกษาน่ะครับ ว่าจริงๆแล้วเราต้องการอะไรกันแน่ในชีวิตนี้

เรื่องของพุทธประวัตินี่พี่ก็ไม่ได้อ่านหรอกครับ(ไม่ถูกกับพวกประวัติศาสตร์) ชอบแนวคิด,คำสอนในทางพุทธศาสนามากกว่า คือพออ่านแล้วมันแบบว่าอึ้งน่ะครับ อึ้งกว่าทุกๆเรื่องที่เคยอ่านมาทั้งชีวิต
แล้วยิ่งเป็นสิ่งที่มีมาตั้งนานมากๆแล้วด้วย ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีใครมาล้มล้างได้ด้วยสิ
ผิดกับความรู้ที่เราเรียนๆกันแทบเป็นแทบตาย มันกลับเปลี่ยนแปลงทุกวันไม่เคยนิ่ง เหมือนกับตาบอดคลำช้างไงไม่รู้ครับ
เลยเริ่มที่จะหันมาศึกษาอะไรที่มันไม่เปลี่ยนเลยบ้างดีกว่า

ว่างๆก็ลองหาธรรมะมาเปิดฟังดูสิครับ พี่แนะนำเว็บนี้
http://www.dhammathai.org/indexthai.php

มีธรรมะจากพระดีดีเยอะเลยครับ เปิดฟังไปไม่ต้องไปเคร่งเครียดครับ ฟังไปคิดไป ได้คิดอะไรเยอะดีครับ